2 พ.ค. เกาหลีประกาศใช้ “ยกเลิกการบังคับสวมหน้ากากกลางแจ้ง”

เจ้าหน้าที่สาธารณสุขได้ประกาศยกเลิกการสวมหน้ากากอนามัยกลางแจ้งโดยจะมีผลเริ่มใช้ตั้งแต่วันที่ 2 พฤษภาคมจนกว่าจะมีประกาศใหม่

“การชุมนุมที่มีผู้เข้าร่วมมากกว่า 50 คนกลางแจ้งและผู้เยี่ยมชมการแสดงและกิจกรรมกีฬาที่มีผู้ชมมากกว่า 50 คนยังต้องสวมหน้ากากอนามัยกลางแจ้งอยู่ แต่กรณีอื่นๆสามารถถอดหน้ากากกลางแจ้งได้”

ยกเลิกการบังคับสวมหน้ากาก

ตั้งแต่วันที่ 2 พฤษภาคม คุณไม่จำเป็นต้องจ่ายค่าปรับ 100,000 วอน แม้ว่าคุณจะไม่สวมหน้ากากกลางแจ้ง รัฐบาลเกาหลีอนุญาตให้ประชาชนสวมหน้ากากกลางแจ้งด้วยความสมัครใจของตนเอง

อย่างไรก็ตาม รัฐบาลเกาหลีขอให้ประชาชนสวมหน้ากากแม้ว่าพวกเขาจะอยู่กลางแจ้งในกิจกรรมที่มีผู้เข้าร่วมมากกว่า 50 คนหรือในสถานที่ที่ยากต่อการเว้นระยะห่างทางสังคมจากผู้อื่นเพราะถือว่ามีคนจำนวนมาก

นอกจากนี้ ขอแนะนำเป็นอย่างยิ่งให้ผู้ที่มีอาการ COVID-19 และกลุ่มที่มีความเสี่ยงสูงที่ไม่ได้รับการฉีดวัคซีนสวมหน้ากากกลางแจ้ง

เจ้าหน้าที่สาธารณสุขเผยว่า “ในกรณีที่สวมหน้ากากกลางแจ้ง ควรเคารพทางเลือกของแต่ละคน และประชาชนควรตัดสินใจสวมหน้ากากโดยสมัครใจตามสถานการณ์”

ยกเลิกการบังคับสวมหน้ากาก

อย่างไรก็ตาม ภาระหน้าที่ในการสวมหน้ากากภายในอาคารยังคงดำเนินต่อไป

รัฐบาลเกาหลีแจงสถานการณ์โควิด-19 ในเกาหลีตอนนี้ลดลงมาเป็นเวลา 6 สัปดาห์ มีการเตรียมความพร้อมรับมือ “การอยู่ร่วมกันกับ COVID-19” โดยยกระดับการเว้นระยะห่างทางสังคมและลดระดับโรคติดเชื้อไวรัสโควิด-19 จากที่หนึ่งเป็นสอง พร้อมยกเลิกภาระผูกพันการสวมหน้ากากกลางแจ้งโดยคำนึงถึงความเสี่ยงในการติดเชื้อต่ำ

ยกเลิกการบังคับสวมหน้ากาก

ขอบคุณที่มาจาก : แหล่งข่าว

เริ่มเปิดสนามบินในประเทศ ‘มุ่งเพิ่มเที่ยวบิน 100 เที่ยวต่อเดือน’

รัฐบาลเกาหลีได้ตัดสินใจที่จะเพิ่มจำนวนเที่ยวบินระหว่างประเทศขึ้นอย่างมีนัยสำคัญและนั่นทำให้เที่ยวบินระหว่างประเทศตามสนามบินในท้องถิ่นกลับมาเป็นปกติ เนื่องจากการระบาดของโควิด-19 ในเกาหลีใต้ลดลงเป็นสัปดาห์ที่สาม

สนามบินในประเทศ

เมื่อวันที่ 6 เมษายน หน่วยงานสาธารณสุขเผย “จำนวนผู้ป่วยที่ได้รับการยืนยันการติดเชื้อโควิด-19 ลดลงในช่วงสามสัปดาห์ที่ผ่านมา จำนวนผู้ป่วยที่ได้รับการยืนยันโดยเฉลี่ยต่อวันในสัปดาห์ที่ผ่านมาลดลงประมาณ 30 เปอร์เซ็นต์เมื่อเทียบกับสัปดาห์ก่อนหน้า”

“นอกจากนี้ ยังมีการคาดว่าชาวเกากลีจะเยือนต่างประเทศเพิ่มขึ้น เนื่องจากต่างประเทศที่ได้ผ่านจุดสูงสุดของการระบาดโอไมครอนหลายประเทศส่งผลให้มีการผ่อนคลายนโยบายควบคุมโรคระบาดลง”

