ต่างชาติทำความเข้าใจก่อน รับวัคซีนในเกาหลี

 

ตามที่รัฐบาลเกาหลีใต้มีประกาศเรื่องการฉีดวัคซีนให้ต่างชาติทุกคนเท่าเทียมกับชาวเกาหลี เพื่อสร้างภูมิกันระดับประเทศ ณ ตอนนี้ได้มีการเริ่มฉีดวัคซีนให้กับบุคคลที่อายุมากกว่า 75 ปี โดยไม่คำนึงถึงสถานะการพำนักในเกาหลีใต้

รับวัคซีนในเกาหลี

อย่างไรก็ตามเพื่อเป็นการสร้างความเข้าใจในวัคซีนที่ทางรัฐบาลได้นำมาฉีดให้กับประชาชนนั้นทางเพจขอนำเกร็ดความรู้ที่เป็นสื่อจากทางรัฐบาลมานำเสนอเพื่อให้เข้าใจตรงกันกับชาวเกาหลีใต้ตามต่อไปนี้

จากข้อมูลเดือนกุมภาพันธ์ 2021 ในสาธารณรัฐเกาหลีสามารถใช้วัคซีนโควิด 19 ได้ 2 ประเภท
ได้แก่ แอสตราเซเนกา และ ไฟเซอร์

รับวัคซีนในเกาหลี
<กลุ่มเป้าหมายที่ยกเว้นการฉีดวัคซีนป้องกันโรคโควิด 19>
▲ กรณีที่สงสัยว่าอาจติดเชื้อโควิด 19 (ต้องเข้ารับการตรวจวินิจฉัยจากหน่วยคัดกรองทันที) ▲ ผู้ป่วยโควิด 19 และผู้สัมผัสใกล้ชิดที่อยู่ระหว่างกักตัว (จะสามารถฉีดวัคซีนได้หลังกักตัวเสร็จสิ้นแล้ว) ▲ กรณีที่พบโรคเฉียบพลัน อาทิ มีไข้ (37.5℃) ฯลฯ (จะต้องเลื่อนการฉีดวัคซีนออกไปจนกว่าจะหายจากอาการที่เป็นอยู่) ▲ สตรีมีครรภ์, เด็กและเยาวชนอายุไม่เกิน 18 ปีบริบูรณ์

*สาเหตุที่ต้องยกเว้นจากการเป็นกลุ่มเป้าหมายของการฉีดวัคซีน เนื่องจากในปัจจุบันยังไม่มีข้อมูลเกี่ยวกับประสิทธิภาพและความปลอดภัยหลังรับวัคซีน

รับวัคซีนในเกาหลี<กลุ่มเป้าหมายที่ห้ามฉีดวัคซีนโควิด 19>
▲ กรณีที่มีประวัติการเกิดอาการแพ้อย่างรุนแรง(ตัวอย่าง: แอนาฟิแล็กซิส)ที่มีต่อส่วนประกอบของวัคซีนโควิด 19 ▲ กรณีที่ได้รับการยืนยันแล้วว่าเกิดอาการแพ้อย่างรุนแรงหลังฉีดวัคซีนโควิด 19 ครั้งแรก

▲ (วัคซีนไฟเซอร์, โมเดอร์นา) กรณีที่มีประวัติการเกิดอาการแพ้อย่างรุนแรงต่อ polyethylene glycol (PEG), ส่วนประกอบ (molecules) ที่เกี่ยวข้องหรือ polysorbate จัดอยู่ในกลุ่มเป้าหมายที่ห้ามรับวัคซีน
* โพลิเอธิลีนไกลคอล (PEG) สามารถพบได้ในยา, ผลิตภัณฑ์สำหรับเตรียมพร้อมลำไส้ (สารล้างลำไส้) เพื่อการส่องลำไส้ใหญ่ด้วยกล้องจุลทรรศน์ (สารล้างลำไส้), ยาน้ำแก้ไอ, เครื่องสำอาง, ผลิตภัณฑ์ทางการแพทย์สำหรับใช้กับผิวพรรณและการผ่าตัด, ยาสีฟัน, คอนแทกต์เลนส์และน้ำยาคอนแทคเลนส์
* polysorbate อาจก่อให้เกิด PEG และอาการภูมิไวเกินได้ ดังนั้นกรณีที่มีประวัติการเกิดอาการแพ้อย่างรุนแรงต่อ polysorbate ห้ามฉีดวัคซีนไฟเซอร์, โมเดอร์นา

▲ (วัคซีนแอสตราเซเนกา)ผู้ที่มีประวัติการเกิดอาการแพ้อย่างรุนแรงต่อ polysorbate จัดอยู่ในกลุ่มเป้าหมายที่ห้ามรับวัคซีน
*ไม่มี PEG เป็นส่วนประกอบของวัคซีนนี้ แต่มี polysorbate ที่อาจก่อให้เกิด PEG และอาการภูมิไวเกินได้ ดังนั้นผู้ที่สงสัยว่าอำจมีอาการแพ้ PEG จำเป็นต้องระมัดระวังในการฉีดวัคซีนแอสตราเซเนกา

รับวัคซีนในเกาหลี

 

