เกาหลีพัฒนา ‘แอปรับรองการฉีดวัคซีน’

 

ตั้งแต่วันที่ 15 เมษายนได้เริ่มมีการออก “ใบรับรองการฉีดวัคซีนอิเล็กทรอนิกส์ (전자예방접종증명서)” เพื่อพิสูจน์ว่าได้รับการฉีดวัคซีนป้องกัน COVID-19 โดยจะเป็นในลักษณะของแอปพลิเคชันในมือถือ ความสนใจจะมุ่งเน้นไปที่ว่ามันจะสามารถใช้ตามร้านอาหารและสถานที่สาธารณะ อย่างเช่น ‘Green Pass’ ตามที่อิสราเอลใช้ได้หรือไม่

แอปรับรองการฉีดวัคซีน

เมื่อวันที่ 14 เมษายน ศูนย์ควบคุมและป้องกันโรคแห่งเกาหลีเผย
“ใบรับรองการฉีดวัคซีนอิเล็กทรอนิกส์ที่สามารถสร้างความปลอดภัยในระดับสูงได้และสามารถใช้ข้อมูลระบุตัวตนเพียงเล็กน้อย เพื่อใช้เป็นการรับรองการฉีดวัคซีนป้องกัน COVID-19 โดยจะสามารถชดเชยข้อบกพร่องของการใบรับรองที่เป็นกระดาษได้ “

ปัจจุบันรัฐบาลเกาหลีได้ออกใบรับรองการฉีดวัคซีนในรูปแบบกระดาษใบรับรองหรือเอกสารอิเล็กทรอนิกส์ผ่านทางเว็บไซต์ 정부24

แต่นี้จะเป็นการใช้เทคโนโลยีบล็อกเชน ซึ่งข้อมูลผู้รับวัคซีนจะสามารถเผยไปยังหน่วยงานของรัฐ 4 แห่ง เพื่อความปลอดภัยที่รัดกุมได้

นอกจากนี้เมื่อใดที่เราแสดงใบรับรองการฉีดวัคซีนอิเล็กทรอนิกส์ผ่านรหัส QR โค้ด ก็จะมีการเปิดเผยข้อมูลระบุตัวตนเพียงเล็กน้อยที่เกี่ยวข้องกับการฉีดวัคซีนเพียงเท่านั้น

แอปรับรองการฉีดวัคซีน

ช็องพูจิน หัวหน้าทีมจัดการระบบของ KCDC กล่าว
“เรากำลังพิจารณาวิธีที่จะนำมาใช้ประโยชน์ทางด้านการลดระยะเวลาการแยกกักตัวหลังได้รับการฉีดวัคซีนแล้ว”

หากคุณมีใบรับรองการฉีดวัคซีนอิเล็กทรอนิกส์ คุณสามารถใช้เป็นใบเบิกทางในการลดระยะเวลาการกักตัว และหากมีประวัติสัมผัสกับผู้ติดเชื้อแต่ผลตรวจออกมาเป็น ‘ลบ’ ก็สามารถใช้ลดระยะเวลากักตัวได้ หากจำนวนผู้ได้รับการฉีดวัคซีนเพิ่มขึ้นก็จะสามารถใช้เพื่อเป็นการอนุญาตให้มีการรวมตัวกันมากกว่า 5 คนตามร้านอาหารและการเข้าร่วมกิจกรรมที่มีผู้คนจำนวนมากๆ มารวมตัวกันได้

ใบรับรองการฉีดวัคซีนอิเล็กทรอนิกส์เป็นแนวคิดเดียวกับ “วัคซีนพาสปอร์ต” อย่างไรก็ตาม “วัคซีนพาสปอร์ต” มีวัตถุประสงค์เพื่อพิสูจน์ว่ามีการฉีดวัคซีนและจะเป็นหลักฐานประกอบการเดินทางไปมาระหว่างประเทศ แต่ยังไม่มีประเทศใดใช้

ช็องพูจินกล่าว
“หากแนวคิดเรื่องวัคซีนพาสปอร์ตเป็นไปตามบรรทัดฐานสากล เราสามารถจะพิจารณาใช้ใบรับรองการฉีดวัคซีนอิเล็กทรอนิกส์เป็นวัคซีนพาสปอร์ตได้”

แอปรับรองการฉีดวัคซีน

เมื่อวันที่ 16 เมษายน ประชาชน 1,379,000 คนในเกาหลีได้รับการฉีดวัคซีนรอบแรกเรียบร้อยแล้ว และมีผู้ได้รับการฉีดวัคซีนรอบสองครบ 60,571 คนแล้ว

ในเกาหลีการฉีดวัคซีนให้บุคคลทั่วไปตามอายุจะเริ่มในเดือนกรกฎาคมและมีจุดมุ่งหมายเพื่อสร้างภูมิคุ้มกันในร่างกายให้แล้วเสร็จภายในเดือนพฤศจิกายน

ประเทศไทยเองก็ตั้งใจที่จะนำเสนอวัคซีนพาสปอร์ตเข้ามาใช้ในการพิจารณาลดเวลากักตัวในกลุ่มผู้ที่ได้รับวัคซีน

อีกทั้งประเทศไทยได้ตั้งเป้าที่จะฉีดวัคซีนครึ่งหนึ่งของประชากรให้ได้ภายในปีนี้การไปมาหาสู่กันอย่างเสรีระหว่าง 2 ประเทศคงจะไม่ไกลเกินเอื้อม

ขอบคุณที่มาจาก: แหล่งข่าว

ต่างชาติต้องเข้าเมืองวันละ 100 คน ถึงจะแก้ไขปัญหาขาดแรงงานได้

 

เมื่อวันที่ 25 มีนาคม กระทรวงและรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้องได้พบกับนายกรัฐมนตรีช็องเซ-คยุนในซัมช็องดง จงโนกู กรุงโซล (서울 종로구 삼청동)