สนามบินในประเทศ

“ตั้งแต่เดือนหน้าเป็นต้นไป เราจะเพิ่มจำนวนเที่ยวบินระหว่างประเทศรายสัปดาห์ทุกเดือนเดือนละ 100 เที่ยวสำหรับประเทศไทย, อเมริกา, ยุโรป และสิงคโปร์ ซึ่งได้รับการยกเว้นการกักตัวและไม่ต้องขอวีซ่าก่อนเข้าประเทศ และเพิ่มขึ้นไปอีกเดือนละ 300 เที่ยวภายในเดือนกรกฎาคม”

“เราจะปรับเที่ยวบินระหว่างประเทศตามสนามบินในท้องถิ่นให้เป็นมาตรฐานเดียวกันด้วย อาทิ เที่ยวบินระหว่างประเทศที่มีให้บริการเฉพาะที่สนามบินกิมแฮ(김해) และแทกู(대구) จะขยายไปยังสนามบินมูอัน(무안), ช็องจู(청주) และเชจู (제주) ในเดือนหน้า และเราจะกลับมาเปิดให้บริการสนามบินอื่นๆ เช่น สนามบินกิมโป(김포) และ สนามบินยังยาง(양양) ตามลำดับ”

สนามบินในประเทศ

ขอบคุณที่มาจาก : แหล่งข่าว

4 เม.ย นี้ เริ่มพบปะส่วนตัวสูงสุด 10 คน ร้านอาหาร ร้านกาแฟเปิดถึง 24:00 น.

รัฐบาลเกาหลีได้ตัดสินใจที่จะเพิ่มจำนวนการชุมนุมส่วนตัวเป็น 10 คนโดยจะเริ่มในสัปดาห์หน้า นอกจากนี้จะขยายเวลาเปิดทำการของสถานอำนวยความสะดวกอเนกประสงค์ เช่น ร้านอาหารและร้านคาเฟ่ไปจนถึงเที่ยงคืน

โรคประจำถิ่น

นายกรัฐมนตรีคิม บู-กย็อม (김부겸 국무총리) ได้จัดประชุมเมื่อวันที่ 1 เมษายนและมีการออกประกาศดังกล่าว

โดยมาตรการนี้จะมีผลเป็นเวลา 2 สัปดาห์ ตั้งแต่วันที่ 4 เมษายนไปจนถึง 17 เมษายนนี้

นายกรัฐมนตรีคิมยังกล่าวอีกว่า “หากระบบการรักษาพยาบาลมีการจัดการที่คงความเสถียรในช่วงที่มีผู้มีอาการรุนแรงน้อยลงและการเสียชีวิตคงเสถียรในช่วง 2 สัปดาห์ข้างหน้า เราจะปรับมาตรการควบคุมโรคใหม่”

โรคประจำถิ่น

บางคนคาดการณ์ว่านี่จะเป็นการเว้นระยะห่างทางสังคมครั้งสุดท้ายในเกาหลี

ก่อนหน้านี้ หนังสือพิมพ์วอลล์สตรีทเจอร์นัล (WSJ) คาดการณ์ในรายงานเมื่อวันที่ 30 มีนาคมว่า เกาหลีอาจเป็นประเทศแรกของโลกที่ใช้ระบบโรคประจำถิ่นในกลุ่มโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ (โควิด-19)

โรคประจำถิ่น

 

โอมิครอนอัตราดับเท่าไข้หวัดใหญ่ “เล็งลดระดับการติดเชื้อลง ระดับ 2”

รัฐบาลเกาหลีประเมินอัตราการเสียชีวิตที่มาจากการติด COVID-19 อยู่ในระดับของไข้หวัดใหญ่ตามฤดูกาล และคาดว่าอาจจะมีการลดระบบการเว้นระยะห่างทางสังคมในปัจจุบัน

ซนย็องแร เจ้าหน้าที่จากหน่วยงานสาธารณสุข กล่าวในการบรรยายสรุปไว้ตั้งแต่วันที่ 15 มีนาคมว่า “การจัดการอัตราการเสียชีวิตมีความสำคัญมากในการตอบสนองต่อ COVID-19 อัตราการเสียชีวิตในช่วงสี่สัปดาห์ที่ผ่านมานั้นต่ำกว่า 0.1% เรียกได้ว่าหากเทียบกับปัจจุบันอัตราการเสียชีวิตนั้นใกล้เคียงกับไข้หวัดใหญ่ตามฤดูกาล”

อัตราการเสียชีวิตของไข้หวัดใหญ่ตามฤดูกาลอยู่ที่ 0.05% ถึง 0.1% และอัตราการเสียชีวิตของ COVID-19 ก็ต่ำกว่า 0.1% เช่นกัน

