เกาหลีพัฒนา ชุดตรวจโควิดจากน้ำลาย รู้ผลใน 5 นาที

ทีมวิจัยในประเทศได้พัฒนาชุดตรวจโควิด19 ที่สามารถบอกผลได้ทันทีเพียงการบ้วนน้ำลายแทนการใช้สำลีปั่นจมูก

โรงพยาบาลมหาวิทยาลัยแห่งชาติจอนบุคประกาศว่าทีมวิจัยที่นำโดยศาสตราจารย์ คิม ดัล-ซิก จากห้องปฏิบัติการวินิจฉัยแห่งภาควิชาเวชศาสตร์ได้พัฒนาชุดทดสอบแอนติเจน (ATK) ชนิดทราบผลรวดเร็วด้วยวิธี ‘บ้วนน้ำลาย’ ที่สามารถทราบผลได้ภายใน 5 นาที

ชุดตรวจโควิดจากน้ำลาย

ซึ่งทางทีมวิจัยได้ออกมาประกาศว่าประสบความสำเร็จจากการเก็บตัวอย่างที่มีความเข้มข้นของไวรัสโควิด19สูงจากในช่องปาก โดยมีการประยุกต์ใช้คุณสมบัติของส่วนประกอบบางอย่างที่ได้มาจากถั่วเขียวมาใช้ดึงเชื้อไวรัสโควิด19 ในปากออกมาตรวจสอบได้อย่างง่ายดาย

ทีมวิจัยอธิบายเพิ่มเติมว่าชุดตรวจแบบแอนติเจนชนิดทราบผลรวดเร็วที่มีการพัฒนาศักยภาพขึ้นในครั้งนี้แสดงให้เห็นผลลัพธ์ความไวสูงถึง 97.8% และความจำเพาะ 100%

ชุดตรวจโควิดจากน้ำลาย

ความไวในที่นี่บ่งบอกถึงความน่าจะเป็นที่สามารถตัดสินได้ว่าเป็นผู้ป่วย COVID-19 (บอกผลตรวจบวกได้อย่างรวดเร็ว) และความจำเพาะหมายถึงความน่าจะเป็นที่จะตัดสินคนที่ผลตรวจเป็นลบ (บอกผลตรวจลบได้อย่างรวดเร็ว)

ผลการวิจัยได้รับการตีพิมพ์ออนไลน์ที่ ‘Microbiology Spectrum (마이크로바이올로지 스펙트럼)’ วารสารวิชาการระดับนานาชาติที่ตีพิมพ์โดย American Society of Microbiology

ขอบคุณที่มา: แหล่งข่าว1, แหล่งข่าว2

เผยสิ้นมีนาคมนี้ “คาดเกาหลีหลุดพ้นวิกฤตโควิด-19”

มีการออกมาคาดการณ์ว่าการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ในเกาหลีจะสิ้นสุดภายในสิ้นเดือนมีนาคม ทั้งนี้เนื่องจากการกลายพันธุ์ของโอมิครอนซึ่งมีอำนาจในการแพร่กระจายสูงนั้นแต่ก็ถือว่ามีความเสี่ยงต่ำ และคาดว่าจะมีเสถียรภาพภายในสองเดือนข้างหน้านี้แม้ว่าจะเป็นสายพันธุ์โอมิครอนจะเป็นสายพันธุ์หลักที่โดดเด่นในเกาหลีแล้วก็ตาม

วิกฤตโควิด

โอ มย็อง-ดน ศาสตราจารย์ด้านโรคติดเชื้อจากมหาวิทยาลัยแห่งชาติโซลกล่าวในงานแถลงข่าวในประเด็นเกี่ยวกับโควิดกลายพันธุ์โอมิครอน เมื่อวันที่ 23 มกราคมว่า “โอมิครอนจะเป็นวิกฤตสุดท้ายที่เราจะเอาชนะในการระบาดครั้งใหญ่ของไวรัส COVID-19 ซึ่งสายพันธุ์โอมิครอนนั้นจะเป็นสายพันธุ์ที่โดดเด่นและทรงอิทธิพลเพียงแค่ช่วงก่อนวันปีใหม่เกาหลี หรือ ซ็อลลัล (설날) (29 มกราคม – 2 กุมภาพันธ์)เท่านั้น เหตุใดจึงกล่าวเช่นนี้ หากลองเทียบและพิจารณาถึงกรณีการระบาดของไข้หวัดใหญ่ที่เคยมีมาจากในอดีต การระบาดนั้นมักจะเบาบางลงไปในช่วง 2 เดือนหลังจากที่การระบาดได้ถึงจุดพีคสุดแล้ว” เขากล่าว

ซึ่งหมายความว่าการระบาดของ COVID-19 อาจสิ้นสุดอย่างเร็วที่สุดในเดือนมีนาคม

ช็อง กี-ฮย็อน ผู้อำนวยการศูนย์การแพทย์แห่งชาติยังกล่าวเสริมอีกว่า “หากรัฐบาลเกาหลีเตรียมระบบสาธารณสุขได้เป็นอย่างดีและประชาชนให้ความร่วมมือ เราก็จะเห็นจุดจบของการระบาดของ COVID-19”

“การสิ้นสุดของ COVID-19 ในที่นี้ หมายถึง สถานการณ์ที่ระบบทางการแพทย์ฉุกเฉินนั้นไม่จำเป็นต้องทำงานหนักอีกต่อไป (มิได้หมายถึงโควิดจะหมดไป)”

