18 ต.ค. เปิดอิสระเดินตรง “ฉีดวัคซีนแบบไม่ต้องจอง”

ตั้งแต่วันที่ 18 ตุลาคมนี้เป็นต้นไป ผู้ที่ไม่ได้รับการฉีดวัคซีนจะสามารถเดินตรงเข้าไปยังสถานีอนามัยหรือศูนย์สาธารณสุข (보건소) หรือตามโรงพยาบาล (병원) และคลินิก (의원) เพื่อเข้ารับการฉีดวัคซีนได้เลยโดยที่ไม่ต้องมีการกดจองล่วงหน้า

อย่างไรก็ตาม เนื่องจากจำนวนวัคซีนจะแตกต่างกันไปในแต่ละภูมิภาค คุณจำเป็นต้องตรวจสอบว่าคุณสามารถรับวัคซีนได้ในวันเดียวกันที่จองเลยหรือไม่ ก่อนที่จะไปที่สถานีอนามันหรือศูนย์สาธารณสุข, โรงพยาบาล, และคลินิก หรือใช้ช่องทางการจองวัคซีนหลุดจอง (잔여 백신) ผ่าน Kakao Talk หรือ Naver แทน

* ชาวต่างชาติที่มีประกันสุขภาพสามารถฉีดวัคซีนได้เช่นเดียวกับชาวเกาหลี และชาวต่างชาติที่ไม่มีประกันสุขภาพหรือไม่ได้ลงทะเบียนจะต้องได้รับหมายเลขประตำตัวชาวต่างชาติชั่วคราว (임시관리번호) ที่ออกให้ที่ศูนย์สาธารณสุข (보건소) เพื่อใช้ในการเข้ารับวัคซีน

ฉีดวัคซีนแบบไม่ต้องจอง

เดิมทีการเปิดจองวัคซีนสำหรับผู้ที่ยังไม่ได้รับการฉีดวัคซีนเลยจะเปิดให้บริการจนถึงเวลา 18.00 น. ในวันที่ 30 กันยายน แต่เจ้าหน้าที่สาธารณสุขเผยว่าการจองวัคซีนค่อนข้างต่ำ

ในระหว่างนี้ หน่วยงานสาธารณสุขเองก็มีวัคซีนจำนวนจำกัด ดังนั้นเฉพาะผู้ที่ทำการจองไว้เท่านั้นถึงจะรับวัคซีนได้เพื่อเป็นการบริการวัคซีนอย่างมีประสิทธิภาพ

แต่อย่างไรก็ตาม หลังเดือนตุลาคมเป็นต้นไป การฉีดวัคซีนเข็มแรกส่วนใหญ่จะเริ่มแล้วเสร็จ และในบางส่วนก็อยู่ระหว่างการฉีดวัคซีนเข็มสอง จำนวนวัคซีนหลุดจอง (잔여백신) ก็จะเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ผู้คนจะมีช่องทางในการเข้ารับวัคซีนมากขึ้นจนสามารถลงทะเบียนฉีดได้แบบทันที

ฉีดวัคซีนแบบไม่ต้องจอง

หากคุณค้นหาวัคซีนหลุดจองผ่านทาง Naver หรือ Kakao Talk ก็จะมีหลายต่อหลายสถานที่ๆ คุณสามารถเข้ารับการฉีดวัคซีนได้เลยในวันเดียวกัน วัคซีนที่มีให้กดจองผ่านช่องทางนี้ เช่น ไฟเซอร์ โมเดอร์นา แอสตร้าเซเนกา และแจนส์เซน (จอห์นสันแอนด์จอห์นสัน)

นอกจากนี้ หากมีการบังคับใช้นโยบาย “การอยู่ร่วมกันกับโควิด-19” ก็จะมีการบังคับใช้กฎบางกฎที่อาจจะส่งผลเสียต่อผู้ที่ไม่ได้รับวัคซีนอีกต่างหาก เช่น การจำกัดการใช้สถานอำนวยความสะดวกเอนกประสงค์ ดังนั้นจึงอยากให้มีการเข้ารับการฉีดวัคซีนเมื่อใดก็ได้ที่โอกาสมาถึง

ฉีดวัคซีนแบบไม่ต้องจอง

ขอบคุณที่มาจาก : แหล่งข่าว

ต่างชาติเซ็งจองวัคซีนไม่ได้ ‘โป๊ะ! ชื่อตกหล่นตั้งแต่ขั้นตอนส่งรายชื่อ’

ตามตารางจองวัคซีนล่วงหน้าสำหรับผู้ที่มีอายุ 55-59 ปี นางเอ ลูกสาววัย 30 ปีที่พยายามจะจองวัคซีนให้กับพ่อของเธอ (55) ซึ่งเป็นชาวฟิลิปปินส์ แต่กลับผิดพลาดหลายครั้ง

จองวัคซีน

แม้ว่าเธอจะได้รับแจ้งว่าพ่อของเธอเป็นชาวต่างชาติที่ลงทะเบียนพำนักอย่างถูกตามกฎหมาย และเธอก็สามารถที่จะจองวัคซีนล่วงหน้าได้เหมือนคนเกาหลี แต่ถึงแม้เธอจะป้อนหมายเลขทะเบียนคนต่างชาติของพ่อผ่านทางเว็บไซต์การจอง ก็ยังไม่สามารถทำได้สำเร็จ เธอตัดสินใจโทรไปที่คอลเซ็นเตอร์ของศูนย์ฉีดวัคซีนเพื่อสอบถามข้อผิดพลาด แต่ปลายสายกลับให้คำตอบกลับว่า ‘ไม่รู้’ เพียงเท่านั้น หลังจากโทรไปหลายที่แล้ว คำตอบที่นางเอได้ยินคือ “รายชื่อหายไปจากระบบ”