รับวัคซีนในเกาหลี

รับวัคซีนในเกาหลี

รับวัคซีนในเกาหลี

รับวัคซีนในเกาหลี

● ข้อมูลเกี่ยวกับนโยบายชดเชยความเสียหายจากการฉีดวัคซีน
▲ กรณีที่เกิดอาการผิดปกติจากการฉีดวัคซีนป้องกันโรค จะดำเนินการตามนโยบายชดเชยความเสียหายจากการฉีดวัคซีนตาม 「กฎหมายว่าด้วยการป้องกันและควบคุมโรคติดเชื้อ」▲ ยื่นเรื่องได้ภายใน 5 ปี นับตั้งแต่วันที่เกิดอาการผิดปกติและรับค่าชดเชยได้ในกรณีที่ได้รับการยอมรับผ่านการตรวจสอบของคณะกรรมาธิการผู้เชี่ยวชาญด้านการตรวจสอบความเสียหายและชดเชยความเสียหายจากการฉีดวัคซีน ▲ กรณีที่สงสัยว่าอาจได้รับความเสียหายจากการฉีดวัคซีนป้องกันโรค สามารถยื่นเรื่องได้ที่ศูนย์บริการสาธารณสุขในพื้นที่
* ปี 2021 ลดเกณฑ์ค่าใช้จ่ายส่วนบุคคลในการยื่นเรื่องขอรับค่าชดเชยความเสียหายจากการฉีดวัคซีนป้องกันโรคโควิด 19 แล้ว (มากกว่า 300,000 วอน →ไม่จำกัด)
* สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมที่เกี่ยวข้องได้ที่ศูนย์บริการสาธารณสุขหรือโฮมเพจช่วยเหลือด้านการฉีดวัคซีนป้องกันโรค (https://nip.kdca.go.kr)

รับวัคซีนในเกาหลี

ขอบคุณที่มา: แหล่งข่าว

รวบ ชาวไทย บุ หรี่เป็นเหตุสังเกตได้

 

วันที่ 17 เมษายน มีการเผยแพร่วิดีโอผ่านช่องยูทูปของยูทูปเบอร์เกาหลีรายนึง ภายในคลิปมีชายต่างชาติคนนึงกำลังสูบบุหรี่อยู่ สักพักหนึ่งเขาได้ทิ้งก้นบุหรี่ลงบนพื้นและเดินกลับเข้าไปในที่พักทันที

กล้องยังคงจับภาพต่างชาติรายนั้นไว้จนกระทั่งเขาเดินหายเข้าไปในโมเต็ลแห่งหนึ่ง ชายผู้แอบซุ่มบันทึกเหตุการณ์ทุกอย่างไว้นั้นได้ต่อสายตรงไปยังเจ้าหน้าที่ตำรวจทันที

บุ หรี่

ชายเกาหลีผู้เห็นเหตุการณ์ทิ้งก้นบุหรี่
“ผมมีเรื่องจะรายงานผมเห็นผู้ไม่ปฏิบัติตามกฎระเบียบ คุณตำรวจจะเข้ามาเช็คไหมถ้าผมรายงาน”

“รับเรื่องได้ คุณอยู่ที่ไหนตอนนี้”

เขาบอกที่อยู่ปัจจุบันตัวเองให้ตำรวจทราบ ไม่นานเจ้าหน้าที่ตำรวจก็มาถึง ก่อนจะเข้าจับกุมชาวต่างชาติรายนี้ได้

ต่างชาติรายนี้เป็นชาวไทยไม่มีวีซ่าพำนักและอาศัยอยู่ในโมเต็ลก่อนจะโดนรวบตัว

ยูทูปเบอร์ได้ถือกล้องถ่ายทอดเหตุการณ์ที่ชายไทยถูกรวบ โดยมีเสียงท้ายคลิปเย้ยว่า

“ขอบใจนะที่ทิ้งก้นบุหรี่ มันช่วยฉันให้มีเรื่องรายงานเจ้าหน้าที่ตำรวจพอดี”

บุ หรี่

ขอบคุณที่มาจาก: แหล่งข่าว

แรงงานต่างชาติบ่นอุบ “ออกนอกโรงงานไม่ได้ 4 เดือนแล้ว”

 

แรงงานต่างชาติรายหนึ่งถูกขังให้อยู่ในโรงงานนอกเมืองมาเป็นเวลากว่า 4 เดือน นายจ้างของเขาห้ามไม่ให้เขาออกไปไหนมาตั้งแต่ต้นปีเพราะโควิดกลับมาระบาดอีกครั้ง
ในขณะเดียวกันคนงานเกาหลีในโรงงานเดียวกันกลับสามารถไปไหนมาไหนได้อย่างอิสระ อย่างไรก็ตามเข้าห้ามแรงงานต่างชาติ 3 คน รวมทั้งนายเอ ให้พักอยู่แต่ในโรงงานเพียงเท่านั้น

แรงงานต่างชาติ

นายเอคนงานต่างชาติกล่าว
“นายจ้างบอกเราว่าหากติด COVID-19 มามันจะเป็นอันตราย เขาจึงบอกเราว่าอย่าออกไปข้างนอก”

“ฉันต้องอยู่หอพักในวันหยุดสุดสัปดาห์ด้วย แถมนายจ้างยังบอกให้ฉันซื้อของผ่านอินเทอร์เน็ต”

แรงงานต่างชาติ

นางสาวบีคนงานต่างชาติอีกคนได้รับคำสั่งจากนายจ้างว่าให้เดินทางไปได้เพียงแค่มาร์ทเท่านั้น

นางสาวบีแรงงานต่างชาติกล่าว
“ฉันรู้สึกอัดอัดที่ไม่สามารถออกไปข้างนอกได้”