ปัญหาขาดแรงงาน

คิม กี-มุนประธานสมาคมธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งเกาหลี (K-BIZ) กล่าวในการประชุมว่า
“เกาหลีกำลังได้รับความเชื่อมั่นในการเอาชนะ COVID-19 และการฟื้นตัวของเศรษฐกิจเนื่องจากบริษัทขนาดเล็กและขนาดกลางมีการส่งออกเป็นประวัติการณ์ในไตรมาสที่ 4 ของปีที่แล้ว อย่างไรก็ตามจนถึงขณะนี้มีแรงงานต่างชาติเพียง 324 คนเท่านั้นที่ได้รับการจัดสรรเข้าประเทศจากโควต้าทั้งหมด 52,000 ที่จัดสรรไว้ในปีนี้”

“ขณะนี้เราอนุญาตให้แรงงาน E-9 ชาวกัมพูชาเข้าประเทศได้และเราจำเป็นต้องขยายจำนวนประเทศที่ได้รับอนุญาต นอกจากนี้ควรเพิ่มขีดจำกัดการเข้าเมืองจากปัจจุบัน 50 คนเป็นมากกว่า 100 คน เพื่อแก้ไขปัญหาการขาดแคลนกำลังคน”

รองรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม อียง-กู กล่าว
“หากสถานที่กักกันสำหรับแรงงานต่างชาติเพียงพอล่ะก็ ขีดจำกัดการเข้าเมืองต่อวันจะเพิ่มขึ้นเป็น 75 และสูงสุดถึง 450 ต่อสัปดาห์”

อี แจ-กับ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการจ้างงานและแรงงาน
“นายกรัฐมนตรีได้ให้คำแนะนำพิเศษเกี่ยวกับเรื่องการขาดแคลนคนงานในโรงงานอุตสาหกรรมมาบ้างแล้ว ในระหว่างที่มีการพิจารณาเรื่องการกักกันโรคทางกระทรวงที่เกี่ยวข้องก็กำลังพิจารณาที่จะเพิ่มจำนวนแรงงานต่างชาติขั้นสุดและจะมีการประกาศรายละเอียดขั้นสุดท้ายในเร็ว ๆ นี้”

ปัญหาขาดแรงงาน

ทางด้านคิม กี-มุน ก็ยังคงยืนกรานเรื่องของการลดจำนวนแรงงานต่างชาติที่ต้องการจะเปลี่ยนสถานที่ทำงานอยู่เช่นเดิม เขาเผย
“การที่แรงงานต่างชาติสามารถเปลี่ยนสถานที่ทำงานได้ 5 ครั้งใน 5 ปี สำหรับบริษัทขนาดเล็กและขนาดกลางแล้วพวกเขาเองก็ประสบปัญหาเช่นกันที่คนงานเอาแต่ย้ายไปทำงานที่อื่นและบริษัทก็ต้องสูญเสียผลผลิต”

“เพราะฉะนั้นอย่างน้อยภายใน 1 ปี ไม่ควรจะมีการอนุญาตให้เปลี่ยนสถานที่ทำงาน และการเปลี่ยนแปลงสถานที่ทำงานควรลดเหลือเป็นย้ายได้ 3 ครั้งต่อช่วงการทำงาน 5 ปีแทน”

อี แจ-กับ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการจ้างงานและแรงงานกล่าว
“การจำกัดเรื่องการเปลี่ยนแปลงสถานที่ทำงานของแรงงานต่างชาติค่อนข้างจะมีปัญหาด้านสิทธิมนุษยชน แต่เราจะหาทางออกให้ได้ เราจะคิดหาวิธีที่จะอนุญาตให้บริษัทต่างๆใช้กำลังคนเท่าที่จำเป็นโดยไม่มีข้อจำกัดด้านสิทธิมนุษยชนภายหลัง”

ปัญหาขาดแรงงาน

ล่าสุดนายกรัฐมนตรีช็อง เซ- กยุน กล่าวว่า
“เพื่อตอบสนองต่อการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างอุตสาหกรรมและการลดลงของประชากร จำเป็นต้องมีนโยบายการนำเข้าทรัพยากรมนุษย์อย่างเร่งด่วน เพื่อลดอุปสรรคในการเข้ามาของเหล่าต่างชาติที่มีความสามารถด้วย และต้องสะท้อนไปตามความต้องการของทรัพยากรมนุษย์ที่หลากหลาย”

“เราจะดึงดูดผู้มีความสามารถที่โดดเด่นในด้านต่างๆ จัดระเบียบการจ้างงาน และวีซ่าธุรกิจใหม่ โดยเราจะขยายและดำเนินการเตรียมวีซ่า 숙련기능인력 (E-7-4) ไว้เพื่อให้มีการพำนักระยะยาวที่มั่นคงของแรงงานต่างชาติที่มีความสามารถให้พำนักอยู่ในเกาหลีได้สะดวกขึ้น”

ประธานมูลนิธิต.ม.ลั่น “ยุคโควิดผีน้อยควรได้ขึ้นทะเบียน”

 

“จนถึงขณะนี้นโยบายที่เกี่ยวข้องกับชาวต่างชาติที่ไม่ได้ลงทะเบียนพำนักมีเพียงมุ่งเน้นไปที่การเสริมสร้างการปราบปรามหรือกระตุ้นให้เกิดการเดินทางออกนอกประเทศโดยสมัครใจ แต่ในยุค COVID-19 ผมกลับคิดว่าเราไม่ควรปราบปรามพวกเขา แต่เปลี่ยนไปใช้การพำนักตามกฎหมายและดำเนินไปในทางที่จะได้รับประโยชน์ทั้งสังคมเกาหลีและชาวต่างชาติเห็นจะดีกว่า”

ผีน้อย

นายชเว ยัง-กิล (59) ประธานมูลนิธิบริการด้านตรวจคนเข้าเมืองเกาหลี (Korea Immigration Service Foundation) เริ่มทำงานที่สำนักงานตรวจคนเข้าเมืองกิมโปในปี 2531 และทำงานกับผู้อพยพมานานกว่า 30 ปี