“มีผู้เสียชีวิตจากไข้หวัดใหญ่ตามฤดูกาล 2,500 ถึง 5,000 รายต่อปี และมีผู้เสียชีวิตจากโรคปอดบวมหลายหมื่นรายต่อปี จึงจำเป็นต้องเปรียบเทียบอัตราการเสียชีวิตโดยรวมของโควิด-19 กับโรคอื่นๆ”

รัฐบาลเกาหลีถือว่าการจัดการอัตราการเสียชีวิตเป็นงานที่สำคัญที่สุด โดยมีผู้ป่วยที่ได้รับการยืนยันจาก COVID-19 มากกว่า 300,000 ราย และผู้เสียชีวิตเกือบ 300 รายทุกวัน

โอมิครอน

จำนวนผู้เสียชีวิตจากโรคโควิด-19 โดยเฉลี่ยต่อวันในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมาอยู่ที่ 229 ราย และรัฐบาลเกาหลีเน้นว่าอัตราการเสียชีวิตจากโรคโควิด-19 นั้นต่ำกว่าประเทศอื่นๆ

เจ้าหน้าที่จากหน่วยงานสาธารณสุขกล่าวว่า “อัตราการเสียชีวิตสะสมในสหรัฐอเมริกาและฝรั่งเศสอยู่ที่ 1.21% และ 0.61% ตามลำดับ และอัตราการเสียชีวิตสะสมในเกาหลีอยู่ที่ 0.15% และกำลังลดลง”

รัฐบาลเกาหลียังคงจัดระเบียบใหม่และตอบสนองต่อการควบคุมโรคและระบบการแพทย์โดยมีเป้าหมายเพื่อลดความรุนแรงและการเสียชีวิต ปัจจุบันมีผู้ป่วยวิกฤตมากถึง 2,000 คน แต่ก็สามารถตอบสนองได้อย่างเสถียรอีกทั้งยังสามารถรองรับผู้ป่วยได้ถึง 2,500 คน”

นอกจากนี้แล้ว วานนี้ (18 มี.ค.) รัฐบาลเองก็กำลังหารือเกี่ยวกับแผนการเปลี่ยนไวรัส COVID-19 ซึ่งถูกกำหนดให้เป็นโรคติดเชื้อระดับที่ 1 มาเป็นโรคติดเชื้อระดับ 2

“เรียกได้ว่าโอมิครอนนั้นต่างจากยุคการระบาดของเดลต้า เพราะปัจจุบันมีอัตราการเสียชีวิตต่ำและผู้ป่วยมีอาการไม่รุนแรงจำนวนมาก ดังนั้นเราจึงกำลังหารือถึงวิธีการบรรเทาระดับการติดเชื้อ จากโรคติดเชื้อระดับ 1 ลงไปสู่โรคติดเชื้อระดับ 2”

โอมิครอน

โรคติดเชื้อในทางกฎหมายจะแบ่งออกเป็นระดับ 1 ถึง 4 ตามอัตราการเสียชีวิตและกำลังการระบาด

โรคติดเชื้อที่มีอัตราการเสียชีวิตสูงหรือมีกำลังในการแพร่เชื้อสูงและเกิดการติดเชื้อเป็นกลุ่มๆ ซึ่งจะถูกจัดให้อยู่ในโรคติดต่อประเภท 1 หากพบการระบาดควรรายงานไปยังหน่วยงานสาธารณสุขทันทีและกักตัวในห้องความดันลบ ฯลฯ

“ตั้งแต่มีโอมิครอนการรักผู้ป่วยฉุกเฉินโรคอื่นๆ อาทิ กระดูกหักหรือไส้ติ่งอักเสบก็ยากที่จะเข้าถึงการรักษา เนื่องจากยังมีหลายกรณีที่จำเป็นและมีเหตุฉุกเฉิน ทางการแพทย์ก็มองถึงความต้องการในการขยายการรักษาแบบตัวต่อตัวและเพิ่มจำนวนเตียงเพื่อรองรับผู้ป่วยเหล่านี้ให้สามารถเข้ารับการรักษาได้ทันท่วงที” เจ้าหน้าที่ปาร์คหัวหน้าแผนกควบคุมโรคกล่าว

ด้วยเหตุนี้จึงได้มีการหารือกันในเชิงลึกเพื่อให้โรงพยาบาลและคลินิกทั่วไปที่มีระบบที่พร้อมรักษาผู้ป่วย COVID-19 ในแต่ละวันสามารถให้การรักษาได้โดยไม่มีการเลือกปฏิบัติ ควบคู่ไปกับการเปลี่ยนผ่านไปสู่โรคติดเชื้อระดับ 2

