10 ธ.ค. เริ่มระบบรายงาน ที่พักชาวต่างชาติระยะสั้น

 

ระบบการรายงานที่พักชาวต่างชาติที่เข้ามาพำนักระยะสั้นจะเริ่มใช้ในวันที่ 10 ธันวาคมนี้เป็นต้นไป

เป็นระบบที่ใช้เพื่อค้นหาตำแหน่งของชาวต่างชาติที่เข้ามาพำนักระยะสั้นใตเกาหลีภายใต้การควบคุมโรคติดเชื้อ เช่น COVID-19

 

ชาวต่างชาติ

 

การพำนักระยะสั้นชาวต่างชาตินั้นต่อไปจะต้องมีการแสดงหนังสือเดินทางหรือใบรับรองการเดินทางให้กับธุรกิจที่พักและหากฝ่าฝืนกฎหมายชาวต่างชาติจะถูกปรับไม่เกิน 500,000 วอน

ธุรกิจที่พักจะมีหน้าที่ส่งข้อมูลเหล่านั้นผ่านช่องทางอีเมล, โทรศัพท์, และแฟกซ์ เพื่อรายงานข้อมูลการพำนักระยะสั้นของชาวต่างชาติต่อสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองในพื้นที่

 

ชาวต่างชาติ

 

อย่างไรก็ตาม ขณะนี้ชาวไทยยังไม่สามารถเข้ามาในเกาหลีใต้ได้หากไม่มีวีซ่า

บุคคลสัญชาติไทยถูกห้ามเข้าประเทศเกาหลีโดยไม่มีวีซ่ามาตั้งแต่วันที่ 13 เมษายน ซึ่งเป็นไปตามเงื่อนไขที่รัฐบาลไทยเองก็ห้ามชาวเกาหลีเข้าประเทศไทยโดยไม่ต้องขอวีซ่าเช่นกัน

หากรัฐบาลไทยอนุมัติให้ชาวเกาหลีใต้เดินทางเข้าไทยโดยไม่ต้องขอวีซ่าคาดว่าคนไทยเองก็จะสามารถเดินทางเข้าประเทศเกาหลีได้โดยไม่ต้องขอวีซ่าไปด้วย

อย่างไรก็ตามจนกว่าวัคซีน COVID-19 จะเสร็จสิ้นสมบูรณ์และได้รับการนำมาใช้นั้น ระหว่างนี้ก็อาจจะเป็นเรื่องยากในความเป็นไปได้ที่จะมีการเดินทางอย่างอิสระระหว่างสองประเทศเกิดขึ้น

 

ชาวต่างชาติ

 

ขอบคุณที่มาจาก: แหล่งข่าว

คนไทยเหนื่อยล้ากับ ‘ทัวร์ช้อปปิ้งเกาหลีที่ไม่เวิร์ค’

ทัวร์ที่มีแต่ช้อป กับ ช้อป…………


ทัวร์ช้อปปิ้งเกาหลีที่ไม่เวิร์ค

โสมราคา 250,000 วอน เงิน 170,000 วอนเป็นส่วนแบ่งของบริษัทท่องเที่ยว

นักท่องเที่ยวชาวไทยเดินทางเยือนเกาหลีเมื่อปีที่แล้ว 370,000 คน
ประเทศไทยเป็นประเทศได้รับการจัดอันดับอยู่ในอันดับที่ 6 ในบรรดาประเทศที่ไปเยือนเกาหลีมากที่สุด

แต่

มีเพียง 84.7% ของคนไทย กล่าวว่า พวกเขาจะกลับไปเกาหลีอีกครั้ง

แต่นั่นต่ำกว่าค่าเฉลี่ยของประเทศโดยรวมที่ 85.4

รั้งอันดับสุดท้ายของประเทศในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

นักท่องเที่ยวไทยเป็นที่ต้องการ !!

ทัวร์ช้อปปิ้งเกาหลีที่ไม่เวิร์ค

จำนวนนักท่องเที่ยวชาวไทยที่เพิ่มขึ้นเป็นสาเหตุให้เกิดความวุ่นวายในด้านสินค้าท่องเที่ยวที่มีต้นทุนต่ำในเกาหลี

ปัญหาคือ ราคาการนำท่องเที่ยว มีราคาถูกเกินไป

ทัวร์ช้อปปิ้งเกาหลีที่ไม่เวิร์ค

แม้ว่าต้นทุนของโรงแรมและรถเช่าอยู่ระหว่าง 200,000 วอน – 250,000 วอน

แต่มีการนำเสนอราคาสำหรับการเดินทางเป็นจำนวน 10,000 วอนและ 30,000 วอน

– นายบีตัวแทนการท่องเที่ยวกล่าวไว้ –

ได้ยินมาว่านักท่องเที่ยวทุกคนในประเทศไทยมียอดขาดดุล 200,000 วอน

ซึ่งถือว่าเป็นสิ่งที่ผิดพลาดเอาเสียมาก

 

 

 

การเดินทางเป็นเวลา 3 คืน 4 วัน ใช้งบเพียง 10,000 วอน?