“การระบาดของ COVID-19 ซึ่งดำเนินต่อเนื่องมานานกว่าหนึ่งปีทำให้เกิดปัญหาการอพยพหลายอย่างงานแรกที่ต้องแก้ไขคือชาวต่างชาติที่ไม่ได้ลงทะเบียนพำนัก”

“การขาดแรงงานต่างชาติ, สภาพการทำงานที่ย่ำแย่ของชาวต่างชาติ, และผู้ขอลี้ภัยสะสม ควรได้รับการแก้ไข เนื่องจาก COVID-19 ทำให้สิ่งเหล่านี้ได้รับการเปิดเผยต่อโลกภายนอก”

โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ชเว ยัง-กิล ประธานคณะกรรมการกล่าวว่า งานแรกที่ต้องแก้ไขคือ ‘แรงงานที่ไม่ได้ลงทะเบียนพำนัก’

“ถ้าเราแก้ปัญหาการพักอาศัยของผู้ที่ไม่ได้ลงทะเบียนพำนัก ผมคิดว่าเราจะมีคำตอบสำหรับปัญหาอื่น ๆ”

ผีน้อย

จำนวนผู้อยู่อาศัยที่ไม่ได้ลงทะเบียนพำนักในปี 2563 อยู่ที่ 392,196 คนเพิ่มขึ้นเกือบสองเท่าในรอบ 4 ปี

“ซึ่งต่างจากชาวต่างชาติที่ถูกกฎหมาย ปัญหาใหญ่ที่สุดในตอนนี้ชาวต่างชาติที่ไม่ได้ลงทะเบียนพำนักเหล่านี้เราจะไม่สามารถระบุความเคลื่อนไหวหรือถิ่นที่อยู่ของพวกเขาได้ รัฐบาลมีการแนะให้ไม่มีการปราบปรามชาวต่างชาติที่ไม่ได้ลงทะเบียนพำนักหากพวกเขาออกมาทำการตรวจหา COVID-19”

“แต่ก็ยังไม่วายที่พวกเขาจะต้องระมัดระวังตัว หรือไม่ก็เลือกที่จะเมินเฉยกับการแนะของทางรัฐ อีกทั้งการรับรู้ของชาวต่างชาติเหล่านี้ยังคงเป็นปัญหาใหญ่ที่ถดถอยลงเรื่อยๆ เนื่องจากภาพลักษณ์ด้านลบของชาวต่างชาติที่ไม่ได้ลงทะเบียนพำนักทำให้วิตกกังวลเพิ่มขึ้น”

เขาหักล้างความคิดเห็นของประชาชนบางส่วนที่อยากจะให้มีการปราบปรามอย่างเต็มที่

ผีน้อย

“การปราบปรามเพิ่มความเข้มแข็งไม่ใช่วิธีแก้ปัญหาในช่วงเวลาที่เที่ยวบินน้อยลงไม่มีอิสระในการเข้าหรือออกจากประเทศ ศูนย์พักพิงต่างชาติที่เริ่มไม่เพียงพอที่จะสามารถรองรับชาวต่างชาติที่ไม่ได้ลงทะเบียนพำนักได้ทั้งหมด”

ประธานชเว ยัง-กิล กล่าวว่า “มันมีวิธีที่ทำได้จริงในการทำให้คนต่างชาติที่ไม่ได้ลงทะเบียนพำนักอย่างถูกต้องตามกฎหมายให้เป็นผู้พำนักอย่างถูกกฎหมาย”

“แม้มันจะเป็นเรื่องยากที่จะให้คนทั้ง 400,000 คนได้สถานะเข้าพักอย่างถูกต้องตามกฎหมาย แต่เราควรก็ควรมีการสนับสนุนให้มีผู้พำนักระยะสั้นโดยไม่ได้ลงทะเบียนพำนักให้อยู่ในเกาหลีอย่างถูกกฎหมายเสียที”

“นอกจากนี้การทำเช่นนั้นก็ยังจะส่งผลในเชิงบวกต่อการจัดการการกักกันและการแก้ไขปัญหาการขอผู้ลี้ภัย อีกทั้งยังเป็นแนวโน้มของโลกในการเปลี่ยนผู้อยู่อาศัยที่ไม่ได้ลงทะเบียนพำนักให้เป็นผู้ที่ถูกกฎหมาย”

“จะได้รับการต้อนรับในพื้นที่ชนบทและศูนย์อุตสาหกรรมที่ต้องการแรงงานข้ามชาติ หากแรงงานอพยพมาตั้งถิ่นฐานอย่างปลอดภัยในเกาหลีก็จะเป็นผลดีสำหรับเกาหลีเช่นกัน”

“เราจะพิจารณามาตรการสนับสนุนต่างๆเพื่อช่วยให้ชาวต่างชาติที่อาศัยอยู่ในเกาหลีค้นหาสิ่งที่พวกเขาต้องการในสถานการณ์ COVID-19 และตั้งรกรากในสังคมเกาหลีต่อไป”

 

ขอบคุณที่มาจาก: แหล่งข่าว

ผีน้อยพุ่งเกือบ 20% ของต่างชาติทั่วเกาหลี

 

อัตราผู้พำนักอยู่ในเกาหลีอย่างผิดกฏหมาย (ผีน้อย) พุ่งสูงสุดในประวัติการณ์เกือบ 20% ของต่างชาติในเกาหลี

ตามที่มีการรายงานจากสนง.ตรวจคนเข้าเมืองเกาหลี เผยเมื่อวันที่ 17 ก.พ. มีการรายงานผลการสำรวจสถานะชาวต่างชาติในเกาหลีใต้เทียบกับปี 2019 พบว่ามีผู้อาศัยในเกาหลีใต้อย่างผิดกฎหมาย 15.5% ของต่างชาติทั้งหมดในประเทศ และปี 2020 ยอดพุ่งขึ้นมาที่ 19.3% ซึ่งเพิ่มมา 3.8% ซึ่งสูงสุดเป็นประวัติการณ์