“ทางเราก็ไม่ทราบว่าทำไมรายชื่อจึงหายไปจากระบบ อาจจะต้องแวะเข้าไปที่ศูนย์สุขภาพเพื่อรับการแก้ไข” นั่นคือสิ่งที่ทางปลายสายแนะนำมา

แรงงานต่างชาติ รวมทั้งหญิงย้ายถิ่นที่แต่งงานแล้ว (F-6) และแรงงานต่างชาติ (E-9) ก็ได้รับวัคซีนเช่นเดียวกับชาวเกาหลี แต่ศูนย์ควบคุมและป้องกันโรคแห่งเกาหลี (KCDC) กลับทำรายชื่อผู้มีสิทธิ์จองตกหล่นไป

จองวัคซีน

KCDC ได้เสนอแนวทางให้ฉีดวัคซีนได้โดยไม่มีการเลือกปฏิบัติต่อชาวต่างชาติที่พำนักอยู่นานกว่า 3 เดือน รวมถึงชาวต่างชาติที่ไม่ได้ขึ้นทะเบียนพำนัก แต่ฝ่ายบริหารทำงานกลับบกพร่องดำเนินงานอย่างไม่ถูกต้อง

นักวิจารณ์ชี้ให้เห็นว่าช่องว่างระหว่างแนวทางปฏิบัติและเว็บไซต์ควรได้รับการแก้ไข เนื่องจากการติดเชื้อโดยรวมเกิดขึ้นในหมู่แรงงานต่างชาติที่อาศัยอยู่ในที่พักเมื่อเร็วๆ นี้

ตามรายงานของ KCDC เมื่อวันที่ 26 กรกฎาคม ผู้อพยพที่มีประกันสุขภาพสามารถจองวัคซีนได้ที่เว็บไซต์ “코로나19 예방접종 사전예약 시스템” อย่างไรก็ตาม หากรายชื่อชาวต่างชาติตกหล่นไป ควรจะต้องเดินทางไปที่ศูนย์สุขภาพเพื่ออธิบายรายชื่อและลงทะเบียนด้วยตนเองอีกครั้ง หลังจากนั้นถึงจะเข้าสู่ระบบจองล่วงหน้าเพื่อดำเนินการจองวัคซีนให้เสร็จสิ้นได้

เจ้าหน้าที่จาก KCDC กล่าว
“อาจจะเป็นเรื่องยากที่จะหาสาเหตุว่าทำไมรายชื่อต่างชาติถึงไม่อยู่ในรายการ”

“รายชื่อชาวต่างชาติที่ได้รับมานั้นมาจากกระทรวงยุติธรรมและมีการจัดการในรูปแบบต่างๆ รวมทั้งการผสมข้อความภาษาอังกฤษ เกาหลี”

จองวัคซีน

การจองวัคซีนสำหรับผู้ย้ายถิ่นที่ไม่ได้ขึ้นทะเบียนพำนักจะยิ่งเป็นอะไรที่ยากกว่า ผู้ย้ายถิ่นที่ไม่ได้ขึ้นทะเบียนพำนักจะได้รับการฉีดวัคซีนเมื่อได้รับ “หมายเลขการจัดการ (관리번호)” แต่เจ้าหน้าที่ศูนย์สุขภาพมักไม่ทราบเรื่องนี้

นายจ้างชาวเกาหลีไม่ค่อยตระหนักดีว่าชาวต่างชาติที่ไม่ได้ขึ้นทะเบียนพำนักที่พวกเขาจ้างนั้นควรได้รับการฉีดวัคซีนป้องกัน covid-19 หรือไม่

โก กีบก หัวหน้า 모두를 위한 이주인권문화센터 กล่าว
“ชาวต่างชาติที่ไม่ได้ขึ้นทะเบียนพำนัก ควรจะต้องแจ้งต่อเจ้าหน้าที่อนามัยที่ยังไม่ทราบแนวทางเรื่องการลงทะเบียนรับวัคซีนให้ทราบเพิ่มเติมด้วย แต่นี่แทบจะเป็นไปไม่ได้เลยหากไม่มีชาวเกาหลีที่ทราบเรื่องราวเข้ามาช่วยชี้แจง”

Udaya Lai ประธานสหภาพแรงงานข้ามชาติกล่าว
“ไม่มีผู้อพยพรายใดได้รับข้อความโทรศัพท์มือถือเพื่อจองวัคซีน และพวกเขาก็รู้ข่าวไม่ว่าจะทาง หนังสือพิมพ์ และจากคนรอบข้าง”

“รัฐบาลจำเป็นต้องส่งเสริมข้อมูลการจองวัคซีนสำหรับผู้อพยพด่วนด้วยเช่นกัน”

ขอบคุณที่มาจาก : แหล่งข่าว

โซลเว้นระยะห่างต่ออีก 2 สัปดาห์ ‘เริ่มช่วงแห่งการฉีดวัคซีนสัปดาห์หน้า’