และถ้าหาก COVID-19 ถูกลดระดับจากโรคติดเชื้อระดับ 1 ลงสิ่งที่ตามมาคือ ผู้ป่วยจะใช้ต้องใช้ประกันสุขภาพแห่งชาติเท่านั้นในการดูแลค่ารักษาพยาบาล ซึ่งเดิมทีในปัจจุบันรัฐบาลจะช่วยจ่ายค่ารักษาเต็มจำนวนให้ฟรีหรือไม่ก็จะมีการจ่ายเพื่อช่วยบรรเทาค่ารักษาพยาบาลร่วมบ้างในบางส่วน

เจ้าหน้าที่สาธารณสุขเผยว่าการปฏิเสธการรักษาผู้ป่วยโควิด-19 ในโรงพยาบาลและคลินิกทั่วไปกลายมาเป็นวัฒนธรรม ซึ่งการปฏิเสธเช่นนี้ควรจะถูกกำจัดออกไป ดังนั้นเราจึงจะทำงานร่วมกับชุมชนทางการแพทย์

“โดยรัฐบาลและองค์กรทางการแพทย์จะทำงานร่วมกันเปิดใช้งานการรักษาโควิดในระบบการรักษารายวัน โดยจะมีการเพิ่มค่าธรรมเนียมประกันสุขภาพหรือมาตรการสนับสนุนการดำเนินงาน เพื่อไม่ให้เกิดข้อเสียในการรักษา”

เกาหลีใต้ใกล้จะเริ่ม ฉีดครบงดกักตัวเข้าเมืองง่ายขึ้น

ตั้งแต่วันที่ 21 มีนาคมเป็นต้นไป จะปลดการแยกกักตัวในกลุ่มผู้ที่ฉีดวัคซีน COVID-19 แล้ว และขั้นตอนในการเข้าประเทศก็จะเริ่มง่ายขึ้น

ศูนย์ควบคุมและป้องกันโรคแห่งเกาหลี (KCDC) ประกาศว่าจะดำเนินการระบบป้อนข้อมูลการกักตัวล่วงหน้า (Q-Code) ในกลุ่มสำหรับผู้เดินทางขาเข้าในทุกเส้นทางผ่านสนามบินนานาชาติอินชอนตั้งแต่วันที่ 21 มีนาคมนี้เป็นต้นไป

งดกักตัว

ในอนาคต ชาวต่างชาติที่ย้ายถิ่นฐานจะสามารถป้อนข้อมูลการแยกกักตัว อาทิ เช่น ข้อมูลส่วนบุคคล ข้อมูลตรวจ PCR ที่ได้ผลเชิงลบ (และผลตรวจภาย 48 ชั่วโมงก่อนออกเดินทาง) ใบรับรองการฉีดวัคซีน และแบบสอบถามสถานะสุขภาพผ่านทางบนเว็บไซต์ Q-CODE (https://cov19ent.kdca. go.kr/cpassportal/)) และจะต้องแนบเอกสารต่างๆเข้ามาไว้ก่อนล่วงหน้า

เมื่อป้อนข้อมูลเสร็จสิ้น จะมีการออก QR โค้ด โดยจะต้องระบุข้อมูลและทำการปริ้นส์โค้ดหรือหากปริ้นส์ไม่ได้ก็ใช้รูปถ่ายผ่านทางมือถือแทนได้เช่นกัน

ศูนย์ควบคุมและป้องกันโรคแห่งเกาหลี (KCDC) ยืนยันความสำเร็จของการลดช่วงเวลากักตัวที่มีปฏิบัตินำร่องครั้งก่อน ก่อนจะนำมาใช้ยกเว้นการกักตัวสำหรับผู้ที่ได้รับวัคซีน COVID-19 ครบโดส

งดกักตัว

โดยเฉพาะตั้งแต่วันที่ 21 มีนาคมเป็นต้นไป จะมีการยกเว้นการกักตัวสำหรับผู้ที่รับวัคซีนครบโดสมาแล้ว 14-180 วันในเกาหลี และผู้ที่ได้รับการฉีดวัคซีนเข็ม 3 ในเกาหลี และผู้ที่มีประวัติการฉีดวัคซีนซึ่งจะต้องมีการลงทะเบียนผ่าน Q-CODE อย่างไรก็ตามต้องกรอกข้อมูลเข้าเมืองแยกต่างหากเพื่อให้ข้อมูลการพำนักในเกาหลีใต้