ปรากฎว่ามีเหตุผลสำหรับราคาที่ไม่จำเป็นต่อการเดินทางเพิ่มเป็นนัยๆต่างหาก

ตัวแทนนำเที่ยวเสนอ “แพคเกจท่องเที่ยวราคาประหยัดออกมาแข่งขันกันในวงการทัวร์ท่องเที่ยว”

เพื่อดึงดูดนักท่องเที่ยวชาวไทย

ดังนั้นหมายความว่า ตัวแทนนำท่องเที่ยวกำลังทำให้ธุรกิจตัวเองเสียหาย?

 

แต่หารู้ไม่ว่า จริงๆแล้ว ตัวแทนนำเที่ยวทำเงินด้วยการพาคุณๆไปแหล่งช็อปปิ้งแทนการท่องเที่ยวในเชิงท่องเที่ยวจริงๆ

ทัวร์ช้อปปิ้งเกาหลีที่ไม่เวิร์ค

จะว่าไปแล้วเราไม่คิดอย่างนั้นนะ ธุรกิจนำเที่ยวไม่ได้เสียหายตรงไหนเลย

ความจริงของทัวร์ 10,000 วอน คือ ตัวแทนนำเที่ยวทำกำไรจากส่วนลดการช้อปปิ้งมากกว่า

การท่องเที่ยวจริงๆ หรือไม่ก็ได้กำไรในกรณีได้รับของสัมมนาคุณ

 

 

“เที่ยวแหล่งขายของกว่า 10 ร้านใน 3 คืน 4 วัน”

ทัวร์ช้อปปิ้งเกาหลีที่ไม่เวิร์ค

– อาหารเพื่อสุขภาพ 3 ชนิด (โสมมนุษย์, ฮ๊อกเกตนามู, และสนแดง)
– สวนปลูกผลไม้, ร้านขายสินค้าปลอดภาษี, ร้านขายพลอย
– ร้านขายเครื่องสำอางสำหรับชาวต่างชาติเท่านั้น
– ซูเปอร์มาร์เก็ตสำหรับชาวต่างชาติเท่านั้น

ไปโน้นมานี่ตลอดทั้งวัน

– นายบีตัวแทนการท่องเที่ยวกล่าวไว้ –

 

เราไม่ได้มาที่เกาหลีเพื่อซื้อสินค้าอย่างเดียว ……

ผลิตภัณฑ์การท่องเที่ยวที่มีต้นทุนต่ำกลับได้รับความนิยมอย่างแพร่หลาย

ในการดึงดูดนักท่องเที่ยวเพื่อชดเชยเม็ดเงินที่ตัวแทนนำเที่ยวสูญเสียไป

 

 

คุณสูญเสียมากแค่ไหนการเที่ยวเพื่อช้อปปิ้งอย่างเดียว?

 

 

ตัวแทนการท่องเที่ยวมีเงินเหลือจากกำไรที่ได้จากผลิตภัณฑ์คุณภาพต่ำที่มีราคาต่ำ

หากคุณขายชุดโสมราคา 250,000 วอนให้กับนักท่องเที่ยว ผู้ขายโสมจะให้ส่วนแบ่ง 170,000 วอนสำหรับตัวแทนท่องเที่ยวและไกด์นำเที่ยว 

ในกรณีเช่นนี้ ส่งผลให้มีผู้ประท้วงหลายคนออกมาบอกว่า

ให้นักท่องเที่ยวซื้อแต่สินค้าราคาประหยัดที่มีคุณภาพต่ำ คนเกาหลีเองยังไม่ซื้อเลย

– ล่ามนักท่องเที่ยว A-

 

เหมือนปล้นกันชัดๆ!