วิกฤตโควิด

ผู้เชี่ยวชาญต่างมีความหวังที่จะเห็น “การยุติของ COVID-19 ภายในสองเดือนข้างหน้านี้” เพราะพวกเขาตัดสินว่าโอมิครอนนั้นแตกต่างจากสายพันธุ์โควิดอื่นๆ ที่มีมาก่อนหน้านี้อย่างชัดเจน

ศาสตราจารย์โอ มย็อง-ดน กล่าวว่า “โอมิครอนมิได้ส่งผลใกล้เคียงกับไวรัสโควิดสายพันธุ์เดลต้าเลย เทียบได้เพียงว่าให้ผลกระทบในระดับแบบเป็นญาติห่างๆ แม้จะมีโปรตีนสไปค์ซึ่งมีผลเกาะติดมนุษย์อย่างรวดเร็วแต่ผลกระทบจากไวรัสที่บุกรุกเซลล์มนุษย์นั้นกลับมีความแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง”

อย่างไรก็ตาม ศาสตราจารย์โอ มย็อง-ดน ยังกล่าวถึง ระบบสาธารณสุขโดยรวมนั้นควรมีการเปลี่ยนแปลง โดยมุ่งเน้นไปถึงการสกัดกั้นการแพร่กระจายของโอไมครอนในวงกว้างเห็นจะดีสุด

ขอบคุณที่มาจาก : แหล่งข่าว

เกาหลีปูทางออกวีซ่า ตามศักยภาพผู้อพยพต่างชาติ

กระทรวงยุติธรรมจะเปิดตัวระบบสนับสนุนการพำนักในปีนี้เพื่อสนับสนุนผู้มีความสามารถจากต่างประเทศในด้านวิทยาศาสตร์, เทคโนโลยี, และด้านวัฒนธรรม ที่เข้าสู่ประเทศเกาหลีใต้พร้อมออกวีซ่าพำนักให้ภายใต้จุดยืนของนโยบายการย้ายถิ่นฐานที่เปิดกว้างและครอบคลุม นโยบายต่างๆ จะได้รับการส่งเสริมเพื่อเพิ่มการเข้ามาของประชากรต่างชาติ

จากข้อมูลของสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองของกระทรวงยุติธรรมเมื่อวันที่ 2 มกราคม จำนวนชาวต่างชาติที่อาศัยอยู่ในเกาหลีใต้ ณ ปีที่แล้วอยู่ที่ 1,974,512 คน คิดเป็น 3.82% ของประชากรทั้งหมด ตัวเลขดังกล่าวค่อนข้างต่ำเมื่อเทียบกับผู้อพยพในประเทศตะวันตกถึง 10% เช่น สเปนและสหราชอาณาจักร ซึ่งมีระดับประชากรใกล้เคียงกับเกาหลีใต้

สัดส่วนของชาวต่างชาติซึ่งเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ปี 2016 ลดลงตั้งแต่ปี 2020 เนื่องจากการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19

หน่วยงานตรวจคนเข้าเมืองเชื่อว่าการหลั่งไหลเข้าของประชากรชาวต่างชาติที่เข้ามาเพื่อทำงานนั้นมีความสำคัญต่อการรักษากลไกการเติบโตของประเทศเกาหลี ซึ่งตอนนี้ได้เข้าสู่ยุคของอัตราการเกิดที่ต่ำ และนอกจากนั้นยังมีการวางแผนที่จะจัดตั้งและส่งเสริมนโยบายการย้ายถิ่นฐานที่เปิดกว้างและครอบคลุมโดยมีเป้าหมายเพื่อเพิ่มจำนวนประชากรอพยพ

เกาหลี

1. ส่งเสริมการสนับสนุนให้ผู้ที่มีความสามารถทางด้านเทคโนโลยีและความสามารถทางวัฒนธรรม (สามารถดำเนินการขอวีซ่าแบบด่วนได้)

แกนหลักของนโยบายการย้ายถิ่นฐานที่กำหนดให้มีผลบังคับใช้ในปี 2022 คือการเสริมสร้างการสนับสนุนให้ผู้ที่มีความสามารถด้านเทคโนโลยีและความสามารถทางวัฒนธรรม

นโยบายการย้ายถิ่นฐานที่มีอยู่ได้รับการออกแบบโดยคำนึงถึงผู้อพยพที่ทำงานด้านแรงงานที่ชาวเกาหลีหลีกเลี่ยง แต่จากนี้ไปจะเป็นการวางรากฐานนโยบายสำหรับการรับนักศึกษาต่างชาติที่สามารถเข้าสู่อุตสาหกรรมที่มีมูลค่าเพิ่มสูงในฐานะผู้อพยพ

ณ สิ้นเดือนที่แล้ว จำนวนนักเรียนต่างชาติที่พำนักอยู่ในเกาหลีคือ 170,000 คน พบว่าส่วนใหญ่กำลังศึกษาในระดับปริญญา ไม่รวมนักเรียนที่มาเรียนภาษาที่มหาวิทยาลัยในประเทศ

หน่วยงานตรวจคนเข้าเมืองวางแผนที่จะแนะนำระบบ “การพำนักถาวรสำหรับผู้มีความสามารถพิเศษและสนับสนุนการแปลงสัญชาติ” ในช่วงครึ่งแรกของปีหน้า เพื่อให้ผู้ที่มีความสามารถทางวิทยาศาสตร์ที่จบหลักสูตรปริญญาโทหรือปริญญาเอกในเกาหลีสามารถอยู่ในเกาหลีได้อย่างมั่นคงหลังจากสำเร็จการศึกษาจนถึงได้รับการจ้างงาน