นอกจากนี้ ผู้ที่ฉีดวัคซีนโควิด-19 ในต่างประเทศแต่ไม่เคยลงทะเบียนประวัติการฉีดวัคซีนที่ศูนย์สุขภาพของเกาหลี (보건소) สามารถได้รับการยกเว้นจากการกักตัวก็ต่อเมื่อมีการป้อนข้อมูลการฉีดวัคซีนโควิด-19 โดยตรงบนระบบ Q-CODE และต้องแนบใบรับรองการฉีดวั

ขอบคุณที่มาจาก : แหล่งข่าว

ปธน. มุนออกประกาศเตือนภัยพิบัติ “คังวอนโดเป็นพื้นที่ภัยพิบัติพิเศษ”

เมื่อวันที่ 6 มีนาคม ประธานาธิบดีมุนแจอิน (문재인 대통령) ได้ประกาศ “เขตภัยพิบัติพิเศษ (특별재난지역)” ในซัมช็อก, คังวอนโด (강원 삼척) และอุลจิน, คย็องซังบุกโด (경북 울진) ซึ่งเป็นจุดเกิดไฟป่า

ในเช้าวันที่ 6 มีนาคม ประธานาธิบดีมุนแจอินได้พบกับผู้อยู่อาศัยตามสถานที่พักพิงของผู้ประสบภัยเพื่อเข้าให้กำลังใจจากเหตุการณ์ครั้งนี้

เตือนไฟป่า

ประธานาธิบดีมุนแจอินกล่าวว่า “วิธีที่เร็วที่สุดสำหรับรัฐบาลในการก้าวขึ้นและช่วยเหลือทันทีคือการประกาศพื้นที่ที่เกิดไฟไหม้เป็นเขตภัยพิบัติพิเศษ (특별재난지역) และรัฐจะเข้าฟื้นฟูพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบ ทันทีหลังเราออกจากพื้นที่เช้านี้ และก็ได้ประกาศให้เป็นเขตภัยพิบัติแล้ว”

หากประกาศเป็นพื้นที่ภัยพิบัติพิเศษ รัฐจะเป็นผู้ออกค่าใช้จ่ายในการกู้คืนความเสียหายบางส่วน และเงินทุนสนับสนุนด้านภัยพิบัติจะมอบให้กับผู้อยู่อาศัยที่ได้รับผลกระทบจากความเสียหายของที่อยู่อาศัยและเครื่องมือหลักในการดำรงชีพ เช่น การทำฟาร์มและการประมง และยังรองรับค่าไฟฟ้าและการลดค่าแก๊สอีกด้วย

เตือนไฟป่า

ไฟป่าบนชายฝั่งตะวันออกสร้างความเสียหายให้กับป่ากว่า 14,222 เฮกตาร์ ข้อมูล ณ วันที่ 6 มีนาคม เมื่อเวลา 11.00 น.

ส่งผลกระทบจากไฟไหม้ พบความเสียหายกว่า 19,918 แห่ง นอกจากนี้ โรงงานจำนวน 463 แห่ง รวมทั้งบ้านและอาคารพาณิพชย์ ได้สูญหายไปเนื่องจากผลกระทบนี้ด้วย
อย่างไรก็ตาม ไม่มีผู้เสียชีวิต ขณะนี้มีผู้อพยพแล้ว 7,374 ราย

เตือนไฟป่า

ยอดโควิดเกาหลีใต้ ใน 1 วันทะลุ 150,000 รายเป็นครั้งแรก

ตามรายงานของสน.ข่าวยอนฮับนิวส์ (Yonhap News) ที่เผยแพร่ข้อมูลที่รวบรวมโดยรัฐบาลท้องถิ่นและหน่วยงานสาธารณสุขทั่วประเทศ ณ เวลา 21.00 น. ของวันที่ 22 ก.พ. 2022 ยอดผู้ป่วยยืนยันรายใหม่ 158,005 ราย เรียกได้ว่าเป็นจำนวนผู้ป่วยที่ได้รับการยืนยันสูงสุดต่อวันหากเทียบกับวันที่ 18 ก.พ. เมื่อเวลา 00:00 น.ที่มียอดสูงที่ 109,715 รายต่อวัน

และหากเทียบกับช่วงเวลา 18.00 น. ของวันที่ 18 ก.พ. จะพบว่ามีจำนวนผู้ป่วยยืนยันรายใหม่อยู่ที่ 113,323 ราย แต่ภายในช่วงเวลา 3 ชั่วโมงให้หลัง (21:00 น. 22.02.2022) กลับพบยอดเพิ่มขึ้นสูงถึง 44,682 ราย ซึ่งยังไม่ถึงเวลาเที่ยงคืน คาดว่าหากมีการนับเรียบร้อยในช่วงเที่ยงคืนของวันที่ 23 คาดว่าจะจำนวนมากขึ้นกว่านี้อีก