เจ้าหน้าที่สาธารณสุขจะขยายมาตรการการเว้นระยะห่างทางสังคมระดับ 4 ในเขตมหานครโซลเป็นเวลา 2 สัปดาห์ไปจนถึงวันที่ 8 สิงหาคม โดยห้ามมีการชุมนุมส่วนตัวมากกว่า 3 คน หลังเวลา 18.00 น. ตามเวลาเกาหลี

[Social distancing ระดับ 4]
▶ อนุญาตให้มีการชุมนุมส่วนตัวได้ถึง 4 คน ก่อน 18.00 น. ▶ อนุญาตให้มีการชุมนุมส่วนตัวได้สูงสุด 2 คนหลัง 18.00 น. ▶ โรงเรียนต้องมีการเรียนการสอนระยะไกล (ปัจจุบันอยู่ในช่วงพักร้อน) ▶ เฉพาะญาติเท่านั้นที่เข้าร่วมงานแต่งงานและงานศพได้ ▶ ห้ามเปิดสถานบันเทิง เช่น คลับ ▶ สถานอำนวยความสะดวกเอนกประสงค์ เช่น ร้านอาหารและคาเฟ่ เปิดให้บริการได้จนถึง 22.00 น.เท่านั้น ▶ กิจกรรมทางศาสนาสามารถเข้าร่วมได้เพียง 10% ของความจุของสถานที่ (สูงสุด 19 คน)

เว้นระยะห่าง

จอนแฮชุลรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการบริหารรัฐกิจและความมั่นคง กล่าวในการประชุมสาธารณสุขเมื่อวันที่ 23 กรกฎาคมว่า
“เมื่อพิจารณาจากโรคระบาดระลอกที่ 4 แล้ว เราจะขยายระยะการเว้นระยะห่างทางสังคมระดับ 4 ในเขตมหานครโซล โดยห้ามชุมนุมส่วนตัวเกิน 3 คนหลังจะเวลา 18.00 น. ด้วย”

“เราคาดว่าจำนวนผู้ป่วยที่ได้รับการยืนยันจะอยู่ในช่วง 1,600 ต้นๆ ในวันนี้ ในช่วงการระบาดระบอกที่ 3 จำนวนผู้ป่วยที่ได้รับการยืนยันต่อวันอยู่ที่ประมาณ 660 ราย แต่ระลอก 4 จำนวนผู้ป่วยที่ได้รับการยืนยันต่อวันอยู่ที่ประมาณ 1,410 รายซึ่งเพิ่มขึ้นกว่าเท่าตัว”

นอกจากนี้ แม้แต่พื้นที่ที่ไม่ใช่เขตเมืองหลวงก็ยังไม่ปลอดภัยจากโควิด-19 อีกด้วย

“แม้แต่พื้นที่ที่ไม่ใช่เมืองหลวงยอดก็ยังไม่เบาลงได้ เราควรลดการชุมนุมและลดการเคลื่อนไหวส่วนตัว เพื่อลดการแพร่กระจายของการติดเชื้อซึ่งพบเห็นได้ทั่วไปในชีวิตประจำวันต่างๆ อาทิ ตามสถานอำนวยความสะดวกเอนกประสงค์”

เว้นระยะห่าง

นอกจากนี้ เขายังขอให้มีการงดการแพร่กระจายของการติดเชื้อ COVID-19 โดยการเดินทางข้ามเมืองในช่วงเทศกาลวันหยุด
“เรายังกังวลเรื่องการแพร่กระจายเชื้อในช่วงเทศกาลวันหยุด อยากขอให้ทุกท่านใช้วันหยุดให้สอดคล้องกับมาตราการการกักกันมากที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้”

อย่างไรก็ตาม ในเกาหลีใต้ได้มีการฉีดวัคซีนในกลุ่มเสี่ยงและกำลังจะเริ่มการฉีดวัคซีนในกลุ่มผู้มีอายุ 55-59 ปีกว่า 3.52 ล้านคนตั้งแต่วันจันทร์หน้าเป็นต้นไป อีกทั้งผู้ที่อายุระหว่าง 50-54 ปีกว่า 3.9 ล้านคนก็จะได้รับการฉีดวัคซีนในวันที่ 16 สิงหาคมนี้

และท้ายที่สุดจะเป็นผู้ที่มีอายุต่ำกว่า 49 ปีก็จะเริ่มขึ้นหลังจากนั้น

เว้นระยะห่าง

ขอบคุณที่มาจาก : แหล่งข่าว

สุกร ไก่ เป็ด ดับท่ามกลางคลื่นความร้อน

วันนี้ได้มีการออกคำเตือนคลื่นความร้อนทั่วควังจูและจอลลานัมโด หรือที่รู้จักกันในชื่อ ‘대서(大暑)’ ซึ่งหมายถึงวันที่อากาศร้อนที่สุดในรอบปี

สำนักอุตุนิยมวิทยาควังจูเผยอุณหภูมิกลางวันสูงสุด ณ เวลา 17.00 น. อยู่ที่อุณหภูมิ 35.5 องศาเซลเซียสในย็องกวัง, จอลลานัมโด (전남 영광)

คลื่นความร้อน

ควังจูและจอลลานัมโดอุณหภูมิเฉลี่ยสูงสุดที่ 30.5 ~ 35.5 องศาเซลเซียส

โดยเฉพาะอย่างยิ่ง มีการแจ้งล่วงหน้าถึงคลื่นความร้อน (폭염주의보) ในจินโด (진도), วันโด (완도) และ ยอซู (여수) ในขณะที่มีการออกคำเตือนให้ระวังคลื่นความร้อน (폭염경보) ใน 19 เมืองที่เหลือของจอลลานัมโดและควังจู