เมื่อมีการใช้ระบบ ชาวต่างชาติที่มีวุฒิการศึกษาในเกาหลี ให้สามารถพำนักอยู่ในเกาหลีได้อย่างมั่นคงและสามารถหางานทำได้แม้ว่าวีซ่าจะหมดอายุแล้วก็ตาม

เกาหลี

นอกจากนี้ จะมีการจัดตั้ง “Korean Wave Visa” เพื่อดึงดูดผู้มีความสามารถในสาขาที่เกี่ยวข้องกับวัฒนธรรม เช่น K-POP เข้ามาในประเทศ

แผนดังกล่าวจะเพิ่มความสามารถในการแข่งขันในส่วนของฮันรยูซึ่งเป็นเวทีระหว่างประเทศ โดยจะมีการอนุญาตมอบวีซ่าแก่ “นักเรียนต่างชาติเชิงวัฒนธรรม” ที่อยู่ในเกาหลีเพื่อทำกิจกรรมด้านความบันเทิงหรือศึกษาต่อต่างประเทศเพื่อเรียนรู้ระบบขั้นสูงของหน่วยงานบันเทิงเกาหลีที่มีชื่อเสียง

2. เสริมสร้างความเข้มแข็งในการบรรเทาทุกข์เด็กที่อาศัยอยู่อย่างผิดกฎหมาย

มาตรฐานการบรรเทาทุกข์สำหรับเด็กที่อพยพผิดกฎหมายจะผ่อนคลายลงด้วย ทั้งนี้เพื่อเป็นหลักประกันสิทธิในการศึกษาของเด็กที่เติบโตในเกาหลีตั้งแต่ยังเด็กและตระหนักในตนเองว่าพวกเขานั้นก็เป็น “คนเกาหลี” และได้รับการยอมรับเสมือนสมาชิกของสังคม

หน่วยงานตรวจคนเข้าเมืองกำลังออกแบบระบบที่อนุญาตให้เด็กที่พำนักอย่างผิดกฎหมายที่เข้ามาเกาหลีตั้งแต่เด็กให้ได้รับการศึกษาระดับประถมศึกษาในเกาหลีสามารถอยู่ในเกาหลีอย่างเป็นทางการได้

สำหรับผู้ปกครองที่เป็นผู้ดูแลปกครองนั้นจะได้มีการส่งเสริมตามแผนการที่จัดเตรียมไว้เพื่อให้อยู่กับเด็กจนกว่าเขาจะสิ้นสุดการศึกษา อย่างไรก็คาดว่าจะกำหนดระยะเวลาเข้าพักมาตรฐานและอายุของเด็กหลังจากมีการรวบรวมความคิดเห็นและจากการรับฟังความคิดเห็นสาธารณะในอนาคต

เกาหลี

นอกจากนี้ หน่วยงานตรวจคนเข้าเมืองยังวางแผนที่จะค่อยๆ เพิ่มการยอมรับผู้ลี้ภัย โดยคำนึงถึงความคิดเห็นของประชาชนและสภาพเศรษฐกิจเป็นหลักในแผนการด้วย

ขอบคุณที่มาจาก : แหล่งข่าว

หนาวนี้จะเอาตัวรอดจาก ‘ที่พักแบบตู้คอนเทนเนอร์ยังไง?’

อากาศหนาวได้เริ่มต้นขึ้นแล้ว หากใครได้อยู่ตามบ้านอุ่นถ้าอยู่ห้องอุ่นก็จะดูไม่มีปัญหา แต่ถ้าใครอาศัยอยู่ตามที่พักแบบตู้คอนเทนเนอร์ก็คงจะลำบากน่าดู

วันนี้เราจะมาแนะนำวิธีการเอาตัวรอดจากความเหน็บหนาวภายนอกที่พักและอยู่ยังไงให้ร่างกายอบอุ่นมากที่สุด เมื่อเราไม่มีทางเลือกที่จะย้ายไปอยู่ที่อื่นๆได้นอกจากตู้คอนเทนเนอร์

 

1. เต๊นท์สำหรับกางในห้อง+ พรมน้ำร้อน (เบือกแบบอุ่นที่สุด)

ที่พักแบบตู้คอนเทนเนอร์

ขั้นแรกเลยต้องกางเต็นท์สำหรับกางภายในห้องบริเวณที่สามารถกางได้โดยไม่กระทบพื้นที่อื่นๆมากนัก และติดตั้งเสื่อระบบน้ำร้อนบนพื้น (เนื่องจากเสื่อไฟฟ้าอาจเป็นอันตรายในสภาพอากาศหนาวเย็นและมีความเสี่ยงที่จะเกิดเพลิงไหม้ในที่ๆ อุณหภูมิต่ำ)
* เต๊นท์สำหรับกางในห้องจะแตกต่างจากเต๊นท์สำหรับกางกลางแจ้ง

เนื่องจากความร้อนของเสื่อน้ำร้อนที่ปูบนพื้นในกระโจมกับอุณหภูห้อง จะทำให้เรารู้สึกอบอุ่นเพียงพอที่จะไม่ตื่นกลางดึกเพราะอากาศหนาวเย็น

ถ้าลองค้นหาคำว่า “난방텐트” หรือ “방한용텐트” ใน คูปัง (쿠팡) หรือเนเวอร์ (네이버) คุณก็สามารถสั่งซื้อได้ในราคาเพียงแค่ 20,000 วอน ถึง 30,000 วอน ส่วนเสื่อน้ำร้อนอาจจะมีราคาแพงเล็กน้อยโดยราคามากกว่า 100,000 วอน

 