ทัวร์ช้อปปิ้งเกาหลีที่ไม่เวิร์ค

การประกาศขององค์การการท่องเที่ยวแห่งเกาหลี

การสำรวจนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติในปี 2014

 

 

การท่องเที่ยวสำหรับนักท่องเที่ยวชาวไทย 460,000 คน
ช้อปปิ้ง 87.3%
เยี่ยมชมโบราณสถานพระราชวัง / สถานที่ทางประวัติศาสตร์ 36.0%
การชื่นชมทัศนียภาพธรรมชาติ 34.7%

เห็นได้ชัดว่าสัดส่วนของกิจกรรมการท่องเที่ยวนั้นตรงกันข้ามกับการช็อปปิ้งโดยสิ้นเชิง
ปัญหาคือ กิจกรรมการท่องเที่ยวไม่ได้เกิดจากแรงปรารถนาของนักท่องเที่ยว

แต่มันจากธุรกิจของตัวแทนนำเที่ยว

 

 

“เพียงคุณไว้ใจฉัน”

ทัวร์ช้อปปิ้งเกาหลีที่ไม่เวิร์ค

มันอาจจะฟังดูมากเกินไปไหม ที่จะบอกนักท่องเที่ยวว่า ตัวแทนนำเที่ยวและไกด์นำเที่ยว

มีบทบาทในการเป็นตัวแทนประเทศเกาหลี?

คนไทยส่วนใหญ่จะเดินทางมาท่องเที่ยวที่ประเทศเกาหลี เพื่อคาดหวังจะซื้อผลิตภัณฑ์

และได้รับคำแนะนำด้านการท่องเที่ยวที่จัดเตรียมโดยบริษัทท่องเที่ยว

 

 

แต่

ความผิดหวังครั้งใหญ่จากเหล่าตัวแทนนำเที่ยวและไกด์นำเที่ยวที่มอบให้กับนักท่องเที่ยว …
จะไม่นำไปสู่ความผิดหวังที่แย่ลงของนักท่องเที่ยวในการมาเยือนเกาหลีหรอกเหรอ?

ในความเป็นจริงนักท่องเที่ยวจากประเทศไทยลดลงมากกว่าร้อยละ 20 เสียด้วยซ้ำ

[kleo_divider type=”full|long|double|short” double=”yes|no” position=”center|left|right” text=”” class=”” id=””]


ให้เราเป็นหนึ่งในผู้นำท่านเข้าเที่ยวชมประเทศเกาหลีใต้ เที่ยวชมความงดงามสไตส์เกาหลี
เที่ยวชมเสน่ห์ที่หาได้แค่เพียงในเกาหลี เที่ยวแบบชิคๆคลูๆ

โดยไม่ต้องเหนื่อยกับการตะล่อนช้อปปิ้งอย่างเดียว
จองไกด์ส่วนตัว ไกด์แบบอิสระ ไกด์แบบกันเองได้ที่นี่ 

กับ

 


 ➡  วันเดย์ทัวร์ พระราชวังสุดตระการตาทั่วโซล
 ➡  ทัวร์แบบบุพเฟ่ต์ เลือกที่เที่ยวตามใจชอบ

วัดศักดิ์สิทธิ์ยอดฮิตของชาวไทย วัดวาวูจองซา ‘와우정사’

วัดศักดิ์สิทธิ์ยอดฮิตของชาวไทย วัดวาวูจองซา ‘와우정사’

วัดวาวูจองซา

 

 

 

ส่วนใหญ่แล้ววัดวาอารามในเกาหลีมักจะไม่มีประตูสู่เขตแดนของวัด หากคุณเดินทางมาที่ วัดวาวูจองซา คุณจะพบกับเศียรพระพุทธรูปที่ตั้งอยู่บริเวณขอบบ่อเช่นนี้

 

วัดวาวูจองซา

จากแหล่งข่าว เผยว่า เศียรพระพุทธรูปสลักไม้ยักษ์ ขนาด 8 เมตรนี้ได้รับการบริจาคจากราชวงศ์ไทย หม่อมเจ้าพูนพิศมัย ดิศกุล ในปี 1970 โดยประติมากรรมนี้ได้รับการจดทะเบียนใน Guinness Book of Records ว่าเป็นประติมากรรมทางพุทธศาสนาที่ทำจากไม้ที่ใหญ่ที่สุดในโลก

 

วัดวาวูจองซา

บริเวณทางเข้าวัดมีพระพุทธรูปประมาณ 3,000 รูป แสดงอยู่เหมือนเป็นนิทรรศการและยังตามด้วยรูปปั้นพระแก้วมรกต

 

ส่วนในด้านอื่น ๆ ภายในวัดก็มีสิ่งที่น่าสนใจ ได้แก่ เจดีย์หิน และรูปปั้นทองคำของพระพุทธเจ้า ที่บริจาคโดยรัฐบาลเนปาล