นอกจากนั้นได้มีการออกคำเตือนอุณหภูมิของน้ำที่สูง (ร้อน) ขึ้นทั่วอ่าวฮัมพย็อง (함평만)

คำเตือนอุณหภูมิน้ำทะเลสูงขึ้นที่ราวๆ 28 องศาเซลเซียส อย่างไรเสียจนถึงขณะนี้ยังไม่มีรายงานความเสียหายของปลาและหอยที่เกิดจากอุณหภูมิน้ำที่สูงขึ้นครั้งนี้

อย่างไรก็ตาม มีการพบความเสียหายจากคลื่นความร้อนจากหลายที่ไม่เว้นแม้ฟาร์มปศุสัตว์

คลื่นความร้อน

วันนี้ สุกร ไก่ และเป็ด 560 ตัวดับในฟาร์ม 8 แห่งในเมืองจอลลานัมโด โดยได้รับความเสียหายสะสมรวม 10,569 ตัวจากกว่า 32 ฟาร์ม

โชคดีที่ไม่พบผู้ถึงแก่ชีวิตเพราะความร้อนสูง แต่ยังมีผู้ป่วยกว่า 49 รายที่ได้เข้ารับการรักษาเนื่องจากอุณหภูมิที่ร้อนจัด

กรมอุตุนิยมวิทยาคาดว่าจะมีคลื่นความร้อนต่อเนื่องตลอดทั้งสัปดาห์ ปรากฏการณ์กลางคืนในเขตร้อนชื้นจะดำเนินต่อไปเช่นกัน ซึ่งว่ากันว่าอุณหภูมิในเวลากลางคืนนั้นจะไม่ต่ำกว่า 25 องศาเซลเซียส

เจ้าหน้าที่อุตุนิยมวิทยากล่าวว่า
“ควรใส่ใจและดูแลสุขภาพเนื่องจากสภาพอากาศร้อนในช่วงนี้มากที่สุด เพราะอากาศจะยังคงร้อนต่อไปเช่นนี้อยู่ชั่วขณะหนึ่ง”

คลื่นความร้อน

ขอบคุณที่มาจาก : แหล่งข่าว

วันนี้เริ่มจองวัคซีนผู้อายุ 50-54

เริ่มจองวัคซีนป้องกันโควิด-19 ระหว่างอายุ 53-54 ปี เวลา 20.00 น. (สำหรับผู้ที่เกิด พ.ศ. 2510-2511)

จองวัคซีน

เมื่อวันที่ 19 กรกฎาคม เจ้าหน้าที่สาธารณสุขเผย
“การจองวัคซีนของผู้ที่มีอายุ 50-54 ปีจะเป็นไปตามลำดับเป็นเวลาประมาณ 6 วัน โดยเริ่มจองตั้งแต่เวลา 20.00 น. วันนี้ – 18.00 น. ของวันที่ 24 กรกฎาคม”

“เพื่อให้การจองราบรื่น เราจะแบ่งวันและเวลาจองตามอายุ ผู้ที่มีอายุ 53-54 (เกิดปี พ.ศ. 2510-2511) จะต้องทำการจองครั้งแรกตั้งแต่เวลา 20.00 น. ของวันนี้ 19 กรกฎาคม ถึง 18.00 น. 24 กรกฎาคม”

“ผู้ที่มีอายุ 50-52 ปี (เกิด พ.ศ. 2512-2514) จะสามารถทำการจองได้ตั้งแต่เวลา 20.00 น. วันที่ 20 กรกฎาคม ถึง 18.00 น. วันที่ 24 กรกฎาคม โดยสามารถจองได้ทุกเพศทุกวัย นอกจากนั้นผู้ที่มีอายุระหว่าง 50-54 (เกิด พ.ศ. 2510-2514) จะจองวัคซีนได้อย่างอิสระตั้งแต่เวลา 20.00 น. วันที่ 21 กรกฎาคม ถึง 18.00 น. วันที่ 24 กรกฎาคม”

ผู้ที่มีอายุระหว่าง 55 ถึง 59 ปีที่ยังไม่จองวัคซีนก็จะต้องจองภายในวันที่ 24 กรกฎาคมนี้

จองวัคซีน

เจ้าหน้าที่สาธารณสุขได้ตัดสินใจที่จะเปลี่ยนตารางการฉีดวัคซีนสำหรับผู้ที่มีอายุ 50 ปี เนื่องจากมีการเปลี่ยนแปลงตารางการจ่ายวัคซีน

ก่อนหน้านี้ มีเพียงวัคซีน Moderna เท่านั้นที่วางแผนไว้สำหรับผู้ที่มีอายุ 50 ปี แต่กำหนดการจัดหาวัคซีนมีการเปลี่ยนแปลง และวัคซีน Moderna และ Pfizer ก็ถูกกำหนดให้นำมาใช้ดำเนินการเพิ่มเติมในรอบนี้

นอกจากนี้ยังมีการขยายระยะเวลาการฉีดวัคซีนสำหรับผู้ที่มีอายุ 50 ปีจาก 25 สิงหาคมเป็น 28 สิงหาคมเพื่อการฉีดวัคซีนที่มีเสถียรภาพมากขึ้น ผู้ที่จองวัคซีนเสร็จแล้วจะได้รับข้อความทางโทรศัพท์แยกต่างหากเกี่ยวกับประเภทของวัคซีนและวันที่ฉีด