ผีน้อย

2016 มีต่างชาติพำนักอย่างผิดกฎหมาย 10.2% ของต่างชาติทั้งหมดในเกาหลี และยอดก็เพิ่มขึ้นทุกฟปี ในปี 2017 เพิ่มเป็น 11.5% , ปี 2018 เพิ่มเป็น 15% ซึ่งเพิ่มขึ้นเรื่อยมาตามลำดับ

เมื่อปี 2020 มีแรงงานต่างชาติที่พำนักอยู่อย่างผิดกฎหมายทั้งสิ้น 392,196 คน เทียบกับปี 2019 ที่มีผู้พำนักอย่างผิดกฎหมายอยู่ที่ 390,281 คน เมื่อปี 2016 เคยมีผู้พำนักอยู่อย่างผิดกฎหมายเพียงแค่ 208,000 คน แต่เพียงไม่กี่ปีผ่านไปยอดก็เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ

71.8% ของผู้พำนักอยู่อย่างผิดกฎหมายเป็นผู้ที่มีมาท่องเที่ยวแบบฟรีวีซ่า ซึ่งปัจจุบันยอดลดลง 3.9%

ผีน้อย

แต่ตอนนี้กลับมีปัญหาของผู้มีวีซ่าผันตัวเป็นผู้พำนักอย่างผิดกฎหมายเพิ่มขึ้น 13.4% และยอดผู้มีวีซ่าแล้วโดดวีซ่านั้นมีจำนวน 100,000 กว่าคนซึ่งสูงเป็นประวัติการณ์

ส่วนมากแล้วแรงงาน E9 ผันตัวเป็นผู้พำนักอย่างผิดกฎหมายจำนวน 7,875 คน เรียกได้ว่าเพิ่มขึ้นกว่าปีก่อนถึง 7 เท่า

เจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมืองกล่าว
“ผู้พำนักเกินระยะเวลากำหนดเพิ่มขึ้นเพราะแรงงานหมดสัญญาว่าจ้างไม่สามารถเดินทางออกนอกประเทศได้เพราะสถานการณ์โควิด ทางการควรจะมีการเพิ่มระยะเวลาวีซ่าให้กับผู้ที่ประสบปัญหาดังกล่าว เพื่อเป็นการลดปัญหาการเพิ่มขึ้นของผู้พำนักอยู่อย่างผิดกฎหมายในเกาหลี”

ผีน้อย

ขอบคุณที่มาจาก: แหล่งข่าว

อนุมัติแรงงานตามฤดูกาลอยู่ยาว 13 เดือน! “วีซ่าไหนได้สิทธิ์บ้างไปดู!”

 

รัฐบาลเกาหลีอนุญาตให้ชาวต่างชาติที่อาศัยอยู่ในเกาหลีชั่วคราวแต่ไม่สามารถหางานได้เนื่องจากปัญหาวีซ่า สามารถเปลี่ยนสถานะเป็นแรงงานตามฤดูกาลและทำงานตามหมู่บ้านเกษตรกรรมต่างๆได้

เมื่อวันที่ 15 กุมภาพันธ์กระทรวงยุติธรรม (법무부) ประกาศว่าจะใช้ระบบแรงงานต่างชาติตามฤดูกาลกับต่างชาติที่พำนักอยู่ในเกาหลี

โดยมีเป้าหมายเป็นชาวต่างชาติ 79,000 คนซึ่งรวมถึงผู้ถือวีซ่าต่อไปนี้ วีซ่า 방문동거 F-1 , วีซ่า 동반자격 F-3 ที่ไม่ได้รับอนุญาตให้หางาน และวีซ่า H-2 และวีซ่า E-9 ที่ไม่สามารถเดินทางออกนอกประเทศได้เนื่องจากสถานการณ์ COVID-19

ภายใต้ระบบข้างต้นชาวต่างชาติที่เลือกทำงานตามฤดูกาลสามารถสมัครทำงานในฐานะแรงงานตามฤดูกาลได้นานถึง 13 เดือน ตั้งแต่วันที่ 2 มีนาคมถึง 31 มีนาคมปีหน้าเลยทีเดียว

แรงงานตามฤดูกาล

กระทรวงยุติธรรมกล่าว
“ทางเราพิจารณาถึงสถานการณ์ที่แรงงานต่างชาติรายใหม่เข้ามาในประเทศตามฤดูกาลได้ยากเนื่องจากโควิด -19 ที่ยืดเยื้อในช่วงเวลาที่การขาดแคลนคนงานในเกษตรกรรมและหมู่บ้านชาวประมงกำลังรุนแรงขึ้นจึงได้มีระบบนี้ออกมาบรรเทาทุกข์”

สำหรับชาวเกาหลีเชื้อสายต่างชาติและชาวต่างชาติที่มีสิทธิ์ในการสมัครเป็นแรงงานตามฤดูกาลในเกาหลีเป็นเวลานานกว่า 90 วัน พวกเขาจะได้รับสิทธิประโยชน์ต่างๆ เช่น การลดความซับซ้อนของขั้นตอน และการยกเว้นค่าธรรมเนียม และคะแนนเพิ่มเติมเมื่อกลับเข้าประเทศและเปลี่ยนวีซ่า

ในขณะเดียวกันกระทรวงยุติธรรมได้มีการประชุมมอบหมายแรงงานตามฤดูกาลครึ่งปีแรกกับกระทรวงที่เกี่ยวข้องเมื่อวันที่ 5 กุมภาพันธ์และกล่าวว่าจะจัดสรรแรงงานตามฤดูกาลทั้งหมด 4,631 คนเพื่อช่วยเหลือการขาดแคลนแรงงานครั้งนี้

แรงงานตามฤดูกาล

ขอบคุณที่มาจาก: แหล่งข่าว

คย็องกีโดเตรียม “ฟูดส์แบงค์” ช่วยผู้ตกยากช่วงโควิด

 