2. การติดตั้งอุปกรณ์กันหนาวบนผนังหรือหน้าต่างห้อง

ที่พักแบบตู้คอนเทนเนอร์

สิ่งของต่างๆ เช่น เมมโมรี่โฟมที่เอาไว้ติดกับผนังกันความหนาว, ฟิล์มพลาสติกที่ติดเข้ากับหน้าต่าง, และสิ่งที่สามารถติดเข้ากับกรอบหน้าต่างและช่องว่างของประตูเพื่อกันอากาศหนาวเล็ดลอดเข้ามากก็มีวางจำหน่ายที่ Daiso(다이소) แทบทุกอย่างอีกทั้ง ราคาก็ยังถูกด้วย เราจึงสามารถหาซื้อได้โดยไม่ต้องแบกรับภาระค่าใช้จ่ายที่หนักเกินไปหรือจะติดผ้าม่านไปเลยก็ยังได้

 

3. การป้องกันห้องน้ำไม่ให้หนาวเว่อร์

ที่พักแบบตู้คอนเทนเนอร์ สิ่งที่ดีที่สุดก็คือการติดตั้งหม้อน้ำ นอกจากนี้หากติดตั้งฉนวนหุ้มท่อเพื่อป้องกันท่อน้ำไม่ให้กลายเป็นน้ำแข็งได้ก็ถือว่าเป็นการดี แต่ถ้าอากาศหนาวเย็นเกินไปสิ่งเหล่านี้อาจจะไม่เป็นประโยชน์นัก

สรุปว่าถ้าอะไรที่รู้สึกยุ่งยากหลายขั้นตอนนัก ก็ขอแนะนำให้อย่างน้อยๆก็ติดตั้งเต๊นท์สำหรับกางในห้องเพราะจะทำให้เราหลีกเลี่ยงจากสถานการณ์นอนไม่หลับเพราะอากาศหนาวจัดเกินได้

เกาหลีรับนักท่องเที่ยวต่างชาติอีกครั้งในเร็วๆ นี้ “เราจะขยายรายการโดยไม่ต้องขอวีซ่า”

รัฐบาลเกาหลีได้ตัดสินใจที่จะค่อย ๆ กลับมาเปิดการท่องเที่ยวเกาหลีให้สำหรับชาวต่างชาติ

ฟรีวีซ่า

ในการประชุมยุทธศาสตร์การท่องเที่ยวแห่งชาติ เมื่อวันที่ 12 พฤศจิกายน รัฐบาลเกาหลีได้ยืนยันว่าจะมีการฟื้นฟูการท่องเที่ยวแบบก้าวกระโดดอีกครั้ง หรือในนาม “관광산업 회복과 재도약 방안”

ในการประชุม ได้มีการหารือเกี่ยวกับการสนับสนุนต่างๆ ในด้านอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวโดยมีเป้าหมายเพื่อดึงดูดนักท่องเที่ยวต่างชาติจำนวน 25 ล้านคนภายในปี 2025

เป็นผลให้เงินกู้เพื่อกองทุนพัฒนาส่งเสริมการท่องเที่ยว (관광진흥개발기금) จะเพิ่มขึ้น 55 พันล้านวอนเมื่อเทียบกับปีนี้ เงินสนับสนุนจะอยู่ที่ 649 พันล้านวอน และภาระในภาคอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวจะค่อยๆคลี่คลาย โดยจะมีการชะลอการชำระคืนเงินกู้หรือส่งคืนบางส่วนเพื่อลดต้นทุนทางการเงิน

ฟรีวีซ่า

นอกจากนี้ รัฐบาลมีแผนที่จะขยายการสนับสนุนการควบคุมโรคโดยส่งเจ้าหน้าที่สาธารณสุข 3,000 คนไปยังสถานที่ท่องเที่ยวสำคัญ โดยเน้นที่คนงานในอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว และการจัดหาอุปกรณ์ควบคุมโรคระบาดให้กับสถานอำนวยความสะดวกในอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวที่สำคัญๆ เช่น โรงแรมและคอนโดมิเนียม

รัฐบาลเกาหลีกำลังวางแผนที่จะขยาย ‘การท่องเที่ยวแบบ Travel bubble’ ไปยังประเทศอื่น ๆ เริ่มตั้งแต่วันที่ 15 พฤศจิกายนนี้ โดยเริ่มอนุญาตให้สิงค์โปร์เดินทางเข้าประเทศแบบไม่ต้องกักตัวเป็นประเทศแรก

อีกทั้งรัฐบาลมีแผนจะทยอยลดขั้นตอนจำนวนการตรวจโควิดแบบ PCR สำหรับผู้ที่ฉีดวัคซีนโควิด-19 เรียบร้อยแล้ว

ฟรีวีซ่า

และรัฐบาลเกาหลียังประกาศย้ำว่าจะค่อยๆ ฟื้นฟูการยกเว้นวีซ่าและการให้ฟรีวีซ่า ซึ่งได้ถูกระงับไปชั่วคราวเนื่องจากโควิด-19 ปีก่อนๆ ด้วย

นอกจากนี้ ยังมีแผนที่จะค่อยๆ ขยายการดำเนินงานด้านการบินและการท่าเรือระหว่างประเทศ รวมถึงการเริ่มเที่ยวบินระหว่างประเทศที่สนามบินในท้องถิ่นตั้งแต่ปลายเดือนนี้เป็นต้นไป

ขอบคุณที่มาจาก : แหล่งข่าว

18 ต.ค. เปิดอิสระเดินตรง “ฉีดวัคซีนแบบไม่ต้องจอง”