กระบวนการฉีดวัคซีนป้องกันโควิด-19 ของผู้ที่อายุ 50-54 ปี มีกำหนดเริ่มตั้งแต่ 16-28 สิงหาคม

จองวัคซีน นอกจากนี้ โปรดทำการจองนอกช่วงเวลาพีคไทม์ เนื่องจากอาจมีผู้คนจำนวนมากเข้าเว็บไซต์เพื่อจองการฉีดวัคซีนจนอาจทำให้เกิดความล่าช้า

อย่างไรก็ตาม ได้มีการฉีดวัคซีนสำหรับนักเรียนมัธยมปลายและอาจารย์ระดับมัธยมปลายจำนวน 650,000 คน ที่กำลังเตรียมตัวสอบเข้ามหาวิทยาลัย

ณ เวลานี้การเปิดจองได้ล่าช้าลงเพราะมีผู้รอเข้าใช้งานจำนวนมาก การเข้าใช้งานเว็บไซต์จะเปิดให้ใช้งานในอีก 2 ช.ม. จากนี้

ระบาดรอบ 4 คาดมาจาก ‘ชุดตรวจโควิดด้วยตนเอง’

นักวิจารณ์ชี้ให้เห็นว่ามีความเสี่ยงที่มาจากความแม่นยำต่ำของชุดตรวจโควิด-19 ซึ่งได้รับการระบุแล้วว่าผลข้างเคียงมาตั้งแต่ตอนเปิดตัวชุดตรวจโควิด-19 ด้วยตนเองแล้ว และตอนนี้ผลกระทบที่กังวลนั้นก็กำลังจะกลายเป็นความจริง ผู้เชี่ยวชาญบางคนกล่าวว่า ความล้มเหลวของรัฐบาลคือการปล่อยให้มีความผิดพลาดจากชุดตรวจโควิดด้วยตนเอง

ตามที่กลุ่มแพทย์ห้องปฏิบัติการตรวจวินิจฉัยโรคเผยเมื่อวันที่ 16 กรกฎาคม ผู้ป่วยที่ได้รับการวินิจฉัยว่าติดเชื้อ COVID-19 “บวก” ในการแพร่ระบาดของ COVID-19 ครั้งที่ 4 ล่าสุดนั้นต่างก็พากันสารภาพว่าพวกเขาได้ตรวจหาโควิดผ่านชุดการตรวจโควิดด้วยตนเองและผลก็ยืนยัน “เป็นลบ” แล้ว

นี่ทำให้เห็นว่าชุดตรวจโควิดด้วยตัวเองนั้นไม่แม่นยำและไม่สามารถใช้แทนการตรวจผ่าน PCR ได้ และควรใช้เป็นวิธีช่วยเสริมเท่านั้น หากคุณใช้ชุดตรวจและพบผลเป็นบวก คุณจะต้องเข้ารับการตรวจด้วยวิธี PCR และหากคุณสงสัยว่าติดเชื้อหรือมีอาการแม้ว่าคุณจะตรวจแล้วพบว่าผลตรวจเป็นลบ คุณก็ควรจะเข้ารับการตรวจ PCR ด้วยเช่นกัน

ชุดตรวจโควิด

ผู้เชี่ยวชาญชี้ว่าหลายคนไม่สามารถแยกแยะได้ว่าใครติดเชื้อ บางคนอาจจะเป็น “ผู้แพร่พันธุ์แบบเงียบ” ซึ่งเดินรอบๆ ชุมชนเพียงเพราะได้รับผลตรวจจากชุดตรวจโควิดด้วยตนเองเป็น “ลบ”

เมื่อวันที่ 15 กรกฎาคม หน่วยงานกักกันยังกล่าวอีกว่า “จริง ๆ แล้วอาจจะมีเชื้อบวก แต่มีความเป็นไปได้ที่จะตรวจเองแล้วเจอผลตรวจเป็น ลบ และต่อมาภายหลังอาการแย่ลงเพราะยังใช้ชีวิตยังปกติ”

ปัญหาต่อมาคือเจ้าหน้าที่สาธารณสุขไม่สามารถติดตามผลการใช้ชุดตรวจสอบโควิดด้วยตนเองหรือรวบรวมข้อมูลเท็จจริงได้

ชุดตรวจโควิด

ฮวังซุงชิก ศาสตราจารย์ชำนาญการด้านสุขภาพแห่ง มหาวิทยาลัยแห่งชาติโซลกล่าว
“เราไม่ทราบว่าการตรวจโควิดด้วยตนเองจะรบกวนการกักกันโรคมากน้อยเพียงใด เพราะเรายังไม่มีข้อมูลที่ถูกต้อง แต่จะมีผลกระทบบ้าง”

“2 เดือนก่อนการระบาดใหญ่ครั้งที่ 4 รัฐบาลกรุงโซลอนุญาตให้ประชาชนเข้าใช้บริการสถานอำนวยความสะดวกเอนกประสงค์โดยยึดเอาผลจากชุดตรวจโควิดด้วยตนเอง เป็นการให้ “สัญญาณ” แก่พวกเขาถึงการผ่อนคลายมาตราการกักกัน”