“ฉันทำงานที่ร้านอาหาร … ตอนนี้ฉันไม่ได้ทำงานเพราะสถานการณ์โควิด-19 แล้วฉันก็มาถูกไล่ออกก่อนเพียงเพราะฉันเป็นชาวต่างชาติ”

 

นี่คือสิ่งที่หญิงต่างชาติที่ไปยังฟูดส์แบงค์ (สถานที่หรือตู้บริจาคอาหารที่รัฐจัดเตรียมไว้ให้) ในคย็องกีโดกล่าว

 

ฟูดส์แบงค์

 

บริการ ‘경기 먹거리 그냥드림 코너’ กำลังดำเนินการในคย็องกีโดซึ่งที่ๆผู้คนสามารถเข้ามารับอาหารฟรีได้โดยจะมีการตรวจสอบเฉพาะหมายเลขโทรศัพท์มือถือและไม่มีการยืนยันตัวตนอื่นๆ

ฟูดส์แบงค์เป็นศูนย์อาหารที่ประชาชนสามารถเข้ามารับข้าว, อาหาร, และของใช้ในชีวิตประจำวันได้ฟรีๆ

เนื่องจากมีปัจจุบันนี้การหาเลี้ยงชีพนั้นทำได้ยากขึ้นเกรงว่าจะทำให้เกิดผลกระทบเชิงลบในสังคม การบริการนี้จะช่วยลดความเสี่ยงต่อผู้ตกยากที่อาจผันตัวไปชิงทรัพย์ซึ่งอาจนำปัญหามาให้สังคมภายหลัง อีกทั้งยังเป็นการลดการปฏิเสธการเข้าใช้บริการของลูกค้ามาเป็น “การแบ่งปัน” แทน “การบริจาค”

ที่ฟูดส์แบงค์มีผู้เข้าใช้บริการในแต่ละวัน 4 ถึง 5 คนเมื่อเดือนที่แล้ว แต่ทุกวันนี้จำนวนเพิ่มขึ้นมากกว่า 100 คนต่อวัน

 

ฟูดส์แบงค์

 

ในจำนวนผู้คนเข้ามาใช้บริการ

ก็พบว่ามีผู้คนหลายประเภท เช่น ชาวต่างชาติหลายคนที่ตกงานกะทันหัน, แม่ที่มาแทนลูกสาวที่ตกงาน, และคุณปู่ที่หาเลี้ยงชีพยากในสถานการณ์ปัจจุบัน

ที่แห่งเป็นที่ที่สามารถใช้ได้กับทุกคน โดยไม่คำนึงถึงรายได้ แต่เป็นที่ๆให้สำหรับผู้ที่เพิ่งประสบปัญหาทางเศรษฐกิจ

เงื่อนไขนั้นไม่มีอะไรเลย ไม่จำเป็นต้องสมัครทางอินเทอร์เน็ต และผู้คนไม่จำเป็นต้องมีคุณสมบัติในการใช้งาน

 

ฟูดส์แบงค์

 

[สถานที่ให้บริการ ‘경기 먹거리 그냥드림 코너’]

성남열린 푸드마켓 – 성남시 분당구 탄천로 215

광명 푸드뱅크 마켓 – 광명시 광삼로 9

평택 푸드마켓 – 평택시 송탄로 191

 

คย็องกีโดมีแผนจะเพิ่มจำนวน “경기 먹거리 그냥드림 코너” เป็น 31 แห่งในปีนี้

 

นอกจากนี้ยังมี “ตู้เย็นบริจาค(공유 냉장고)” ในซูวอนซึ่งทุกคนสามารถนำอาหารมาบริจาคเพื่ออีกหลายคนที่ทุกช์ยากได้มีโอกาสได้มาใช้งานอีกด้วย

อย่างไรก็ตามดูเหมือนว่าจำนวนตู้เย็นที่ใช้บริจาคนี้ได้เพิ่มขึ้น ณ วันที่ 14 สิงหาคมที่ผ่านมา กว่า 26 ตู้ตามคำร้องขอของผู้อยู่อาศัย

ไทยในย็องอัมติดโควิด 2 ราย

 

พบคนงานไทย 2 รายที่ทำงานในไร่มันเทศในย็องอัม, จอลลานัมโด(전라남도 영암) ติดโควิดหลังเข้ารับการตรวจสอบCOVID-19 และหน่วยงานกักกันกำลังดำเนินการตรวจสอบแรงงานต่างชาติในย็องอัมเต็มรูปแบบ

จากข้อมูลของจอลลานัมโดเมื่อวันที่ 18 มกราคมคนงานไทย 2 คน (ผู้ป่วยหมายเลข 661 และหมายเลข 662) ซึ่งทำงานเป็นคนงานรายวัน (อาราไบรท์) ในไร่มันเทศในย็องอัมได้รับการยืนยันว่าติดโควิด-19

เจ้าของฟาร์ม นายเอ (ผู้ป่วยหมายเลข 588) ได้รับการยืนยันไปเมื่อวันที่ 16 มกราคมและต่อมาก็มีการยืนยันการติดเชื้อในคนงานไทยเพราะเป็นบุคคลที่เกี่ยวข้องกับนายจ้างโดยตรง

 

โควิด

 

นอกจากนั้นมีคนงานต่างชาติกว่า 17 คนที่ทำงานในฟาร์มแต่มีเพียง 2 คนที่พบเชื้อ ส่วนอีก 15 คนได้รับการยืนยันว่าผลตรวจเป็นลบ

เจ้าหน้าที่กักกันได้สั่งกักตัวแรงงานต่างชาติ 15 คนที่พบว่าเชื้อติดลบไว้ก่อน เนื่องจากแรงงานต่างชาติอยู่กันเป็นกลุ่ม