ตั้งแต่วันที่ 18 ตุลาคมนี้เป็นต้นไป ผู้ที่ไม่ได้รับการฉีดวัคซีนจะสามารถเดินตรงเข้าไปยังสถานีอนามัยหรือศูนย์สาธารณสุข (보건소) หรือตามโรงพยาบาล (병원) และคลินิก (의원) เพื่อเข้ารับการฉีดวัคซีนได้เลยโดยที่ไม่ต้องมีการกดจองล่วงหน้า

อย่างไรก็ตาม เนื่องจากจำนวนวัคซีนจะแตกต่างกันไปในแต่ละภูมิภาค คุณจำเป็นต้องตรวจสอบว่าคุณสามารถรับวัคซีนได้ในวันเดียวกันที่จองเลยหรือไม่ ก่อนที่จะไปที่สถานีอนามันหรือศูนย์สาธารณสุข, โรงพยาบาล, และคลินิก หรือใช้ช่องทางการจองวัคซีนหลุดจอง (잔여 백신) ผ่าน Kakao Talk หรือ Naver แทน

* ชาวต่างชาติที่มีประกันสุขภาพสามารถฉีดวัคซีนได้เช่นเดียวกับชาวเกาหลี และชาวต่างชาติที่ไม่มีประกันสุขภาพหรือไม่ได้ลงทะเบียนจะต้องได้รับหมายเลขประตำตัวชาวต่างชาติชั่วคราว (임시관리번호) ที่ออกให้ที่ศูนย์สาธารณสุข (보건소) เพื่อใช้ในการเข้ารับวัคซีน

ฉีดวัคซีนแบบไม่ต้องจอง

เดิมทีการเปิดจองวัคซีนสำหรับผู้ที่ยังไม่ได้รับการฉีดวัคซีนเลยจะเปิดให้บริการจนถึงเวลา 18.00 น. ในวันที่ 30 กันยายน แต่เจ้าหน้าที่สาธารณสุขเผยว่าการจองวัคซีนค่อนข้างต่ำ

ในระหว่างนี้ หน่วยงานสาธารณสุขเองก็มีวัคซีนจำนวนจำกัด ดังนั้นเฉพาะผู้ที่ทำการจองไว้เท่านั้นถึงจะรับวัคซีนได้เพื่อเป็นการบริการวัคซีนอย่างมีประสิทธิภาพ

แต่อย่างไรก็ตาม หลังเดือนตุลาคมเป็นต้นไป การฉีดวัคซีนเข็มแรกส่วนใหญ่จะเริ่มแล้วเสร็จ และในบางส่วนก็อยู่ระหว่างการฉีดวัคซีนเข็มสอง จำนวนวัคซีนหลุดจอง (잔여백신) ก็จะเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ผู้คนจะมีช่องทางในการเข้ารับวัคซีนมากขึ้นจนสามารถลงทะเบียนฉีดได้แบบทันที

ฉีดวัคซีนแบบไม่ต้องจอง

หากคุณค้นหาวัคซีนหลุดจองผ่านทาง Naver หรือ Kakao Talk ก็จะมีหลายต่อหลายสถานที่ๆ คุณสามารถเข้ารับการฉีดวัคซีนได้เลยในวันเดียวกัน วัคซีนที่มีให้กดจองผ่านช่องทางนี้ เช่น ไฟเซอร์ โมเดอร์นา แอสตร้าเซเนกา และแจนส์เซน (จอห์นสันแอนด์จอห์นสัน)

นอกจากนี้ หากมีการบังคับใช้นโยบาย “การอยู่ร่วมกันกับโควิด-19” ก็จะมีการบังคับใช้กฎบางกฎที่อาจจะส่งผลเสียต่อผู้ที่ไม่ได้รับวัคซีนอีกต่างหาก เช่น การจำกัดการใช้สถานอำนวยความสะดวกเอนกประสงค์ ดังนั้นจึงอยากให้มีการเข้ารับการฉีดวัคซีนเมื่อใดก็ได้ที่โอกาสมาถึง

ฉีดวัคซีนแบบไม่ต้องจอง

ขอบคุณที่มาจาก : แหล่งข่าว

ต่างชาติเซ็งจองวัคซีนไม่ได้ ‘โป๊ะ! ชื่อตกหล่นตั้งแต่ขั้นตอนส่งรายชื่อ’

ตามตารางจองวัคซีนล่วงหน้าสำหรับผู้ที่มีอายุ 55-59 ปี นางเอ ลูกสาววัย 30 ปีที่พยายามจะจองวัคซีนให้กับพ่อของเธอ (55) ซึ่งเป็นชาวฟิลิปปินส์ แต่กลับผิดพลาดหลายครั้ง

จองวัคซีน

แม้ว่าเธอจะได้รับแจ้งว่าพ่อของเธอเป็นชาวต่างชาติที่ลงทะเบียนพำนักอย่างถูกตามกฎหมาย และเธอก็สามารถที่จะจองวัคซีนล่วงหน้าได้เหมือนคนเกาหลี แต่ถึงแม้เธอจะป้อนหมายเลขทะเบียนคนต่างชาติของพ่อผ่านทางเว็บไซต์การจอง ก็ยังไม่สามารถทำได้สำเร็จ เธอตัดสินใจโทรไปที่คอลเซ็นเตอร์ของศูนย์ฉีดวัคซีนเพื่อสอบถามข้อผิดพลาด แต่ปลายสายกลับให้คำตอบกลับว่า ‘ไม่รู้’ เพียงเท่านั้น หลังจากโทรไปหลายที่แล้ว คำตอบที่นางเอได้ยินคือ “รายชื่อหายไปจากระบบ”

“ทางเราก็ไม่ทราบว่าทำไมรายชื่อจึงหายไปจากระบบ อาจจะต้องแวะเข้าไปที่ศูนย์สุขภาพเพื่อรับการแก้ไข” นั่นคือสิ่งที่ทางปลายสายแนะนำมา