แต่ยังมีข้อโต้แย้ง

อีเจฮุน (Lee Je-hoon) ศาสตราจารย์ด้านการตรวจวินิจฉัยจากโรงพยาบาลอึนพย็องเซนต์เมรี่กล่าว
“หากจะต้องเดินทางไปตรวจตามคลินิกที่ได้รับอนุญาตให้ตรวจโควิดยากหรือไม่สามารถทำการตรวจด้วย PCR ได้ การมีชุดตรวจโควิดด้วยตนเองจะมีประโยชน์เพื่อวัตถุประสงค์ในการตรวจโควิดล่วงหน้า นั่นก็จะทำมห้กระบวนการตรวจสะดวกขึ้น และลดการเคลื่อนไหวของผู้ติดเชื้อ”

ชุดตรวจโควิด

ขอบคุณที่มาจาก : แหล่งข่าว

เคาะแล้วค่าแรงขั้นต่ำปีหน้า ‘9,160 วอน/ชั่วโมง’

 

ค่าจ้างรายชั่วโมงขั้นต่ำในปี 2565 เคาะแล้ว โดยตั้งไว้ที่ 9,160 วอนต่อชั่วโมง เพิ่มขึ้น 5.1% จากปีนี้

ค่าแรงขั้นต่ำ

คณะกรรมการค่าจ้างขั้นต่ำได้ลงมติเลือกค่าแรงขั้นต่ำสำหรับปีหน้าแล้วที่ที่ 9,160 วอนในการประชุมครั้งที่ 9 ของคืนวันที่ 12 กรกฎาคมที่ผ่านมา

ค่าแรงขั้นต่ำของปีถัดไปจะสูงกว่าปีนี้ 440 วอน และค่าแรงขั้นต่ำรายเดือนของปีหน้าคือ 1,914,440 วอน ต่อเดือน (อิงจากชั่วโมงทำงาน 209 ชั่วโมงต่อเดือน)

ตั้งแต่มีรัฐบาลชุดปัจจุบัน อัตราขึ้นค่าแรงขั้นต่ำก็สูงขึ้นเรื่อยๆ โดยค่าแรงสูงขึ้น 16.4% ในปี 2561 และ 10.9% ในปี 2562 แต่ลดลงเหลือ 2.9% ในปีที่แล้วและ 1.5% ในปีนี้

ค่าแรงขั้นต่ำ

คณะกรรมการค่าจ้างขั้นต่ำขึ้นค่าแรงขั้นต่ำเป็น 5.1% ในปีหน้า สะท้อนแนวโน้มของการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจหลังวิกฤตโควิด-19

ควอน ซุน-วอน ศาสตราจารย์แห่งมหาวิทยาลัยสตรีซุกมยอง กล่าวกับผู้สื่อข่าวหลังการโหวตค่าแรงขั้นต่ำไม่นานว่า
“แม้จะมีปัญหาหลายอย่างในปีนี้ แต่ฉันคิดว่าเราควรพิจารณาความเป็นไปได้ในการทำให้เศรษฐกิจกลับมาเป็นปกติและฟื้นตัวในปีหน้า”

การคาดการณ์การเติบโตทางเศรษฐกิจของแบงค์ชาติ (Bank of Korea) สำหรับปีนี้อยู่ที่ 4.0%

ตัวชี้วัดการจ้างงานก็ฟื้นตัวเช่นกัน โดยการจ้างงานในเกาหลีเพิ่มขึ้นเกิน 600,000 ตำแหน่งเป็นเวลา 2 เดือนติดต่อกันตั้งแต่เดือนเมษายน

ค่าแรงขั้นต่ำ อย่างไรก็ตาม ค่าแรงขั้นต่ำในปีหน้ายังห่างไกลจากการเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วที่เหล่าชุมชนแรงงานเรียกร้องกันอยู่

การปรับขึ้นค่าแรงขั้นต่ำอยู่ในระดับต่ำ เนื่องจากการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ที่ยืดเยื้อยังคงก่อให้เกิดปัญหาในการจัดการอย่างร้ายแรงสำหรับเจ้าของธุรกิจขนาดเล็กและผู้ประกอบอาชีพอิสระ

ในทางกลับกันสมาชิกจากฝั่งผู้บริหารหรือผู้ประกอบการเผยว่าค่าแรงขั้นต่ำสำหรับปีหน้าดูจะสูงเกินไป

สมาชิกฝ่ายผู้ประกอบการได้เตือนแกลมตัดพ้อก่อนออกจากที่ประชุมว่า
“ความรับผิดชอบต่อปัญหาทั้งหมดที่จะเกิดขึ้นจากนี้ไปจากการตัดสินใจเรื่องค่าแรงขั้นต่ำควรเป็นความรับผิดชอบของฝ่ายชุมชนแรงงาน เพราะในสถานการณ์โควิดเช่นนี้พวกเราต้องต่อสู้กับความเป็นจริงทางเศรษฐกิจเพียงลำพังโดยที่ไม่ได้รับความเห็นอกเห็นใจจากฝ่ายสมาชิกคณะกรรมการสาธารณประโยชน์เลย”

โควิดระบาดรอบนี้ หากไม่หยุด ‘สิ้นก.ค. คาดพุ่งวันละ 2,000 ราย’

 

หากอัตราผู้ติดเชื้อโควิด-19 ในเกาหลีใต้เกิดขึ้นตามอัตรานี้ มีความเป็นไปได้สูงที่จะมีผู้ป่วยติดเชื้อรายวันวันละ 2,000 ราย

ในขณะที่การแพร่กระจายของโควิด-19 ยังคงดำเนินต่อในกลุ่มหนุ่มสาวและความกลัวการแพร่กระจายของโควิดสายพันธุ์เดลต้า รัฐบาลได้ตัดสินใจที่จะใช้ “การปรับการเว้นระยะห่างทางสังคมระดับ 4” กับเขตมหานครและปริมณฑลเป็นเวลา 2 สัปดาห์