ยอดโควิดเกาหลีใต้

เนื่องจากช่วงสุดสัปดาห์ปริมาณการเข้ารับการตรวจโควิดลดลงทำให้จำนวนผู้ติดเชื้อไม่มากในช่วงเสาร์อาทิตย์ แต่วันจันทร์การเข้าตรวจเพิ่มขึ้นส่งผลให้ตัวเลขเพิ่มขึ้นมากกว่าช่วงสุดสัปดาห์

นับตั้งแต่มีการแพร่กระจายของไวรัสโควิดกลายพันธุ์โอมิครอน จำนวนผู้ป่วยที่ได้รับการยืนยันก็เพิ่มขึ้นเป็นสองเท่าทุกสัปดาห์ ซึ่งมีการเรียกปรากฏการณ์นี้ว่า “ทวีคูณ” (Doubling) เจ้าหน้าที่สาธารณสุขคาดการณ์ว่า “ภายในสิ้นเดือนกุมภาพันธ์นี้จำนวนผู้ป่วยที่ได้รับการยืนยันในเกาหลีจะสูงถึง 130,000 ถึง 170,000 ราย”

ยอดโควิดเกาหลีใต้

ขอบคุณที่มา: แหล่งข่าว

เกาหลีเล็งจัดระเบียบเร่งด่วน ชุดตรวจโควิดเอง หมดสต็อก!

เนื่องจากชุดตรวจโควิดเองหมดสต็อกทุกวันตั้งแต่โอมิครอนแพร่กระจาย รวมไปทั้งมีการเปลี่ยนแปลงขั้นตอนการตรวจหาโควิด19 กระทรวงความปลอดภัยอาหารและยาจึงพิจารณาวิธีการต่างๆ เช่น การจำหน่ายเฉพาะจุด การระงับการจำหน่ายช่องทางออนไลน์ และการจำกัดจำนวนการซื้อต่อคน

ชุดตรวจโควิดเอง

ตามแหล่งข่าวที่เกี่ยวข้องกับอุตสาหกรรมการผลิตชุดตรวจเผยเมื่อวันที่ 10 ก.พ. 2022 ว่ากระทรวงความปลอดภัยอาหารและยา ผู้เป็นหลักในการผลิตชุดตรวจโควิดเอง และสมาคมเภสัชกรรมแห่งเกาหลีได้มีการจัดการประชุมเมื่อเร็วๆ นี้และหารือเกี่ยวกับการจัดหาชุดตรวจโควิดเองว่าควรทำอย่างไรเพื่อให้การสนับสนุนชุดตรวจโควิดเองให้เป็นไปอย่างราบรื่น? หรือควรจะกำหนดให้น้ำยาตรวจแอนติเจนในไวรัสโควิด-19 และชุดตรวจโควิดเอง เป็น ‘ผลิตภัณฑ์ทางการแพทย์สำหรับการตอบสนองต่อวิกฤตด้านสาธารณสุข’ เพียงเท่านั้น?

ดังนั้น มีรายงานว่ากระทรวงความปลอดภัยอาหารและยา และสมาคมเภสัชกรรม ได้หารือถึงวิธีการระงับการขายชุดตรวจช่องทางออนไลน์ชั่วคราวและจำหน่ายให้กับร้านขายยาและร้านสะดวกซื้อแทน นอกจากนี้ มาตรการต่างๆ เช่น นอกจากนี้ มาตรการต่างๆ เช่น การแยกชิ้นส่วนชุดตรวจและการขายชุดตรวจโควิดตัวตนเอง ซึ่งเดิมทีจัดส่งเป็นจำนวนมากให้กับศูนย์สาธารณสุขและร้านขายยา ฯลฯ และกำลังพิจารณาการจำกัดจำนวนการขายต่อคน

ชุดตรวจโควิดเอง

เจ้าหน้าที่จากสมาคมเภสัชกรรมกล่าวว่า “ชุดตรวจโควิดเองจะจำหน่ายตามจุดขายกลุ่มย่อย เช่นเดียวกับหน้ากากที่มีจำหน่ายในช่วงวิกฤตหน้ากากครั้งล่าสุด”

เจ้าหน้าที่จากสมาคมเภสัชกรรมกล่าวต่อ “เราคิดว่าต้องมีมาตรการจำหน่ายที่เคร่งครัดเป็นเวลา 3 สัปดาห์ อาจจะเริ่มตั้งแต่วันที่ 13 ก.พ. นี้ หรือจะตัดสินใจอีกทีว่าจะใช้มาตราการจำหน่ายชุดตรวจโควิดเองเมื่อไหร่โดยจะขึ้นอยู่กับสถานการณ์” “จริงๆ ทางเราเองก็เข้าใจว่ากระทรวงความปลอดภัยอาหารและยากำลังจัดทำคู่มือการจัดการอยู่ อย่างไรเสีย หลังมีการจัดแจงเรียบร้อยแล้วเราจะแจ้งให้สมาชิกทราบ” เขากล่าวเสริม