แรงงานต่างชาติ รวมทั้งหญิงย้ายถิ่นที่แต่งงานแล้ว (F-6) และแรงงานต่างชาติ (E-9) ก็ได้รับวัคซีนเช่นเดียวกับชาวเกาหลี แต่ศูนย์ควบคุมและป้องกันโรคแห่งเกาหลี (KCDC) กลับทำรายชื่อผู้มีสิทธิ์จองตกหล่นไป

จองวัคซีน

KCDC ได้เสนอแนวทางให้ฉีดวัคซีนได้โดยไม่มีการเลือกปฏิบัติต่อชาวต่างชาติที่พำนักอยู่นานกว่า 3 เดือน รวมถึงชาวต่างชาติที่ไม่ได้ขึ้นทะเบียนพำนัก แต่ฝ่ายบริหารทำงานกลับบกพร่องดำเนินงานอย่างไม่ถูกต้อง

นักวิจารณ์ชี้ให้เห็นว่าช่องว่างระหว่างแนวทางปฏิบัติและเว็บไซต์ควรได้รับการแก้ไข เนื่องจากการติดเชื้อโดยรวมเกิดขึ้นในหมู่แรงงานต่างชาติที่อาศัยอยู่ในที่พักเมื่อเร็วๆ นี้

ตามรายงานของ KCDC เมื่อวันที่ 26 กรกฎาคม ผู้อพยพที่มีประกันสุขภาพสามารถจองวัคซีนได้ที่เว็บไซต์ “코로나19 예방접종 사전예약 시스템” อย่างไรก็ตาม หากรายชื่อชาวต่างชาติตกหล่นไป ควรจะต้องเดินทางไปที่ศูนย์สุขภาพเพื่ออธิบายรายชื่อและลงทะเบียนด้วยตนเองอีกครั้ง หลังจากนั้นถึงจะเข้าสู่ระบบจองล่วงหน้าเพื่อดำเนินการจองวัคซีนให้เสร็จสิ้นได้

เจ้าหน้าที่จาก KCDC กล่าว
“อาจจะเป็นเรื่องยากที่จะหาสาเหตุว่าทำไมรายชื่อต่างชาติถึงไม่อยู่ในรายการ”

“รายชื่อชาวต่างชาติที่ได้รับมานั้นมาจากกระทรวงยุติธรรมและมีการจัดการในรูปแบบต่างๆ รวมทั้งการผสมข้อความภาษาอังกฤษ เกาหลี”

จองวัคซีน

การจองวัคซีนสำหรับผู้ย้ายถิ่นที่ไม่ได้ขึ้นทะเบียนพำนักจะยิ่งเป็นอะไรที่ยากกว่า ผู้ย้ายถิ่นที่ไม่ได้ขึ้นทะเบียนพำนักจะได้รับการฉีดวัคซีนเมื่อได้รับ “หมายเลขการจัดการ (관리번호)” แต่เจ้าหน้าที่ศูนย์สุขภาพมักไม่ทราบเรื่องนี้

นายจ้างชาวเกาหลีไม่ค่อยตระหนักดีว่าชาวต่างชาติที่ไม่ได้ขึ้นทะเบียนพำนักที่พวกเขาจ้างนั้นควรได้รับการฉีดวัคซีนป้องกัน covid-19 หรือไม่

โก กีบก หัวหน้า 모두를 위한 이주인권문화센터 กล่าว
“ชาวต่างชาติที่ไม่ได้ขึ้นทะเบียนพำนัก ควรจะต้องแจ้งต่อเจ้าหน้าที่อนามัยที่ยังไม่ทราบแนวทางเรื่องการลงทะเบียนรับวัคซีนให้ทราบเพิ่มเติมด้วย แต่นี่แทบจะเป็นไปไม่ได้เลยหากไม่มีชาวเกาหลีที่ทราบเรื่องราวเข้ามาช่วยชี้แจง”

Udaya Lai ประธานสหภาพแรงงานข้ามชาติกล่าว
“ไม่มีผู้อพยพรายใดได้รับข้อความโทรศัพท์มือถือเพื่อจองวัคซีน และพวกเขาก็รู้ข่าวไม่ว่าจะทาง หนังสือพิมพ์ และจากคนรอบข้าง”

“รัฐบาลจำเป็นต้องส่งเสริมข้อมูลการจองวัคซีนสำหรับผู้อพยพด่วนด้วยเช่นกัน”

ขอบคุณที่มาจาก : แหล่งข่าว

โซลเว้นระยะห่างต่ออีก 2 สัปดาห์ ‘เริ่มช่วงแห่งการฉีดวัคซีนสัปดาห์หน้า’

เจ้าหน้าที่สาธารณสุขจะขยายมาตรการการเว้นระยะห่างทางสังคมระดับ 4 ในเขตมหานครโซลเป็นเวลา 2 สัปดาห์ไปจนถึงวันที่ 8 สิงหาคม โดยห้ามมีการชุมนุมส่วนตัวมากกว่า 3 คน หลังเวลา 18.00 น. ตามเวลาเกาหลี