โควิดระบาด

เนื่องจากการระบาดใหญ่ครั้งที่ 4 ใกล้จะถึงช่วงปิดเทอมฤดูร้อนแล้ว มาตรการกักกันคาดว่าจะมีความแข็งแกร่งขึ้นในช่วงต้นเดือนสิงหาคมนี้

ปัจจุบัน ผู้ติดเชื้อโควิด-19 ที่ได้รับการยืนยันส่วนใหญ่อยู่ในเขตมหานครโซลและอยู่ในช่วงอายุ 20 และ 30 ปี เนื่องจากผู้สูงอายุส่วนใหญ่ได้รับการฉีดวัคซีนป้องกันโควิด-19 เรียบร้อยแล้ว ได้มีการยืนยันแล้วว่าส่วนใหญ่เป็นคนหนุ่มสาวที่ยังไม่ได้รับเชื้อโควิด-19 โชคดีที่จำนวนผู้ป่วยยืนยันการติดเชื้อเพิ่มขึ้น แต่อัตราการเสียชีวิตนั้นลดลง

จากการวิเคราะห์การระบาดของ COVID-19 กับหน่วยงานกักกันและผู้เชี่ยวชาญเอกชน คาดว่าจะมีผู้ป่วยยืนยัน 2,100 รายระหว่างปลายเดือนกรกฎาคมถึงต้นเดือนสิงหาคม

นอกจากนี้ เจ้าหน้าที่กักกันคาดการณ์ว่าสัดส่วนของผู้ป่วยที่ได้รับการยืนยันจากโควิดสายพันธุ์เดลต้าจะเพิ่มขึ้นประมาณเดือนสิงหาคม

โควิดระบาด

จ็องอึนคย็องChung ผู้อำนวยการศูนย์ควบคุมและป้องกันโรคระบาดในเกาหลีกล่าว
“มีการตรวจพบสายพันธุ์เดลต้าอย่างต่อเนื่อง นอกจากนี้ยังมีความเป็นไปได้ที่การติดเชื้อจากสายพันธุ์เดลต้าจะเพิ่มขึ้นในเดือนสิงหาคม”

“ฉันเสียใจเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องขอให้ผู้ที่เข้าร่วมการเว้นระยะห่างทางสังคมและกักตัวเป็นเวลากว่า 1 ปี 6 เดือนที่ผ่านมานั้น มาเสริมความแข็งแกร่งในการกักกันอีกครั้งกัน”

“เพื่อที่จะเอาชนะสถานการณ์ในเขตมหานครโซลอย่างรวดเร็ว อาทิ โซลและคย็องกีโด จะต้องมีการเสียสละอีกครั้งหนึ่ง ประชาชนทุกท่านจำเป็นต้องหยุดเชื้ออย่างเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน”

โควิดระบาด

โซลคลายมาตรการกักกัน เตรียมเปิดร้านได้ยันเที่ยงคืน

 

‘กฎการเว้นระยะห่างทางสังคม หรือ social distancing’ แบบใหม่จะเริ่มดำเนินการตั้งแต่เดือนกรกฎาคมนี้ โดยเริ่มจากการอนุญาตให้มีการพบปะเพื่อนฝูง ซึ่งกิจกรรมเหล่านี้จะทำให้สังคมและเศรษฐกิจเปลี่ยนไปในทิศทางที่ดีขึ้นได้

ตามที่หน่วยงานกักกันเผยในวันที่ 20 กรกฎาคม คาดว่าตั้งแต่วันที่ 1 กรกฎาคม จะเริ่มมีการบังคับใช้ Social Distancing ระดับ 2 แบบใหม่ในเขตมหานครและใช้ระดับ 1 ในพื้นที่อื่นๆ ที่ไม่ใช่เมืองหลวง

คลายมาตรการกักกันในเขตปริมณฑล เวลาทำการของร้านอาหารและร้านกาแฟ ซึ่งขณะนี้มีการจำกัดเวลาที่ 22:00 น. จะขยายออกไปเป็น 24:00 น.  นอกจากนี้ยังสามารถเปิดสถานอำนวยความสะดวกด้านความบันเทิง เช่น คลับได้อีกครั้ง

การห้ามชุมนุมส่วนตัวเกิน 5 คนก็จะเริ่มมีการผ่อนคลายลงเช่นกัน โดยอนุญาตให้มีผู้เข้าร่วมได้สูงสุด 6 คนเป็นเวลา 2 สัปดาห์จนถึงวันที่ 14 กรกฎาคม และรวมตัวเพิ่มสูงสุด 8 คนได้หลังจากนั้น

คลายมาตรการกักกัน

มาตรฐานสำหรับพื้นที่ที่ไม่ใช่มหานครจะมีการผ่อนคลายเพิ่มเติม

หากบุคคลใดก็ตามที่ปฏิบัติตามกฎการกักกันขั้นพื้นฐาน เช่น การสวมหน้ากากและลงทะเบียนเข้าใช้บริการ บุคคลนั้ก็จะสามารถพบปะกันได้โดยไม่คำนึงถึงขนาดการชุมนุม

นอกจากนี้ร้านอาหารและคาเฟ่สามารถเปิดได้ตราบเท่าที่ต้องการหากแต่ต้องปฏิบัติตามกฎกักกันอย่างเคร่งครัด