ในทางกลับกับทางด้านนายจ้างของเธอกลับเอาแต่โต้ว่าสิ่งนี้ไม่เคยเกิดขึ้น

นายจ้างของนางสาวบีกล่าว
“ฉันไม่ขังแรงงานต่างชาติเสียหน่อย ในสมัยนี้วิธีนี้มีแต่แรงงานต่างชาติจะไม่อยากอยู่ที่นี่ สิ่งเหล่านี้ยังไม่เกิดขึ้น”

อย่างไรก็ตามแรงงานต่างชาติหลายคนกล่าวว่าแนวทางการเลือกปฏิบัติต่อต้านโควิด-19 นั้นเลวร้ายลง

ในบางกรณีนายจ้างอาจห้ามไม่ให้ออกไปข้างนอกหรือในทางกลับกัน พอขอให้มีการตรวจ โควิด-19 ถ้าหากจังไม่ได้ผลตรวจก็อาจไม่ได้รับอนุญาตให้เข้าไปในที่พักจนกว่าจะได้รับผลการตรวจสอบ

นายซีคนงานต่างชาติกล่าว
“นายจ้างบอกห้ามมาที่โรงงานจนกว่ากว่าจะรู้ผลการตรวจหา COVID-19 และห้ามไม่ให้ไปไหนภายใน 3 วัน…”

แรงงานต่างชาติ

ตามระบบอนุญาตการจ้างงาน (E9) คุณต้องทำงานที่เดียวเป็นเวลา 4 ปี 10 เดือนโดยไม่ต้องเปลี่ยนงานเพื่อที่จะได้รับสิทธิ์กลับเข้ามาในประเทศ (re-entry)

แม้ว่านายจ้างจะบังคับในสิทธิมนุษยชน เช่น การห้ามออกไปข้างนอก เช่นนี้ก็ตาม แรงงานต่างชาติต่างจะต้องแบกรับและเออออไปกับพวกเขาด้วย

ทนายความลีจินเฮกล่าว
“ถ้าหากแรงงานชาวต่างชาติไม่ฟังคำสั่งนายจ้างชาวเกาหลี โอกาสที่แรงงานต่างชาติจะได้ทำงานในเกาหลีต่อไปนั้นก็จะหายไปด้วย ดังนั้นพวกเขาจึงมักทนกับสภาพที่ย่ำแย่และทำงานต่อไปได้”

หลายฝ่ายชี้ให้เห็นว่านายจ้างควรละทิ้งทัศนคติที่ความไม่เสมอภาคต่อกันและแก้ไขการละเมิดสิทธิมนุษยชนในระบบอนุญาตการจ้างงานหรือ E9 เสีย!

วิกฤตโควิดปัจจุบัน กับแนวโน้มระบาดระลอก 4

 

เมื่อวันที่ 8 เมษายน นายกรัฐมนตรี ช็อง เซ-กยุน (Chung Sye-kyun) ได้กล่าวถึงการแพร่ระบาดของ COVID-19 ในครั้งนี้อีกครั้งว่า
“ถ้าเราไม่หยุดการแพร่ระบาดของ COVID-19 ในตอนนี้ มันอาจเป็นการกลับมาอีกระลอกที่ 4 และนั่นก็จะเข้าสู่วิกฤตอีกครั้ง”

“เนื่องจากจำนวนผู้ป่วย COVID-19 ที่ได้รับการยืนยันยังคงเพิ่มขึ้นทุกวันจนจำนวนเกิน 600 รายตั้งแต่เมื่อวานนี้ หลายคนกังวลว่าฝันร้ายที่เกิดขึ้นจากการระบาดระลอก 3 เมื่อฤดูหนาวที่แล้วอาจจะเกิดขึ้นซ้ำอีกครั้ง”

วิกฤตโควิด

เมื่อเวลา 00.00 น. ของวันที่ 8 เมษายน จำนวนผู้ติดเชื้อ COVID-19 ที่ได้รับการยืนยันอยู่ที่ 700 รายนับเป็นครั้งแรกในรอบ 93 วันที่จำนวนผู้ป่วยที่ได้รับการยืนยันแตะถึง 700 ราย

ตามการข้อมูลการติดเชื้อ สถานการณ์กำลังจะร้ายแรงขึ้น เกิดการติดเชื้อแบบกลุ่มขึ้นทั่วประเทศ การติดเชื้อแบบกลุ่มนั้นมักเกิดขึ้นตามสถานบันเทิง, สถานพักผ่อนหย่อนใจ, โรงเรียน, โบสถ์, ร้านอาหาร, และศูนย์ออกกำลังกาย

นายกรัฐมนตรีช็องกล่าว
“เนื่องจากความเหนื่อยล้าจากการกักกันสะสมมาเป็นเวลานานจึงเป็นปัจจัยเสี่ยงที่ทำให้ไม่มีการปฏิบัติตามกฎการกักกัน”

“เราตระหนักดีว่าแนวโน้มระลอกที่ 4 จะก่อให้เกิดความเจ็บปวดแบบไหนในเศรษฐกิจและชีวิตประจำวันหากนี้มันจะกลายเป็นความจริงขึ้นมา รัฐบาลเองจะต้องตื่นตัวขึ้นมาก่อน”

วิกฤตโควิด

รัฐบาลเกาหลีใต้จะประกาศแผนปรับขั้นตอนการปรับระยะห่างทางสังคมในวันที่ 9 เมษายนนี้

นอกจากนี้ยังมีกรณีไวรัสกลายพันธุ์ที่ได้รับการยืนยันแล้วกว่า 330 รายที่มีพลังการแพร่กระจายที่แข็งแกร่งขึ้นในเกาหลี และรัฐบาลกล่าวว่าจะพยายามอย่างเต็มที่เพื่อป้องกันไวรัสกลายพันธุ์ให้ได้