[Social distancing ระดับ 4]
▶ อนุญาตให้มีการชุมนุมส่วนตัวได้ถึง 4 คน ก่อน 18.00 น. ▶ อนุญาตให้มีการชุมนุมส่วนตัวได้สูงสุด 2 คนหลัง 18.00 น. ▶ โรงเรียนต้องมีการเรียนการสอนระยะไกล (ปัจจุบันอยู่ในช่วงพักร้อน) ▶ เฉพาะญาติเท่านั้นที่เข้าร่วมงานแต่งงานและงานศพได้ ▶ ห้ามเปิดสถานบันเทิง เช่น คลับ ▶ สถานอำนวยความสะดวกเอนกประสงค์ เช่น ร้านอาหารและคาเฟ่ เปิดให้บริการได้จนถึง 22.00 น.เท่านั้น ▶ กิจกรรมทางศาสนาสามารถเข้าร่วมได้เพียง 10% ของความจุของสถานที่ (สูงสุด 19 คน)

เว้นระยะห่าง

จอนแฮชุลรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการบริหารรัฐกิจและความมั่นคง กล่าวในการประชุมสาธารณสุขเมื่อวันที่ 23 กรกฎาคมว่า
“เมื่อพิจารณาจากโรคระบาดระลอกที่ 4 แล้ว เราจะขยายระยะการเว้นระยะห่างทางสังคมระดับ 4 ในเขตมหานครโซล โดยห้ามชุมนุมส่วนตัวเกิน 3 คนหลังจะเวลา 18.00 น. ด้วย”

“เราคาดว่าจำนวนผู้ป่วยที่ได้รับการยืนยันจะอยู่ในช่วง 1,600 ต้นๆ ในวันนี้ ในช่วงการระบาดระบอกที่ 3 จำนวนผู้ป่วยที่ได้รับการยืนยันต่อวันอยู่ที่ประมาณ 660 ราย แต่ระลอก 4 จำนวนผู้ป่วยที่ได้รับการยืนยันต่อวันอยู่ที่ประมาณ 1,410 รายซึ่งเพิ่มขึ้นกว่าเท่าตัว”

นอกจากนี้ แม้แต่พื้นที่ที่ไม่ใช่เขตเมืองหลวงก็ยังไม่ปลอดภัยจากโควิด-19 อีกด้วย

“แม้แต่พื้นที่ที่ไม่ใช่เมืองหลวงยอดก็ยังไม่เบาลงได้ เราควรลดการชุมนุมและลดการเคลื่อนไหวส่วนตัว เพื่อลดการแพร่กระจายของการติดเชื้อซึ่งพบเห็นได้ทั่วไปในชีวิตประจำวันต่างๆ อาทิ ตามสถานอำนวยความสะดวกเอนกประสงค์”

เว้นระยะห่าง

นอกจากนี้ เขายังขอให้มีการงดการแพร่กระจายของการติดเชื้อ COVID-19 โดยการเดินทางข้ามเมืองในช่วงเทศกาลวันหยุด
“เรายังกังวลเรื่องการแพร่กระจายเชื้อในช่วงเทศกาลวันหยุด อยากขอให้ทุกท่านใช้วันหยุดให้สอดคล้องกับมาตราการการกักกันมากที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้”

อย่างไรก็ตาม ในเกาหลีใต้ได้มีการฉีดวัคซีนในกลุ่มเสี่ยงและกำลังจะเริ่มการฉีดวัคซีนในกลุ่มผู้มีอายุ 55-59 ปีกว่า 3.52 ล้านคนตั้งแต่วันจันทร์หน้าเป็นต้นไป อีกทั้งผู้ที่อายุระหว่าง 50-54 ปีกว่า 3.9 ล้านคนก็จะได้รับการฉีดวัคซีนในวันที่ 16 สิงหาคมนี้

และท้ายที่สุดจะเป็นผู้ที่มีอายุต่ำกว่า 49 ปีก็จะเริ่มขึ้นหลังจากนั้น

เว้นระยะห่าง

ขอบคุณที่มาจาก : แหล่งข่าว

สุกร ไก่ เป็ด ดับท่ามกลางคลื่นความร้อน

วันนี้ได้มีการออกคำเตือนคลื่นความร้อนทั่วควังจูและจอลลานัมโด หรือที่รู้จักกันในชื่อ ‘대서(大暑)’ ซึ่งหมายถึงวันที่อากาศร้อนที่สุดในรอบปี

สำนักอุตุนิยมวิทยาควังจูเผยอุณหภูมิกลางวันสูงสุด ณ เวลา 17.00 น. อยู่ที่อุณหภูมิ 35.5 องศาเซลเซียสในย็องกวัง, จอลลานัมโด (전남 영광)

คลื่นความร้อน

ควังจูและจอลลานัมโดอุณหภูมิเฉลี่ยสูงสุดที่ 30.5 ~ 35.5 องศาเซลเซียส

โดยเฉพาะอย่างยิ่ง มีการแจ้งล่วงหน้าถึงคลื่นความร้อน (폭염주의보) ในจินโด (진도), วันโด (완도) และ ยอซู (여수) ในขณะที่มีการออกคำเตือนให้ระวังคลื่นความร้อน (폭염경보) ใน 19 เมืองที่เหลือของจอลลานัมโดและควังจู

นอกจากนั้นได้มีการออกคำเตือนอุณหภูมิของน้ำที่สูง (ร้อน) ขึ้นทั่วอ่าวฮัมพย็อง (함평만)

คำเตือนอุณหภูมิน้ำทะเลสูงขึ้นที่ราวๆ 28 องศาเซลเซียส อย่างไรเสียจนถึงขณะนี้ยังไม่มีรายงานความเสียหายของปลาและหอยที่เกิดจากอุณหภูมิน้ำที่สูงขึ้นครั้งนี้

อย่างไรก็ตาม มีการพบความเสียหายจากคลื่นความร้อนจากหลายที่ไม่เว้นแม้ฟาร์มปศุสัตว์

คลื่นความร้อน

วันนี้ สุกร ไก่ และเป็ด 560 ตัวดับในฟาร์ม 8 แห่งในเมืองจอลลานัมโด โดยได้รับความเสียหายสะสมรวม 10,569 ตัวจากกว่า 32 ฟาร์ม