โดยเฉพาะอย่างยิ่งในอนาคตผู้ที่ได้รับวัคซีนโควิด-19 จะถูกยกเว้นจากการจำกัดจำนวนคนในการพบปะสังสรรค์ตามสาธารณะ ขนาดของการชุมนุมส่วนตัวก็อาจจะเพิ่มขึ้น  คุณจะมีอิสระมากขึ้นในการชมการแข่งขันกีฬาหรือทำกิจกรรมทางศาสนา

คลายมาตรการกักกัน

นอกเหนือจากแผนปฏิรูปแล้ว จะมีการเพิ่มแรงจูงใจในการฉีดวัคซีนโดยจะเริ่มตั้งแต่เดือนกรกฎาคมนี้ โดยจะให้ทั้งผู้ที่ฉีดวัคซีนขั้นต้น (เข็มแรก) และผู้ที่ฉีดวัคซีนเสร็จสิ้นแล้วไม่จำเป็นต้องสวมหน้ากากกลางแจ้งอีกต่อไป เช่น เดินเล่นตามสวนสาธารณะและการปีนเขาเดินป่า

ท้ายสุดนี้รัฐบาลได้ย้ำถึงโครงการ ‘Travel Bubble’ ที่จะมีการอนุญาตให้เดินทางท่องเที่ยวเป็นกลุ่มโดยร่วมมือกับประเทศที่เชื่อถือได้ในการกักกันโรค (สิงคโปร์ ไต้หวัน ไทย กวม และไซปัน) ก็จะได้รับการส่งเสริม

 

ขอบคุณที่มาจาก : แหล่งข่าว

เช็คคิวฉีดวัคซีนในไตรมาสที่ 3

 

เจ้าหน้าที่กักกันโรคเกาหลีใต้ได้ประกาศแผนสำหรับการฉีดวัคซีนป้องกัน COVID-19 ในไตรมาสที่สาม แล้วดังต่อไปนี้

คิวฉีดวัคซีน

1. กลุ่มผู้ที่ยังไม่ได้รับวัคซีนตามที่จองไว้ในเดือนมิถุนายน
– โดยผู้ที่ไม่ได้รับการฉีดวัคซีน อาทิ ผู้ที่มีอายุ 60-74 ปี: การฉีดวัคซีนครั้งแรกให้กลุ่มนี้จะดำเนินการตั้งแต่สัปดาห์แรกของเดือนกรกฎาคม
– นักสังคมสงเคราะห์ที่สำคัญที่มีอายุต่ำกว่า 30 ปี (ตำรวจ นักดับเพลิง เป็นต้น) ครู เจ้าหน้าที่สาธารณสุขและการแพทย์ โดยจะได้รับวัคซีนไฟเซอร์ ตั้งแต่วันที่ 5 กรกฎาคม ถึง 17 กรกฎาคม

คิวฉีดวัคซีน

2. การศึกษา, คนดูแลเด็ก, นักเรียนสอบเข้าวิทยาลัย
– นักเรียนมัธยมปลาย, บุคคลากรทางการศึกษาในระดับมัธยมปลาย: 18-24 ก.ค. (ฉีดวัคซีนไฟเซอร์)
– นักเรียนสอบเข้าวิทยาลัยที่ไม่ใช่นักเรียนมัธยมปลาย: ฉีดวัคซีนไฟเซอร์ในเดือนสิงหาคม
– คณาจารย์และบุคลากรในศูนย์รับเลี้ยงเด็ก อนุบาล โรงเรียนประถม มัธยม : ฉีดวัคซีนกับไฟเซอร์หรือโมเดอร์น่าตั้งแต่สัปดาห์ที่ 3 ของเดือนกรกฎาคม

3. กลุ่มผู้ที่มีอายุ 50 ปีขึ้นไป
– ผู้ที่อายุ 50 ปีขึ้นไป: จะเเปิดจองคิวออนไลน์โดยจะเริ่มการฉีดวัคซีนตั้งแต่สัปดาห์ที่ 4 ของเดือนกรกฎาคม (อายุ 55–59 ปีในสัปดาห์ที่ 4 ของเดือนกรกฎาคม / อายุ 50–54 ปีในต้นเดือนสิงหาคม)
– ผู้ที่มีอายุ 40 ปีขึ้นไป (18–49 ปี) : จะเริ่มการฉีดวัคซีนตามที่มีการจองคิวล่วงหน้าตั้งแต่กลางเดือนสิงหาคมโดยไม่คำนึงถึงอายุ
– ผู้ที่ทุพพลภาพขั้นรุนแรง คนพิการทางพัฒนาการ และคนเร่ร่อน: จะมีการจัดให้ใช้ขนส่งรถประจำทาง รถพยาบาล เข้ามาให้ความช่วยเหลือด้านการพากลุ่มเป้าหมายเหล่านี้เดินทางมารับวัคซีนตั้งแต่เดือนกันยายน
-สตรีมีครรภ์อายุ 12 ถึง 17 สัปดาห์: จะถูกแยกออกจากแผนการฉีดวัคซีน และจะมีการแจ้งเข้ารับวัคซีนหลังจากมีหลักฐานทางวิทยาศาสตร์ผ่านการวิจัยถึงความปลอดภัยของวัคซีนในกลุ่มสตรีมีครรภ์ก่อน

คิวฉีดวัคซีน

ขอบคุณที่มาจาก : แหล่งข่าว