นอกจากนั้นทางรัฐบาลได้ตัดสินใจระงับการฉีดวัคซีน AstraZeneca กระทันหันไว้ระยะหนึ่งแล้ว การฉีดวัคซีนจะดำเนินต่อหลังจากมีการตรวจสอบอย่างรอบคอบเกี่ยวกับผลการประเมินความปลอดภัยจากของประชาคมระหว่างประเทศที่มีข้อกังวลเกี่ยวกับวัคซีน AstraZeneca และลิ่มเลือดอุดตัน

วิกฤตโควิด

ในทางกลับกัน European Medicines Agency (EMA) กล่าวว่าการฉีดวัคซีนควรดำเนินต่อไปแม้ว่าจะมีผลข้างเคียงแต่ก็เป็นกรณีที่หายาก

แต่อย่างไรก็ตามหน่วยงานกักกันของเกาหลีใต้จะประกาศการกลับมาฉีดวัคซีน AstraZeneca ป้องกันโควิดอีกครั้งในช่วงสุดสัปดาห์นี้

 

ขอบคุณที่มาจาก: แหล่งข่าว

รัฐฯเกาหลีฟันธง วัคซีนฟรี ทุกคน

เจ้าหน้าที่กักกันโรคฝ่ายวัคซีนเผยวันนี้ถึงการยืนยันกรณีการจ่ายวัคซีนให้ต่างชาติที่ไม่ได้ลงทะเบียนพำนักในเกาหลีใต้ (ผีน้อย) ว่ามีสิทธิ์ในการรับวัคซีนเฉกเช่นเดียวกับชาวเกาหลีใต้

ตามที่เคยมีการประกาศไปก่อนหน้านี้ถึงกรณีที่ต่างชาติที่อาศัยในเกาหลีใต้มากกว่า 3 เดือนในเกาหลีมีสิทธิ์รับวัคซีนป้องกันโควิด แต่ไม่ได้มีการระบุว่าผีน้อยมีสิทธิ์ได้รับด้วยหรือไม่

แม้แต่รัฐบาลเกาหลีใต้เองก็มีเพียงแต่มีการพิจารณาสิทธิ์นี้แต่ยังไม่ได้ออกมายืนยันการให้สิทธิ์อย่างเป็นทางการ

แต่ด้วยการผลักดันของกลุ่มสิทธิมนุษยชนและกลุ่มนักวิชาการด้านสิทธิมนุษยชนที่ออกมาให้เหตุผลว่าทุกคนมีสิทธิ์ที่จะติดเชื้อไม่เลือกว่ามีหรือไม่มีวีซ่า ดังนั้นการฉีดวัคซีนให้กับผีน้อยนั้นก็ถือเป็นการให้สิทธิพวกเขาในฐานะมนุษย์ อีกทั้งเป็นการเสริมการป้องกันจุดบอดในการติดเชื้อในกลุ่มพวกเขาได้ด้วย

เจ้าหน้าที่กักกันโรคได้ออกมายืนยันว่า

แผนการฉีดวัคซีนที่เราเผยไปในช่วงแรกเราได้มีการวางแผนไว้แล้วว่าจะมอบวัคซีนกับทุกคน และกำหนดการเดือนนี้ผู้ที่อายุมากกว่า 65 ปีจะเริ่มรับวัคซีน ซึ่งนี่จะรวมถึงผีน้อยที่อายุมากกว่า 65 ปีต้องเข้ารับวัคซีนเช่นกัน

รัฐบาลขอย้ำว่าการเข้ารับวัคซีนจะไม่มีการจับหรือปรับผีน้อย ไม่ว่าคุณจะมีวีซ่าหรือไม่มีวีซ่าก็สามารถเข้ารับวัคซีนได้ฟรีและเป็นไปตามเงื่อนไขเดิมคือไม่มีการเปิดเผยข้อมูลของผู้รับที่จะรับวัคซีนต่อฝ่ายตรวจคนเข้าเมืองอย่างแน่นอน

ขอบคุณที่มา: แหล่งข่าว

เกาหลีแนะ พาสปอร์ตวัคซีน ออนไลน์

นายกรัฐมนตรี ช็อง เซกยุน กล่าวเมื่อวันที่ 1 เมษายนว่าเขาจะนำวัคซีนพาสปอร์ตเข้ามาใช้กับเกาหลีใต้เพื่อทำการบันทึกประวัติการฉีดวัคซีน ป้องกัน COVID-19

โดยนายกช็องได้เผยในการประชุมที่ศูนย์ราชการกรุงโซล

เราควรนำวัคซีนพาสปอร์ต (หรือ กรีนการ์ด) เข้ามาใช้เพื่อให้ผู้ที่ได้รับวัคซีนรู้สึกได้ถึงการฟื้นตัวของการใช้ชีวิตประจำวัน

รัฐบาลเกาหลีได้เริ่มเตรียมวัคซีนพาสปอร์ต ตั้งแต่ต้นปีนี้และได้พัฒนาระบบที่จะพิสูจน์ได้ว่ามีการฉีดวัคซีน โดยมีการวางระบบไว้ผ่านสมาร์ทโฟนเป็นที่เสร็จเรียบร้อยแล้ว