นายบี (ผู้ป่วยหมายเลข 665) หลานชายของคนงานต่างชาติอีกฟาร์มหนึ่งในย็องอัมก็ได้รับการยืนยันการติดเชื้อแล้วเช่นกัน ส่วนตากับยายของ นายบี ที่ทำงานที่ฟาร์มมันเทศร่วมทั้งพ่อแม่ของนายบีผลโควิด -19 ออกมาเป็นลบ

 

โควิด

 

ขอบคุณที่มาจาก: แหล่งข่าว

เริ่มเห็นจุดสิ้นสุด ‘โควิด -19 ระบาดรอบ 3’

 

“การระบาดใหญ่ครั้งที่ 3” ของ โควิด-19 ที่ยาวนานเริ่มจะสิ้นสุดลงด้วยการกักกันโรคตามระบอบประชาธิปไตยของรัฐบาลเกาหลี ด้วยความเสียสละและความอดทนของประชาชน และด้วยความพยายามของเจ้าหน้าที่ทางการแพทย์

แม้ว่านักการเมืองฝ่ายค้านได้กระตุ้นให้เกิดวิกฤตโดยสร้างทฤษฎี “K-quarantine failure” ที่ว่ากันว่าเกาหลีอยู่ได้ด้วยปาฏิหาริย์ในทุกวันเมื่อเทียบกับทั่วโลก แม้แต่สหรัฐฯและยุโรปก็ยังชัตดาวน์ลงเนื่องจากปัจจัยตามฤดูกาลและไวรัสที่กลายพันธุ์

ตามข้อมูลของหน่วยงานกักกันโรคเมื่อวันที่ 16 มกราคม จำนวนผู้ป่วยที่ได้รับการยืนยันใหม่คือ 580 ราย

 

โควิด

 

จำนวนผู้ป่วยที่ได้รับการยืนยันเฉลี่ยรายวันสูงสุดที่ 1,016 จนถึงเดือนธันวาคมและต้นเดือนมกราคม แต่อย่างไรก็ตามจำนวนผู้ป่วยที่ได้รับการยืนยันนั้นจะเริ่มค่อยๆลดลง

ในจำนวนผู้ป่วยที่ได้รับการยืนยันโดยเฉลี่ยต่อวันในสัปดาห์ที่ผ่านมานั้นอยู่ที่ 523 ราย

สถานการณ์ในเกาหลียังไม่ง่ายอย่างที่คิด ประเทศส่วนใหญ่ในซีกโลกเหนือได้เข้าสู่ฤดูหนาวกันแล้วและการติดเชื้อ COVID-19 ก็กำลังแพร่ระบาดไปทั่ว

ในช่วงฤดูหนาวผู้เชี่ยวชาญส่วนใหญ่คาดการณ์การแพร่ระบาดของ COVID-19 ในอากาศหนาวขึ้นจะทำให้มีการใช้ชีวิตในที่ร่มเพิ่มขึ้นและจำนวนผู้ติดเชื้อก็จะเพิ่มขึ้นอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ เนื่อจากสถานที่ใช้งานนั้นเป็นสถานที่อเนกประสงค์แบบปิด

 

โควิด

 

ตัวอย่างเช่น ญี่ปุ่นได้ประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินเพื่อรับมือกับ COVID-19 แต่จำนวนผู้ป่วยที่ได้รับการยืนยันก็ยังไม่ได้ลดลงมาเป็นเวลานานกว่าหนึ่งสัปดาห์แล้ว

จีนก็ยังมีมาตรการกักกันที่เข้มงวด เช่น “ห้ามออกไปข้างนอก” และ “การปิดล้อมเมือง” แต่ก็ไม่สามารถบรรเทาการแพร่ระบาดได้อย่างง่ายดาย

ฝรั่งเศสได้กำหนดเคอร์ฟิวอย่างเข้มงวดเป็นเวลาอย่างน้อย 2 สัปดาห์หลัง 18.00 น.

ในสหราชอาณาจักรไวรัสกลายพันธุ์เป็นที่ถกเถียงกัน อย่างมากซึ่งไวรัสกลายพันธุ์ตัวนี้กำลังแพร่กระจายไปยังยุโรปสหรัฐอเมริกาและเอเชีย

สหรัฐอเมริกาซึ่งกำลังตรึงความหวังในการเปิดตัววัคซีนกับสหราชอาณาจักรยังมีผู้ป่วยที่ได้รับการยืนยันสูงกว่า 230,000 รายเพียงวันเดียวอยู่ วัคซีนไม่สามารถกระจายได้ทันเท่าการแพร่ระบาดของ COVID-19

ทางด้านเกาหลียังไม่ได้เริ่มการฉีดวัคซีนและแม้ว่าจะไม่ได้ใช้นโยบายชัตดาวน์ที่เข้มงวดเหมือนประเทศอื่น ๆ แต่เชื่อว่าผลลัพธ์มาจากความเสียสละและความอดทนของประชาชนพร้อมกับการกักกันโรคตามระบอบประชาธิปไตยของรัฐบาลและความพยายามของเจ้าหน้าที่ทางการแพทย์

แม้ว่าการเว้นระยะห่างทางสังคมระดับ 2.5 จะดำเนินต่อไปนานกว่าหนึ่งเดือนแล้ว แต่ก็มีการเบี่ยงเบนที่สำคัญบางประการจากงานปีใหม่ขนาดใหญ่ในสหรัฐอเมริกาและยุโรป

อย่างไรก็ตามก็มีความน่าเศร้าอยู่บ้าง เนื่องจากสถานการณ์ COVID-19 ยืดเยื้อการเว้นระยะห่างทางสังคมก็ยืดเยื้อเช่นกัน ผู้ประกอบอาชีพอิสระที่ถูกพักงานเนื่องจากการเว้นระยะห่างทางสังคมต่างต้องการค่าตอบแทนที่เหมาะสมจากรัฐบาล

 

โควิด

 