โชคดีที่ไม่พบผู้ถึงแก่ชีวิตเพราะความร้อนสูง แต่ยังมีผู้ป่วยกว่า 49 รายที่ได้เข้ารับการรักษาเนื่องจากอุณหภูมิที่ร้อนจัด

กรมอุตุนิยมวิทยาคาดว่าจะมีคลื่นความร้อนต่อเนื่องตลอดทั้งสัปดาห์ ปรากฏการณ์กลางคืนในเขตร้อนชื้นจะดำเนินต่อไปเช่นกัน ซึ่งว่ากันว่าอุณหภูมิในเวลากลางคืนนั้นจะไม่ต่ำกว่า 25 องศาเซลเซียส

เจ้าหน้าที่อุตุนิยมวิทยากล่าวว่า
“ควรใส่ใจและดูแลสุขภาพเนื่องจากสภาพอากาศร้อนในช่วงนี้มากที่สุด เพราะอากาศจะยังคงร้อนต่อไปเช่นนี้อยู่ชั่วขณะหนึ่ง”

คลื่นความร้อน

ขอบคุณที่มาจาก : แหล่งข่าว

วันนี้เริ่มจองวัคซีนผู้อายุ 50-54

เริ่มจองวัคซีนป้องกันโควิด-19 ระหว่างอายุ 53-54 ปี เวลา 20.00 น. (สำหรับผู้ที่เกิด พ.ศ. 2510-2511)

จองวัคซีน

เมื่อวันที่ 19 กรกฎาคม เจ้าหน้าที่สาธารณสุขเผย
“การจองวัคซีนของผู้ที่มีอายุ 50-54 ปีจะเป็นไปตามลำดับเป็นเวลาประมาณ 6 วัน โดยเริ่มจองตั้งแต่เวลา 20.00 น. วันนี้ – 18.00 น. ของวันที่ 24 กรกฎาคม”

“เพื่อให้การจองราบรื่น เราจะแบ่งวันและเวลาจองตามอายุ ผู้ที่มีอายุ 53-54 (เกิดปี พ.ศ. 2510-2511) จะต้องทำการจองครั้งแรกตั้งแต่เวลา 20.00 น. ของวันนี้ 19 กรกฎาคม ถึง 18.00 น. 24 กรกฎาคม”

“ผู้ที่มีอายุ 50-52 ปี (เกิด พ.ศ. 2512-2514) จะสามารถทำการจองได้ตั้งแต่เวลา 20.00 น. วันที่ 20 กรกฎาคม ถึง 18.00 น. วันที่ 24 กรกฎาคม โดยสามารถจองได้ทุกเพศทุกวัย นอกจากนั้นผู้ที่มีอายุระหว่าง 50-54 (เกิด พ.ศ. 2510-2514) จะจองวัคซีนได้อย่างอิสระตั้งแต่เวลา 20.00 น. วันที่ 21 กรกฎาคม ถึง 18.00 น. วันที่ 24 กรกฎาคม”

ผู้ที่มีอายุระหว่าง 55 ถึง 59 ปีที่ยังไม่จองวัคซีนก็จะต้องจองภายในวันที่ 24 กรกฎาคมนี้

จองวัคซีน

เจ้าหน้าที่สาธารณสุขได้ตัดสินใจที่จะเปลี่ยนตารางการฉีดวัคซีนสำหรับผู้ที่มีอายุ 50 ปี เนื่องจากมีการเปลี่ยนแปลงตารางการจ่ายวัคซีน

ก่อนหน้านี้ มีเพียงวัคซีน Moderna เท่านั้นที่วางแผนไว้สำหรับผู้ที่มีอายุ 50 ปี แต่กำหนดการจัดหาวัคซีนมีการเปลี่ยนแปลง และวัคซีน Moderna และ Pfizer ก็ถูกกำหนดให้นำมาใช้ดำเนินการเพิ่มเติมในรอบนี้

นอกจากนี้ยังมีการขยายระยะเวลาการฉีดวัคซีนสำหรับผู้ที่มีอายุ 50 ปีจาก 25 สิงหาคมเป็น 28 สิงหาคมเพื่อการฉีดวัคซีนที่มีเสถียรภาพมากขึ้น ผู้ที่จองวัคซีนเสร็จแล้วจะได้รับข้อความทางโทรศัพท์แยกต่างหากเกี่ยวกับประเภทของวัคซีนและวันที่ฉีด

กระบวนการฉีดวัคซีนป้องกันโควิด-19 ของผู้ที่อายุ 50-54 ปี มีกำหนดเริ่มตั้งแต่ 16-28 สิงหาคม

จองวัคซีน นอกจากนี้ โปรดทำการจองนอกช่วงเวลาพีคไทม์ เนื่องจากอาจมีผู้คนจำนวนมากเข้าเว็บไซต์เพื่อจองการฉีดวัคซีนจนอาจทำให้เกิดความล่าช้า

อย่างไรก็ตาม ได้มีการฉีดวัคซีนสำหรับนักเรียนมัธยมปลายและอาจารย์ระดับมัธยมปลายจำนวน 650,000 คน ที่กำลังเตรียมตัวสอบเข้ามหาวิทยาลัย

ณ เวลานี้การเปิดจองได้ล่าช้าลงเพราะมีผู้รอเข้าใช้งานจำนวนมาก การเข้าใช้งานเว็บไซต์จะเปิดให้ใช้งานในอีก 2 ช.ม. จากนี้