เผยสิ้นมีนาคมนี้ “คาดเกาหลีหลุดพ้นวิกฤตโควิด-19”

มีการออกมาคาดการณ์ว่าการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ในเกาหลีจะสิ้นสุดภายในสิ้นเดือนมีนาคม ทั้งนี้เนื่องจากการกลายพันธุ์ของโอมิครอนซึ่งมีอำนาจในการแพร่กระจายสูงนั้นแต่ก็ถือว่ามีความเสี่ยงต่ำ และคาดว่าจะมีเสถียรภาพภายในสองเดือนข้างหน้านี้แม้ว่าจะเป็นสายพันธุ์โอมิครอนจะเป็นสายพันธุ์หลักที่โดดเด่นในเกาหลีแล้วก็ตาม

วิกฤตโควิด

โอ มย็อง-ดน ศาสตราจารย์ด้านโรคติดเชื้อจากมหาวิทยาลัยแห่งชาติโซลกล่าวในงานแถลงข่าวในประเด็นเกี่ยวกับโควิดกลายพันธุ์โอมิครอน เมื่อวันที่ 23 มกราคมว่า “โอมิครอนจะเป็นวิกฤตสุดท้ายที่เราจะเอาชนะในการระบาดครั้งใหญ่ของไวรัส COVID-19 ซึ่งสายพันธุ์โอมิครอนนั้นจะเป็นสายพันธุ์ที่โดดเด่นและทรงอิทธิพลเพียงแค่ช่วงก่อนวันปีใหม่เกาหลี หรือ ซ็อลลัล (설날) (29 มกราคม – 2 กุมภาพันธ์)เท่านั้น เหตุใดจึงกล่าวเช่นนี้ หากลองเทียบและพิจารณาถึงกรณีการระบาดของไข้หวัดใหญ่ที่เคยมีมาจากในอดีต การระบาดนั้นมักจะเบาบางลงไปในช่วง 2 เดือนหลังจากที่การระบาดได้ถึงจุดพีคสุดแล้ว” เขากล่าว

ซึ่งหมายความว่าการระบาดของ COVID-19 อาจสิ้นสุดอย่างเร็วที่สุดในเดือนมีนาคม

ช็อง กี-ฮย็อน ผู้อำนวยการศูนย์การแพทย์แห่งชาติยังกล่าวเสริมอีกว่า “หากรัฐบาลเกาหลีเตรียมระบบสาธารณสุขได้เป็นอย่างดีและประชาชนให้ความร่วมมือ เราก็จะเห็นจุดจบของการระบาดของ COVID-19”

“การสิ้นสุดของ COVID-19 ในที่นี้ หมายถึง สถานการณ์ที่ระบบทางการแพทย์ฉุกเฉินนั้นไม่จำเป็นต้องทำงานหนักอีกต่อไป (มิได้หมายถึงโควิดจะหมดไป)”

วิกฤตโควิด

ผู้เชี่ยวชาญต่างมีความหวังที่จะเห็น “การยุติของ COVID-19 ภายในสองเดือนข้างหน้านี้” เพราะพวกเขาตัดสินว่าโอมิครอนนั้นแตกต่างจากสายพันธุ์โควิดอื่นๆ ที่มีมาก่อนหน้านี้อย่างชัดเจน

ศาสตราจารย์โอ มย็อง-ดน กล่าวว่า “โอมิครอนมิได้ส่งผลใกล้เคียงกับไวรัสโควิดสายพันธุ์เดลต้าเลย เทียบได้เพียงว่าให้ผลกระทบในระดับแบบเป็นญาติห่างๆ แม้จะมีโปรตีนสไปค์ซึ่งมีผลเกาะติดมนุษย์อย่างรวดเร็วแต่ผลกระทบจากไวรัสที่บุกรุกเซลล์มนุษย์นั้นกลับมีความแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง”

อย่างไรก็ตาม ศาสตราจารย์โอ มย็อง-ดน ยังกล่าวถึง ระบบสาธารณสุขโดยรวมนั้นควรมีการเปลี่ยนแปลง โดยมุ่งเน้นไปถึงการสกัดกั้นการแพร่กระจายของโอไมครอนในวงกว้างเห็นจะดีสุด

ขอบคุณที่มาจาก : แหล่งข่าว

ยุบคลินิกฟรีทุกที่ ผีน้อยป่วยช่วยลำบาก

 

ในกลุ่มแรงงานต่างชาติ, แรงงานต่างชาติที่ไม่ได้ขึ้นทะเบียน, โดยเฉพาะกลุ่มเสี่ยงหากเจ็บป่วยหรือได้รับบาดเจ็บพวกเขาเหล่านั้นมักจะไปที่คลินิกฟรีก่อนเพราะไม่สามารถไปโรงพยาบาลทั่วไปได้ นั่นก็เพราะว่าภาระค่ารักษาพยาบาลและอีกอย่างก็คือกลัวการปราบปรามจากเจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมือง

อย่างไรก็ตามหลังจากเหตุการณ์โควิด-19 ทำให้ผู้ป่วยที่เข้ารับการรักษาในโรงพยาบาลได้ถูกส่งไปรักษาที่อื่น เนื่องจากโรงพยาบาลของรัฐถูกกำหนดให้เป็นโรงพยาบาลเฉพาะในการรักษาโควิด-19 และสถานีอนามัย (보건소) ก็ถูกระงับการให้การดูแลรักษาพยาบาลทั่วไป และมีการโฟกัสไปที่การใช้เป็นสถานที่เพื่อตรวจหา COVID-19