ระบบได้อัพเดทและได้รับอนุญาตให้ตรวจสอบว่าประเทศอื่น ได้รับการฉีดวัคซีนแล้วหรือไม่ด้วยโดยที่ข้อมูลส่วนบุคคลนั้นมีการสร้างความปลอดภัยโดยใช้เทคโนโลยี blockchain เข้ามาเพื่อป้องกันความเป็นไปได้ในการปลอมแปลง ส่วนการรองรับการใช้งานแอปพลิเคชันนั้นจะเปิดตัวอย่างเป็นทางการภายในเดือนนี้

นายกช็องกล่าวกับหน่วยงานกักกันและกระทรวงที่เกี่ยวข้องดังนี้

นอกจากนี้แล้วเราอยากให้ทุกหน่วยงานมีส่วนร่วมในการอภิปรายเกี่ยวกับการนำวัคซีนพาสปอร์ตระหว่างประเทศมาใช้ในครั้งนี้ เพราะนำมาใช้ก็เพื่อให้ประชาชนสามารถเดินทางไปกลับบ้านเกิดหรือเดินทางไปต่างประเทศสะดวกขึ้นและสามารถตรวจสอบประวัติได้ล่วงหน้าสะดวกยิ่งขึ้นอีกด้วย

นายกช็องกล่าวด้วยว่าการฉีดวัคซีนไฟเซอร์สำหรับผู้ที่มีอายุ 75 ปีขึ้นไปได้เริ่มแล้วในวันนี้

โปรดคิดว่านี้คือการฉีดวัคซีนที่ถือเป็นของขวัญสำหรับพ่อแม่ที่แก่ชราของทุกท่าน

เนื่องจากการเปิดตัวหนังสือเดินทางวัคซีนของเกาหลีนั้น มีความคาดหวังว่าในช่วงไตรมาสที่ 3 ของปีการเดินทางไปต่างประเทศอาจจะเพิ่มขึ้น(กรกฎาคม) เพราะบุคคลทั่วไป (อายุระหว่าง 19-64 ปี) จะเริ่มได้รับการฉีดวัคซีนเพิ่มขึ้นนั่นเอง

ขอบคุณที่มา: แหล่งข่าว

วิจารณ์คำสั่งปกครองยับ คาดสุ่มตรวจต่างชาติเสี่ยงเท่านั้น

 

เมื่อวันที่ 21 มีนาคม เจ้าหน้าที่ ซน ย็องเน ได้เผยประกาศแถลงการณ์ถึงข้อขัดแย้งที่เกี่ยวกับประเด็นของการที่ให้ต่างชาติทุกคนเข้ารับการตรวจโควิดว่า

“จากนี้การตรวจโควิดจะเป็นไปตามสถานที่ที่มีความเสี่ยงสูง อาทิเช่น ตามชุมชนที่มีการพบการติดเชื้อและกลุ่มผู้คนที่ไปมาหาสู่กันเป็นประจำ หรือสถานทำงานที่ค่อนข้างเสี่ยงต่อการติดเชื้อเพราะอากาศไม่ถ่ายเท และง่ายต่อการนำพาเชื้อโรค”

คำสั่งปกครอง

เดิมทีทางการโซลได้มีแผนออกประกาศคำสั่งให้ต่างชาติทุกคนต้องเข้ารับการตรวจโควิดโดยกำหนดการยาวไปจนกระทั่งสิ้นเดือนนี้

แต่กระนั้นก็เกิดข้อกังขาระหว่างทางไม่ว่าจะเป็นกรณีที่ต่างชาติที่ทำงานร่วมชาวเกาหลี ออกมาให้ความเห็นว่า หลังได้รับคำสั่งพบว่ามีเพียงชาวต่างชาติเท่านั้นที่ต้องเข้ารับการตรวจ ทั้งที่คนเกาหลีที่ทำงานด้วยกันไม่จำเป็นต้องตรวจ

อีกประเด็นคือพนักงานออฟฟิศเข้าใจว่าการกระจายของเชื้อส่วนมากอยู่ในกลุ่มของแรงงานต่างชาติตามโรงงานมากกว่า ไม่เห็นจำเป็นต้องให้ทุกคนเข้ารับการตรวจ

คำสั่งปกครอง

ไซม่อนสมิธ ราชทูตอังกฤษประจำประเทศเกาหลีให้ความเห็นประเด็นนี้ว่า
“คำสั่งไม่แฟร์ ไม่ได้สัดส่วน ซึ่งไม่น่าจะให้ผลลัพธ์ที่ดี” ก่อนจะมีการเรียกร้องไปยังที่ว่าการกรุงโซลให้ยกเลิกคำสั่งนี้และหาวิธีการที่เหมาะสมกว่านี้เห็นจะดีกว่า นอกจากนั้นท้องถิ่นอื่นๆ ได้ออกมาเรียกร้องตามกันด้วย

คำสั่งปกครอง

ทางด้านคย็องกีโดออกมาโต้ว่า
“ได้โปรดอย่าพยายามคิดไปในทิศทางของการเลือกออกคำสั่งกับแค่ชาวต่างชาติ ให้มองว่านี่เป็นการวางระบบการป้องกันการระบาดเห็นจะดีกว่า”

ในคย็องกีโดมีการตรวจคัดกรองไปแล้วกว่า 340,000 คน พบผู้ติดเชื้อ 850 คน และพรุ่งนี้จะเป็นวันสุดท้ายในการสิ้นสุดการตรวจคัดกรองโควิดตามคำสั่งทางปกครองเดิม