ชุดตรวจโควิดเอง

อย่างไรก็ตาม กระทรวงความปลอดภัยอาหารและยายังไม่มีกำหนดมาตราการใดๆ ออกมาอย่างเป็นทางการ

เจ้าหน้าที่จากกระทรวงความปลอดภัยอาหารและยากล่าวทิ้งท้ายว่า “ขณะนี้รัฐบาลกำลังสำรวจแนวทางที่เป็นไปได้ต่างๆ เพื่อหาวิธีการอำนวยความสะดวกในการจัดหาชุดตรวจโควิดเองภายในประเทศ เราจะมีแนวทางแนะนำโดยละเอียดในเร็ววัน”

ขอบคุณที่มา: แหล่งข่าว

โอมิครอนพุ่งเกือบ 50,000 ราย เพิ่ม 2 เท่าทุกสัปดาห์

สำนักงานใหญ่ควบคุมภัยพิบัติและความปลอดภัยส่วนกลางเผยจำนวนผู้ป่วยที่ได้รับการยืนยันใหม่เพิ่มขึ้นรวมทั้งสิ้น 49,567 ราย ณ วันที่ 9 ก.พ. 2022 เวลา 00:00 น. ส่งผลให้ยอดผู้ติดเชื้อสะสมรวมเป็น 1,131,248 ราย จำนวนผู้ป่วยยืนยันรายใหม่ในวันนี้เพิ่มขึ้นจากวันก่อนหน้า 12,848 ราย ( 36,719 ข้อมูลวันที่ 8 ก.พ. 2022)

โอมิครอน

เนื่องจากการกลายพันธุ์ของโอมิครอนซึ่งมีกำลังในการแพร่กระจายสูง ได้พิสูจน์ให้เห็นแล้วว่ามันคือสปีชีส์ที่มีอำนาจเหนือกว่าสปีชีส์อื่นๆ และคาดว่าจำนวนผู้ป่วยที่ได้รับการยืนยันรายใหม่ๆ นั้นจะเพิ่มขึ้นเป็นอย่างมากตามมาในอนาคตอันใกล้

เจ้าหน้าที่คาดการณ์ว่าภายในสิ้นเดือนนี้ จำนวนผู้ป่วยที่ได้รับการยืนยันในเกาหลีจะเพิ่มขึ้นเป็น 130,000 ถึง 170,000 รายต่อวัน

จำนวนผู้ป่วยยืนยันรายใหม่มีแนวโน้มที่จะเพิ่มขึ้นสองเท่าในทุกๆ สัปดาห์ ซึ่งยอดผู้ติดเชื้อยืนยันรายใหม่วันนี้ก็เพิ่มขึ้นกว่า 2.4 เท่าหากเทียบกับ 2 วันที่ผ่านมา (23,268 คน) ในสัปดาห์ที่แล้ว และเพิ่มขึ้นประมาณ 3.8 เท่าเทียบกับยอดผู้ติดเชื้อในวันที่ 26 ของเดือนที่แล้ว (13,008 คน) เมื่อสองสัปดาห์ที่แล้ว เรียกได้ว่าเป็นผลพ่วงมาจากปริมาณการเดินทางไปมาของผู้คนที่เพิ่มขึ้นและการพบปะกันแบบตัวต่อตัวกันในช่วงวันหยุดปีใหม่เกาหลี หรือ ซอลลัล

โอมิครอน

จำนวนผู้ป่วยที่มีอาการรุนแรงก็แสดงสัญญาณการเพิ่มขึ้นทีละน้อยเช่นกัน ณ วันนี้ (9 ก.พ.) เวลา 00:00 น. พบผู้ป่วยที่มีอาการรุนแรง 285 ราย ซึ่งเพิ่มขึ้น 17 รายจากวันก่อนหน้า (268 ราย) ตัวเลขดังกล่าวรักษาระดับอยู่ที่ 200 คนในช่วง 12 ที่ผ่านมา แต่ลดลงเหลือ 257 ในช่วง 4 วันและเพิ่มขึ้นจากประมาณ 270 เป็น 280 ในวันเดียวกัน

ยอดผู้เสียชีวิตเพิ่มขึ้น 21 ราย ยอดเสียชีวิตสะสมรวม 6,943 ราย อัตราการเสียชีวิตสะสมอยู่ที่ 0.61% อัตราการใช้โรงพยาบาลเพื่อเข้ารักษาตัวสำหรับผู้ป่วยขั้นวิกฤตทั่วประเทศอยู่ที่ 18.5% (มีการเข้าใช้ 470 ราย จากทั้งหมด 2,536 ราย) ซึ่งบ่งบอกได้ว่าระบบการแพทย์ยังคงสถานะมีเสถียรภาพอยู่