 

คลินิกฟรี

 

ในเดือนกรกฎาคม นายเอ(49) ผีน้อยชาวบังกลาเทศได้ตกอยู่ในอันตรายตามลำพังในหอพักที่โรงงานในเมืองนัมยางจู (남양주)

เจ้าหน้าที่จากศูนย์ช่วยเหลือนัมยางจูได้เดินทางไปยังที่พักของ นายเอ หลังได้ยินข่าวว่าเขาไม่ออกจากที่พักเป็นเวลาหลายวัน เมื่อปลดล็อคประตูเข้า สภาพห้องพักนั้นทำเอาเจ้าหน้าที่ตกใจ

ภายในห้องพบว่า นายเอ นั้นไม่ได้กินอะไรเลยมาหลายวันแล้วในห้องที่เต็มไปด้วยรา

เขามีอาการเนื้อตายบางส่วน เนื่องจากต่อมน้ำเหลืองที่คอบวมอักเสบ

ชื่อโรคที่พบกับเขานั้นเรียกว่า tuberculosis lymphadenopathy และ diabetes ซึ่งส่งผลให้เกิดภาวะแทรกซ้อนต่างๆ ก่อนที่เจ้าหน้าที่ศูนย์ช่วยเหลือนัมยางจูจะเข้ามาพบเขานั้นได้มีการยืนยันแล้วว่า เขามีอาการช็อกหลายครั้ง เนื่องจากขาดสารอาหารและอาเจียนอย่างต่อเนื่อง และเขาก็อาจเป็นอันตรายถึงชีวิตหากพบช้ากว่านี้

 

ลียอง หัวหน้าศูนย์ช่วยเหลือนัมยางจู (이영 남양주시 외국인복지센터장) กล่าวว่า

“ ด้วยเหตุที่คลินิกรับการรักษาฟรีนั้นได้ถูกปิดลงหลังพบการระบาดของโควิด-19 กลายเป็นว่ามันเป็นเรื่องยากที่จะพบผู้ป่วยฉุกเฉินอย่างเช่น นายเอ ได้รวดเร็วในตามภูมิภาคท้องถิ่นห่างไกลผู้คน”

“คลินิกฟรีได้ถูกระงับไปตั้งแต่มีการระบาดของโควิด-19 ดังนั้นผีน้อยหลายคนจึงไม่สามารถรับการรักษาพยาบาลได้ทุกที่”

“ตอนนี้ที่ทำได้คือเฉพาะเคสที่ฉุกเฉินเท่านั้นและไม่สามารถป้องกันไว้ล่วงหน้าได้ก่อนเกิดเคสฉุกเฉิน”

 

คลินิกฟรี

 

คลินิกฟรีที่ดำเนินการโดยสหภาพแรงงานแทกูซ็องซอ(대구 성서공단노동조합) เองก็ถูกระงับไปด้วยตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ถึงต้นเดือนพฤษภาคม

ในเวลานั้นมีการโทรติดต่อจากแรงงานต่างชาติอย่างต่อเนื่องเพื่อขอให้ ชามินดา (차민다 성서노동조합부위원장) รองประธานสหภาพแรงงานเปิดใช้ศูนย์การรักษาพยาบาลฟรีต่อ

เนื่องจากเจ้าหน้าที่คลินิกฟรียังคงประสบปัญหาในการดำเนินการคลินิกฟรีภายใต้สถานการณ์โควิด-19 เช่นนี้ บางคนก็โต้แย้งว่ารัฐบาลควรที่จะเตรียมแนวทางในการตอบสนองต่อโควิด-19 ตามคลินิกฟรีเหล่านี้ รวมทั้งควรสนับสนุนคลินิกฟรีต่อ

 

คลินิกฟรี

 

ชเวคยูจินประธานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชน (최규진 인도주의실현사협의회 인권위원장) อ้างว่า

“ผู้ดำเนินการคลินิกฟรีถูกบังคับให้ปิดตัวลง แม้ว่าพวกเขาจะตระหนักดีที่สุดถึงความเป็นจริงของช่องโหว่นี้ แต่เนื่องจากไม่มีข้อมูลและแนวทางแยกต่างหากจากหน่วยงานกักกันโรค”

 

นอกจากนี้ยังมีการระบุว่าพื้นที่เสี่ยงต่างๆ ไม่มีโรงพยาบาลขนาดใหญ่ที่สามารถรองรับการรักษาเสมือนคลินิกฟรีได้ เวลาเกิดปัญหาสุขภาพก็ไม่มีที่จะไป

 

คิมดงอึนศาสตราจารย์ ENT (김동은 계명대 동산병원 이비인후과 교수) กล่าว

“เนื่องจากโรงพยาบาลของรัฐตอนนี้กำลังเปลี่ยนเป็นโรงพยาบาลเฉพาะสำหรับโควิด -19 ในอีกด้านกลุ่มเสี่ยงเองก็ยังคงประสบปัญหาในการเข้ารับการผ่าตัดและรับการรักษาตัวในโรงพยาบาลและรวมถึงการคลอดบุตร”

“ไม่มีโรงพยาบาลใดที่ผู้เปราะบางจะสามารถไปใช้บริการได้ ดังนั้นเราจึงหวังว่าประชาชนจะสามารถช่วยเหลือตรงจุดนี้ได้บ้าง”

 

ขอบคุณที่มาจาก: แหล่งข่าว