เสียงกังวลอย่าเลือกปฏิบัติ “ต่างชาติ ฉีดวัคซีน ไม่ถูกจับกลับ”

“ไวรัสไม่ได้เลือกปฏิบัติที่จะติดใครหรือไม่ติดใคร แต่ดูเหมือนว่าจะมีการเลือกปฏิบัติในเชิงนโยบายการกักกันวัคซีน ซึ่งเป็นสิ่งที่สิ้นหวังและสร้างความกังวลว่าการฉีดวัคซีนจะถูกผลักกลับไปที่อันดับหลัง”

เมื่อเริ่มฉีดวัคซีน COVID-19 ความคาดหวังในการฟื้นตัวของชีวิตประจำวันก็เพิ่มมากขึ้น อย่างไรก็ตามแรงงานต่างชาติที่ถูกกีดกันจากมาตรการกักกันของรัฐบาลหลายครั้งรู้สึกกังวลแม้จะทราบข่าวการจัดหาวัคซีนแล้วก็ตาม

เมื่อวันที่ 28 กุมภาพันธ์ Udaya Rai ผู้นำสหภาพแรงงานต่างชาติกล่าวว่า
“เรายังไม่ได้ยินอะไรเกี่ยวกับแผนหรือคำสั่งในการฉีดวัคซีนให้กับแรงงานต่างชาติเลย”

“เริ่มมีความกังวลมากมายรอบตัว เพราะเหมือนคิวของพวกเรากำลังจะถูกเลื่อนออกไป”

“แรงงานต่างชาติอาศัยอยู่ในสังคมเดียวกับชาวเกาหลีและมีการนำนโยบายกักกันของรัฐบาลมาใช้อย่างไม่เป็นธรรมมาโดยตลอด”

“เป็นเรื่องน่าเสียใจอยู่ไม่น้อยที่พวกเขามักถูกมองว่าเป็นเป้าหมายของการวิพากษ์วิจารณ์มากกว่าเป็นส่วนหนึ่งของการร่วมฝ่าฟันวิกฤตไปด้วยกัน”

แรงงานต่างชาติถูกเลือกปฏิบัติหลายครั้งในนโยบายที่มีไว้รับมือ COVID-19 เมื่อตอนใช้ “นโยบายหน้ากาก” เมื่อเดือนมีนาคมปีที่แล้ว แรงงานต่างชาติจำต้องแสดงบัตรประจำตัวชาวต่างชาติและบัตรประกันสุขภาพเพียงเพื่อซื้อหน้ากาก

ต่างจากชาวเกาหลีที่ขอเพียงบัตรประจำตัวประชาชนเพียงเท่านั้น ต่อมาเจ้าหน้าที่สาธารณสุขได้ยกเลิกกฎในการแสดงบัตรประกันสุขภาพ เนื่องจากการมีการประท้วงถึงการใช้เงื่อนไขที่ยากลำบากต่อชาวต่างชาติเพียงเท่านั้น อย่างไรก็ตามชาวต่างชาติที่พำนักระยะสั้นและแรงงานต่างชาติที่ไม่ได้ขึ้นทะเบียน ซึ่งแน่นอนว่าไม่สามารถที่จะสมัครประกันสุขภาพได้ และทั้งหมดได้รับการยกเว้นจากมาตรการการจัดซื้อหน้ากากอนามัยนี้

นอกจากนั้นแรงงานต่างชาติยังไม่รวมอยู่ในนโยบายเงินเยียวยาช่วยเหลือภัยพิบัติ เนื่องจากนโยบายสนับสนุนเงินเยียวยาโควิดของรัฐบาลกลางและรัฐบาลท้องถิ่นนั้นจำกัดเฉพาะผู้อยู่อาศัยอยู่ถาวร (F-5) และผู้ย้ายถิ่นฐานเพื่อแต่งงาน (F-6) ที่มีประกันสุขภาพในทะเบียนราษฎร์เท่านั้น (주민등록)

การต้องอยู่ในสภาพแวดล้อมที่เสี่ยงต่อการติดเชื้อเป็นปัญหาหนึ่งที่แรงงานต่างชาติต้องเผชิญ

นาย A แรงงานชาวเนปาลที่ไม่ได้ลงทะเบียนพำนักซึ่งอยู่ในเกาหลีมา 6 ปีแล้วกล่าว
“โดยปกติแล้วแรงงานต่างชาติมักจะอยู่รวมตัวกันในโรงงานและหอพักจึงมีความเสี่ยงสูงที่จะติดเชื้อแบบกลุ่ม”

“โรงงานบางแห่งขู่ว่าจะปิดกั้นไม่ให้แรงงานต่างชาติออกไปข้างนอกและจะไล่ออกหากพวกเขาออกไปข้างนอก”

เพื่อที่จะก้าวออกจากสถานการณ์นี้ การฉีดวัคซีนเป็นสิ่งสำคัญ แต่ นาย A กล่าวว่า เขายังลังเลเกี่ยวกับการจะเข้ารับการฉีดวัคซีนอยู่ เป็นเพราะความกลัวที่จะถูกบังคับให้ออกจากประเทศหลังจากถูกตรวจพบว่าเป็นชาวต่างชาติที่ไม่ได้ลงทะเบียนในระหว่างกระบวนการฉีดวัคซีน

“เพราะก่อนหน้านี้ระหว่างทางไปตรวจหา COVID-19 ก็มีกรณีเพื่อนชาวต่างชาติที่ไม่มีวีซ่าถูกคนขับแท็กซี่แจ้งจับ ก่อนจะถูกบังคับให้เดินทางออกนอกประเทศ”