ภายใต้สถานการณ์เหล่านี้การติดเชื้อโดยรวมก็ยังคงดำเนินต่อไปตามศูนย์กลางของสถานที่ทางศาสนา เช่น ชินชอนจิ (신천지), โบสถ์ซารังแจอิล(사랑제일교회) และ ศูนย์ BTJ (BTJ 열방센터, 인터콥선교회)

ความขัดแย้งที่ใหญ่กว่าคือศาลเข้ามามีส่วนตัดสินหัวหน้าของ ชินชอนจิ นาอีมันฮี (이만희) และบาทหลวงจอนควังฮุน (사랑제일교회 전광훈 목사) ให้พ้นผิด

การวิพากษ์วิจารณ์ทางออนไลน์ยังคงดำเนินต่อไปว่าการรับรู้ของประชาชนทั่วไปและการรับรู้ของผู้พิพากษานั้นแตกต่างกันเกินไป

ชาวเน็ตคนหนึ่งกล่าวว่า “ผู้ร้ายคือผู้พิพากษาต่างหากที่ดูจะร้ายมากกว่าลีมันฮีและจอนควังฮุนและศูนย์ BTJอีก”

ในทางกลับกันรัฐบาลได้ประกาศแผนปรับระยะห่างทางสังคมในวันที่ 16 ม.ค. โดยมีการขยายการเว้นระยะห่างทางสังคมยาวต่อไปถึงวันที่ 31 มกราคม และมีมาตรการกักกันโรคพิเศษในช่วงวันซอลนัลหรือวันปีใหม่เกาหลีที่กำลังจะมาถึงเดือนหน้านี้ด้วย

สวัสดี 2021 เกาหลีมีอะไรอัพเดทบ้าง? “ETA, ค่าแรงขั้นต่ำ ฯลฯ “

 

กระทรวงยุทธศาสตร์และการเงิน (기획재정부) ประกาศระบบที่จะเปลี่ยนไปในปี 2021 ดังต่อไปนี้

 

เกาหลี

 

1. มีการนำระบบ ETA (Electronic Travel Authorization) มาใช้สำหรับนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติที่มาเกาหลี

ตั้งแต่เดือนมิถุนายน 2021 ระบบ ETA (Electronic Travel Authorization) จะถูกนำมาใช้กับประเทศที่เคยเดินทางเข้าเกาหลีโดยไม่ต้องขอวีซ่า

– หากคุณเป็นพลเมืองของประเทศที่สามารถเข้าประเทศเกาหลีได้โดยไม่ต้องขอวีซ่าแล้วมีความต้องการจะเข้าเกาหลีเพื่อวัตถุประสงค์ในการท่องเที่ยว พวกเขาเหล่านั้นจะต้องป้อนข้อมูลส่วนบุคคลและการเดินทางทางออนไลน์ล่วงหน้าและต้องได้รับอนุญาตให้เดินทางเข้า

*จากทั้งหมด 112 ประเทศ มี 66 ประเทศที่มีข้อตกลงการยกเว้นวีซ่า และ 46 ประเทศที่ไม่ต้องขอวีซ่า

– การลงทะเบียนขอเข้าประเทศต้องยื่นเรื่องสมัครอย่างน้อย 72 ชั่วโมงก่อนขึ้นเครื่องบินที่สนามบินโดยเข้าไปที่เว็บไซต์ ETA หรือมือถือของเกาหลีและจ่ายค่าธรรมเนียม 10,000 วอนผ่านทางออนไลน์

– จากข้อมูลที่ผู้สมัครให้ไว้นั้นผู้สมัครจะต้องรอการอนุมัติว่าจะสามารถเข้าประเทศได้หรือไม่และการแจ้งผลจะแจ้งผ่านทางอีเมลของผู้สมัคร

– เฉพาะชาวต่างชาติที่ได้รับอนุญาตจากระบบ ETA เท่านั้นที่สามารถออกบัตรผ่านขึ้นเครื่องเข้ามาสู่เกาหลีได้ หากพวกเขากลับเข้าเกาหลีอีกครั้งภายในเวลาสองปีหลังจากที่ได้รับการอนุมัติจาก ETA พวกเขาจะได้รับการยกเว้นการอนุญาตและค่าธรรมเนียมการเดินทางล่วงหน้า

– นอกจากนี้ชาวต่างชาติที่ได้รับการอนุมัติจาก ETA จะได้รับการยกเว้นไม่ต้องส่งแบบฟอร์มการตรวจคนเข้าเมือง

 

เกาหลี

 

2. ค่าจ้างขั้นต่ำเพิ่มขึ้น

ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2021 ค่าจ้างขั้นต่ำจะปรับเพิ่มขึ้นเป็น 8,720 วอนต่อชั่วโมง

– ในส่วนของค่าจ้างรายวันจะอยู่ที่ 69,760 วอนต่อ 8 ชั่วโมง และรายเดือน 1,822,480 วอนต่อเดือน โดยคิดจากชั่วโมงการทำงานรายสัปดาห์ 40 ชั่วโมง (รวมชั่วโมงการทำงานต่อเดือน 209 ชั่วโมง, ค่าตอบแทนวันหยุดรายสัปดาห์ 8 ชั่วโมง (주휴수당) ต่อสัปดาห์ )

– ค่าจ้างขั้นต่ำจะใช้กับสถานที่ทำงานทุกๆแห่งอย่างเท่าเทียมกันและภายใต้พระราชบัญญัติมาตรฐานแรงงานกำหนดให้มีการใช้คนงานโดยไม่คำนึงถึงประเภทการจ้างงานหรือสัญชาติของพวกเขา

 

เกาหลี

 

3. การบังคับใช้ระบบการชำระเงินด้วยบัตรเครดิตชำระค่าปรับสำหรับผู้กระทำความผิดเกี่ยวกับการเข้าเมือง

ตั้งแต่วันที่ 21 มกราคม 2021 จะเริ่มใช้ชำระค่าปรับผ่านบัตรเครดิตหรือบัตรเช็คแทนการการชำระเงินก้อนแบบเงินสดได้

 