โอมิครอน

ยอดผู้ป่วยแบ่งตามพื้นที่ในเมืองหลวงและปริมณฑลจากยอดรวมทั้งสิ้น 49,402 ราย 165 รายเดินทางมาจากต่างประเทศ, คย็องกีโด 13,641 ราย, โซล 11,630 ราย, อินชอน 3,912 ราย ทั้งสามพื้นที่รวมเป็น 29,183 ราย (59.1%)

ยอดผู้ป่วยแบ่งตามพื้นที่นอกเมืองหลวงดังนี้ ปูซาน 3,343 ราย, แทกู 2,415 ราย, คย็องบุก 1,953 ราย, คย็องนัม 1,943 ราย, ชุงนัม 1,761 ราย, จอนบุก 1,562 ราย, ควังจู 1,495 ราย, ชุงบุก 1,375 ราย, แทจอน 1,128 ราย, จอนนัม 1,125 ราย, คังวอน 942 ราย, อุลซาน 789 ราย, เชจู 412 ราย, เซจง 285 ราย รวมทั้งสิ้น 20,219 ราย (40.9%)

ขอบคุณที่มา: แหล่งข่าว

ผลสำรวจพบ ชุดตรวจแอนติเจน เป็นบวก แต่ตรวจ PCR อีกครั้งกลับเป็นลบ 24%

เกาหลีพบผลตรวจโควิดเป็นบวกจาก ชุดตรวจโควิดแอนติเจน ชนิดทราบผลทันทีนั้น 76.1% ของผู้ที่ได้รับผลตรวจเป็นบวกติดโควิดจริงหลังตรวจโควิดด้วยการทำ PCR

สำนักงานใหญ่รับมือภัยพิบัติและความปลอดภัยกลางได้มีการดำเนินการใช้ชุดตรวจโควิดแอนติเจนชนิดทราบผลรวดเร็วกว่า 84,000 ครั้ง ซึ่งเป็นสถิติเริ่มมาตั้งแต่วันที่ 26 ถึง 31 มกราคมตามจุดคลินิกตรวจคัดกรองกว่า 41 แห่งใน 4 ภูมิภาค อาทิ ควังจู, จอนนัม, เขตพย็องแทคและเขตอันซ็องที่ตั้งอยู่ในจังหวัดคย็องกี

ชุดตรวจแอนติเจน

ในขณะที่การกลายพันธุ์ของโอมิครอนกำลังแพร่กระจายไปในภูมิภาคนี้ รัฐบาลได้นำการตรวจแบบแอนติเจนเข้ามาคัดกรองผู้เข้าข่ายติดเชื้อจริงก่อนรับการตรวจยืนยันผ่าน PCR อีกครั้ง

ผลการดำเนินการพบว่าจาก 687 รายที่ได้รับผลบวกจากชุดตรวจแอนติเจนชนิดทราบผลรวดเร็วจาก 4 ภูมิภาคที่กล่าวข้างต้น พบ 523 รายในควังจูได้รับผลตรวจเป็นบวกหลังตรวจ PCR อีกครั้ง และ 23.9 % หรือ 164 รายแม้จะได้รับผลตรวจเป็นบวกจากชุดตรวจแอนติเจนชนิดทราบผลรวดเร็ว แต่หลังตรวจ PCR ผลกลับออกมาเป็นลบ

ชุดตรวจแอนติเจน

อย่างไรก็ตาม การใช้ชุดตรวจแอนติเจนที่คลินิกคัดกรองนั้นจะเป็นการให้ผู้ที่ต้องการตรวจโควิดเป็นผู้ดำเนินการด้วยตนเอง โดยจะมีเจ้าหน้าที่คอยให้คำแนะนำในการใช้ชุดตรวจอย่างถูกวิธี ทำให้การตรวจผู้เข้าข่ายติดเชื้อได้ตรงกลุ่มขึ้น

ชุดตรวจแอนติเจนในช่วงเวลาเดียวกันก็มีการตรวจโควิดด้วยชุดตรวจแอนติเจนชนิดทราบผลรวดเร็วตามคลินิกระบบทางเดินหายใจ 43 แห่งใน 4 ภูมิภาคไปทั้งหมดกว่า 4,246 ราย รวมทั้งในควังจูพบผู้ป่วยติดเชื้อ 146 รายหรือ 3.4% จากผู้เข้าตรวจตามคลินิกระบบทางเดินหายใจที่ได้รับผลตรวจเป็นบวก

ขอบคุณที่มา: แหล่งข่าว