“เว้นแต่รัฐบาลจะรับรองว่าชาวต่างชาติที่ไม่มีวีซ่าจะไม่ถูกบังคับให้ออกจากประเทศ การไปรับการฉีดวัคซีนจะเป็นเรื่องยาก”

“คนที่ไม่มีวีซ่าก็คนเหมือนกัน COVID-19 มันน่ากลัวนะ ไม่อยากให้ใครต้องตกอยู่ในอันตรายเพราะเรา”

“เนื่องจากเป็นปัญหาที่เกี่ยวข้องกับสุขภาพ รัฐจึงควรที่จะฉีดวัคซีนโดยไม่เลือกปฏิบัติ”

Kim Dal-sung ผู้อำนวยการศูนย์แรงงานต่างชาติโพชอนกล่าว
“แรงงานต่างชาติมีอุปสรรคด้านภาษา ซึ่งทำให้พวกเขาขาดโอกาสในการสื่อสารและยากที่จะสื่อสารซึ่งนี่เป็นอีกประเด็นทางสังคม”

“ชาวต่างชาติยังเสี่ยงต่อการติดเชื้อ เนื่องจากแรงงานมีสภาพความเป็นอยู่ที่ไม่ดี”

“นี่ไม่ใช่การร้องขอสิทธิพิเศษในการรักษา แต่เป็นเพียงการขออนุญาตให้มีการฉีดวัคซีนในเวลาเดียวกันกับบุคคลทั่วไปโดยไม่มีการเลือกปฏิบัติ”

“เราต้องการแผนการฉีดวัคซีนที่มีไว้ให้กับแรงงานที่ไม่ได้ลงทะเบียนประมาณ 400,000 คน”

ขอบคุณที่มา: แหล่งข่าว

เผยขั้นตอนรับวัคซีนป้องกันโควิด

 

เมื่อวันที่ 26 กุมภาพันธ์ได้เริ่มมีการฉีดวัคซีนเอสตร้าเซเนก้า (AstraZeneca) ส่งนในวันนี้เริ่มก็มีการฉีดวัคซีนไฟเซอร์ (Pfizer)

ตามกำหนดการแล้วในเดือนกรกฎาคมจะเริ่มมีการฉีดวัคซีนป้องกันไวรัสโควิด -19 สำหรับประชาชนทั่วไป (อายุ 18 ~ 49 ปี) ดังนั้นเพจจึงขออธิบายขั้นตอนการฉีดวัคซีนที่มีการเตรียมการไว้ดังนี้

ขั้นแรกหน่วยงานกักกันจะแจ้งหากบุคคลคนนั้นจะได้รับการฉีดวัคซีนเมื่อไหร่และสามารถจองคิวเข้ารับวัคซีนผ่านทางอินเทอร์เน็ต (https://ncv.kdca.go.kr/) หรือจองทางโทรศัพท์ที่หมายเลข 1339

ขั้นตอนหลังจากเข้ามาถึงศูนย์ฉีดวัคซีนในวันที่กำหนดจะมีดังนี้

 

[1] จัดเตรียมตารางซักประวัติเบื้องต้นหลังการวัดอุณหภูมิที่ศูนย์ฉีดวัคซีน (คุณต้องมาถึงศูนย์ฉีดวัคซีนก่อนเวลานัดหมาย 30 นาที)

วัคซีนป้องกันโควิด

การเตรียมตอบคำถามในตารางซักประวัติเบื้องต้นเช่น:

[คำถามสำคัญ]
▲ ตั้งครรภ์อยู่หรือไม่? ▲ วันนี้มีอาการป่วยหรือไม่? ▲ เคยมีประวัติติดเชื้อ COVID-19 หรือไม่
▲ เคยฉีดวัคซีนป้องกัน COVID-19 หรือไม่ ▲ เคยมีอาการแพ้หลังจากฉีดวัคซีนอื่น ๆ หรือไม่? ▲ การแข็งตัวของเลือดผิดปกติหรือไม่?

วัคซีนป้องกันโควิด

[2] หากได้การตรวจเบื้องต้นตามตารางการซักประวัติเบื้องต้นแล้ว

ต่อไปก็จะเป็นขั้นตอนการตรวจสอบว่ามีปัญหาในการฉีดวัคซีนหรือไม่

วัคซีนป้องกันโควิด

[3] การรับวัคซีน

โดยปกติการฉีดวัคซีนจะเสร็จสิ้นภายใน 7 วินาที

วัคซีนป้องกันโควิด

[4] รับฟังข้อควรระวังหลังการฉีดวัคซีน

หลังจากฉีดวัคซีนเจ้าหน้าที่ทางการแพทย์จะให้ข้อมูลเกี่ยวกับข้อควรระวังหลังการฉีดวัคซีน

[5] รับใบรับรองการฉีดวัคซีนครั้งที่ 1

หลังจากฉีดวัคซีนครั้งที่ 1 เสร็จแล้วคุณจะได้รับการยืนยันว่าได้รับการฉีดวัคซีนครั้งแรกแล้ว

วัคซีนป้องกันโควิด [6] รอ 15 ถึง 30 นาทีในห้องรอสังเกตการณ์

หลังรับวัคซีนแล้วจะต้องรอในห้องสังเกตการณ์เพื่อดูปฏิกิริยาที่ผิดปกติหรือผลข้างเคียงของวัคซีน