4. การดำเนินการตามระบบประกันการโดนสั่งให้ออกนอกประเทศ

ตั้งแต่วันที่ 21 มกราคม 2021 ระบบประกันการโดนสั่งออกนอกประเทศจะถูกนำมาใช้สำหรับผู้ที่ทำผิดกฏการตรวจคนเข้าเมือง

– หัวหน้าสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองและสำนักงานการต่างประเทศสามารถสั่งให้ชาวต่างชาติออกจากเกาหลีใต้ได้โดยมีเงื่อนไขว่าพวกเขาจะต้องฝากเงินประกันถึง 20 ล้านวอนเพื่อประกันอิสระตนเองโดยการวางเงินประกันนั้นจะเป็นเสมือนเป็นการคำนึงถึงเหตุผลด้านมนุษยธรรมและการประกันการไม่ละเมิดกฏและแอบหลบหนี

– หากบุคคลใดไม่สามารถเดินทางออกจากเกาหลีใต้ภายในกำหนดเวลาที่ให้เดินทางออกหรือฝ่าฝืนเงื่อนไขที่แนบมาในขณะที่มีคำสั่งให้เดินทางออกนอกประเทศ (เช่น ใ่าฝืนการห้ามการจ้างงานที่ผิดกฎหมาย) เงินมัดจำทั้งหมดหรือบางส่วนอาจถูกยึดเข้าคลังของรัฐ

– หากบุคคลนั้นปฏิบัติตามเงื่อนไขและเดินทางออกจากเกาหลีใต้ภายในกำหนดเวลาออกเดินทางจะคืนเงินมัดจำให้ครบถ้วน และหากส่วนหนึ่งของเงินฝากนั้นเป็นของคลังเนื่องจากละเมิดกฏเงื่อนไข ยอดคงเหลือจะถูกส่งคืนให้กับเจ้าตัวในภายหลัง

 

ขอบคุณที่มาจาก: แหล่งข่าว

เทียบเงินเดือนแรงงาน E-9 สูงกว่า F-6

 

เมื่อวันที่ 21 ธันวาคม สำนักงานสถิติแห่งชาติ (통계청) ได้ประกาศรายงานเรื่องสถานะและผลสำรวจการจัดจ้างวานประจำปี 2020 (2020 이민자체류실태및고용조사결과 )

จากข้อมูลสถิติพบว่าเงินเดือนของชาวต่างชาติ E-9 สูงกว่าชาวต่างชาติ F-6

 

เงินเดือน

 

[อัตราค่าจ้างแรงงานต่างชาติ E-9]

1 ล้านวอนหรือน้อยกว่า – 0%

1 ล้านวอน ~ ไม่เกิน 2 ล้านวอน – 26.8%

2 ล้านวอน ~ ไม่เกิน 3 ล้านวอน – 63.8%

3 ล้านวอนขึ้นไป – 9.4%

 

[อัตราค่าจ้างแรงงานต่างชาติ F-6]

1 ล้านวอนหรือน้อยกว่า – 10.6%

1 ล้านวอน ~ ไม่เกิน 2 ล้านวอน – 40.2%

2 ล้านวอน ~ ไม่เกิน 3 ล้านวอน – 36.4%

มากกว่า 3 ล้านวอน – 12.9%

ชาวต่างชาติ E-9 ส่วนใหญ่ได้รับค่าจ้างมากกว่า 2 ล้านวอนต่อเดือน ในขณะที่ชาวต่างชาติ F-6 มีเปอร์เซ็นต์สูงในกลุ่มที่มีรายได้สูงมากกว่า 3 ล้านวอน แต่กลับมีรายได้ต่ำน้อยกว่า 1 ล้านวอนด้วย (คาดว่าจะเป็นพนักงานพาร์ทไทม์)

 

[อัตราการค่าจ้างแรงงาต่างชาติ D-2, D-4-1, D-4-7]

1 ล้านวอนหรือน้อยกว่า – 56.7%

1 ล้านวอน~ ไม่เกิน 2 ล้านวอน – 39.9%

2 ล้านวอน ~ ไม่เกิน 3 ล้านวอน – 3.3%

มากกว่า 3 ล้านวอน – 0%

 

นักเรียนต่างชาติส่วนใหญ่จะทำงานพาร์ทไทม์และส่วนใหญ่มักได้รับค่าจ้างน้อยกว่า 1 ล้านวอน

สถิตินี้ไม่ได้รวมในส่วนของชาวต่างชาติต่างชาติที่พำนักอยู่อย่างผิดกฎหมาย เนื่องจากไม่ได้รายงานเรื่องรายได้ แต่ส่วนใหญ่คาดว่าจะได้รับเงินน้อยกว่า 2 ล้านวอน

 

เงินเดือน

 

นอกจากนี้ชาวต่างชาติ 81% ระบุว่าพอใจกับชีวิตในเกาหลี 17.3% บอกว่าเป็นเรื่องปกติ และ 1.2% ระบุว่าไม่พอใจ

มีการสำรวจความต้องการอยู่เกาหลีต่อ ชาวต่างชาติ 86.5% เผยต้องการที่จะอยู่ต่อ

 

เงินเดือน

 

ทางด้านสาเหตุที่ชาวต่างชาติ E-9 เลือกเกาหลีเป็นตัวเลือกฐานแหล่งจ้างงานในต่างประเทศมีดังต่อไปนี้

ค่าจ้างสูง (70.9%), สภาพแวดล้อมในการทำงานดี (10.7%), ได้รับการแนะนำจากเพื่อนหรือญาติที่ทำงานในเกาหลี (7.3%), หางานง่ายกว่าประเทศอื่น (4.8%), และ อื่น ๆ (6.3%)

กล่าวถึงส่วนที่รู้สึกยากลำบากในการใช้ชีวิตในเกาหลีมี ผู้ที่ไม่มีปัญหา (29.3%), มีปัญหาด้านภาษา (26.1%), และมีความรู้สึกเหงา (14.8%)