หากคุณไม่มีอาการใด ๆ ก็สามารถกลับบ้านได้

ก่อนกลับต้องรับใบนัดเข้ารับการฉีดวัคซีนครั้งที่ 2 (จะมีการแนะนำเป็นรายบุคคล ดังนั้นคุณต้องจำไว้วันที่ให้ได้)

[7] สิ่งที่ต้องตรวจสอบที่บ้าน

หลังการฉีดวัคซีนอาจเกิดปฏิกิริยาผิดปกติเล็กน้อยเช่น ปวด, บวม, หนาวสั่น, และมีไข้ ไม่ต้องตกใจอาการจะดีขึ้นเองภายในไม่กี่วัน
* หากคุณมีไข้สูงมากกว่า 39 องศาหรือมีอาการแพ้โปรดไปพบแพทย์เพื่อรับการรักษาทันที

[ช่วงการฉีดวัคซีนครั้งที่สอง]
เอสตร้าเซเนก้า: เว้นระยะห่าง 4 ถึง 12 สัปดาห์หลังรับการฉีดวัคซีนเข็มแรก
ไฟเซอร์: เว้นระยะเวลา 21 วันหลังการฉีดวัคซีนครั้งแรก
โมเดอร์น่า: เว้นระยะเวลา 28 วันหลังการฉีดวัคซีนครั้งแรก
** Janssen: รับวัคซีนเพียงครั้งเดียว

ขอบคุณที่มาจาก: แหล่งข่าว(1), แหล่งข่าว(2)

เพิ่มวัคซีน COVID-19 “จาก 750,000 คนเป็น 785,000 คน”

 

เมื่อวิกฤต COVID-19 ดำเนินมานานกว่าหนึ่งปีการฉีดวัคซีนซึ่งคาดว่าจะกลายเป็น “ตัวเปลี่ยนเกม” กำลังจะเริ่มในวันที่ 26 กุมภาพันธ์นี้แล้ว

วัคซีน AstraZeneca ซึ่งได้รับการอนุมัติให้เป็นวัคซีนที่นำมาใช้เป็นตัวแรกในเกาหลีได้ถูกส่งไปยังส่วนต่างๆของประเทศตั้งแต่เวลา 17.30 น. ของวันที่ 25 กุมภาพันธ์

ตามรายงานของหน่วยงานกักกันนั้น วัคซีน AstraZeneca จะถูกจัดส่งตามลำดับไปยังสถานีอนามัยและโรงพยาบาลเนอร์ซิ่งประมาณ 1,900 แห่งทั่วประเทศ หลังจากการจัดประเภทและบรรจุภัณฑ์ใหม่ที่ศูนย์โลจิสติกส์ในอิชอน

วัคซีน

คาดจำนวนผู้ได้รับวัคซีนเพิ่มขึ้นอีกประมาณ 35,000 คน ซึ่งมากกว่าที่รัฐบาลคาดการณ์ไว้เดิมที่ 750,000 คน

รวมผู้ที่จะได้รับวัคซีนรอบแรกกว่า 785,000 คน อย่างไรก็ตามจะมีการฉีควัคซีนล็อตแรกให้กับ 173,500 คนก่อน ส่วนคนที่เหลือจะส่งถึง 3 วันหลังจากนั้น

วัคซีนถูกส่งไปยังทุกส่วนของประเทศโดยใช้ยานพาหนะและเรือเป็นหลัก

การฉีดวัคซีนเต็มรูปแบบจะเริ่มทั่วประเทศตั้งแต่เวลา 9.00 น. ของวันที่ 26 กุมภาพันธ์นี้

วัคซีน

ขั้นตอนการให้วัคซีน แพทย์จะตรวจเบื้องต้นว่ามีผู้ป่วย “แอนาฟิแล็กซิส”หรือไม่ และงดฉีดวัคซีนให้กับผู้ป่วยอาการดังกล่าว และผู้ที่มีอาการแพ้อย่างรุนแรงและอาการต่างๆ เช่น มีไข้มากกว่า 37.5 องศา, ไอหรือเจ็บคอ

หลังจากได้รับวัคซีนผู้ฉีดวัคซีนควรรอ 15 ถึง 30 นาทีหลังจากได้รับวัคซีน เพื่อดูว่ามีปฏิกิริยาผิดปกติหรือไม่

โดยทั่วไปวัคซีนที่เปิดใช้งานแล้วนั้นจะต้องใช้ให้หมดในเดียวกันและจำนวนที่เหลือจะถูกกำจัดทิ้งใช้อีกไม่ได้

ผู้ที่จะได้รับวัคซีนคนแรกจะเป็นผู้ที่อยู่ในโรงพยาบาลเนอร์สซิ่งหรือศูนย์ดูแลผู้สูงอายุเป็นไปตามแผนเดิม

วัคซีน วัคซีนไฟเซอร์ซึ่งจัดหาผ่านโครงการ COVAX จะออกจากสนามบินเนเธอร์แลนด์และถึงสนามบินนานาชาติอินชอนในวันที่ 26 กุมภาพันธ์นี้เช่นกัน

วัคซีนไฟเซอร์ที่จะมาถึงนั้นจะฉีดให้กับ 58,500 คน ก่อน

และการฉีดวัคซีนไฟเซอร์ก็จะเริ่มในวันที่ 27 กุมภาพันธ์นี้ โดยจะมอบให้กับกลุ่มบุคคลกรทางการแพทย์ 55,000 คน ที่ดูแลผู้ป่วยโควิด -19 โดยตรง