 

วัดวาวูจองซา

 

ด้านหลังของอนุสาวรีย์เป็นพระพุทธปางไสยาสน์ (พระนอน) ซึ่งทำจากต้นสนชนิดหนึ่งจากประเทศอินโดนีเซียมีความสูง 3 เมตรและยาว 12 เมตร

วัดวาวูจองซา ‘와우정사’ เป็นผู้นำในโลกาภิวัตน์ของพุทธศาสนา นั่นเป็นเหตุผลว่าทำไมพวกเขาจึงได้รับความสนใจจากนักท่องเที่ยวชาวไทยกว่า 200,000 คน

 

วัดวาวูจองซา

 

สถาปัตยกรรมแบบไทยถูกสร้างขึ้นเพื่อเป็นเกียรติแก่พระพุทธเจ้าที่ได้รับเป็นของขวัญจากราชวงศ์ไทยและวัดแนวเนปาลถูกสร้างขึ้นเพื่อเป็นเกียรติแก่พระพุทธรูป

 

วัดวาวูจองซา

 

เนื่องจากนี้ ภายในวัดได้แสดงออกถึงวัฒนธรรมของพุทธศาสนาในเอเชียที่แตกต่างกันไปทีละน้อย รวมทั้งวิธีการสร้างพระพุทธรูปก็แตกต่างกันอีกด้วย

 

วัดวาวูจองซา

 

หากยังไม่มีที่เที่ยวที่ไหน ผมขอแนะนำให้ไปเยี่ยมชม วัดวาวูจองซา ‘와우정사’ สุดสัปดาห์นี้ครับ

 

พิกัด

 

 

ขอบคุณที่มา : แหล่งข่าว

แบกเป้ตะลุย บุคฮันซาน ฤดูใบไม้ร่วง 2018

แบกเป้ตะลุย บุคฮันซาน ฤดูใบไม้ร่วง 2018  😉

 

บทความโดย: Yu Na Yeon Shi  

Date: 2018-10-22 

 

แบกเป้ตะลุย บุคฮันซาน

 

 

ฤดูใบไม้ร่วงแบบนี้ ก็ต้องแบกเป้ปีนเขาแหล่ววว ไม่มีอะไรสุขใจเท่าการดื่มด่ำกับธรรมชาติในวันหยุดสุดสัปดาห์แล้วล่ะค่ะ นานๆทีจะได้ออกตะล่อนบ้าง วันนี้จะมารีวิว ทริปตะล่อนปีนเขาบุคฮันซาน ภูเขาที่เป็นสถานที่ยอดนิยมสำเร็จหลายท่านในช่วงฤดูใบไม้ร่วงเพราะที่นี่จะเต็มไปด้วยต้นไม้หลากสีสัน เหลืองแซมด้วยส้ม หรือไม่ก็ส้มแซมแดง ความสวยงามของโขดหินที่มีฉากสีฟ้าของท้องฟ้าเป็นฉากประกอบ เหมาะแก่การชมวิวยิ่งนัก เอาล่ะมาเริ่มจากการเตรียมตัวก่อนเลยค่ะ สิ่งที่ควรเตรียมนะคะ

 

ตะลุย บุคฮันซาน

 

เครื่องแต่งกายตามรูปด้านบนนะคะ แนะนำว่าถุงมือจำเป็นมากกับภูเขาลูกนี้ แรกๆก็จะไม่รู้สึกว่าถุงมือต้องใช้เท่าไหร่แต่พอจะถึงยอดเขาจะรู้เองค่ะว่ามันสำคัญมาก นี่ก็เล่นเอามือพองเพราะอวดเก่งไปเยอะ เหอะๆ อ้อ อย่าลืมพกอาหารไว้ไปปิกนิกบนยอดเขาด้วยนะคะ จะฟินไปอีกแบบเลย ขอบอก 😆 

แนะนำการเดินทาง

การเดินทางจะเป็นเรื่องง่ายถ้าใช้ Naver map นำทางนะคะ แอพพลิเคชั่นนี้ดาวน์โหลดได้เลย ใช้งานสะดวกและอัพเดทสถานที่ต่างๆมากกว่า google map (เฉพาะในเกาหลีนะคะ) สถานีรถไฟฟ้าใต้ดินที่ใกล้ที่สุดคือ สถานีซูยุ (Suyu station) สายสีฟ้า แต่ต้องต่อบัสมาลง เพราะฉะนั้นศึกษาการเดินทางมาและเลือกการเดินทางที่สะดวกต่อตัวเองมากที่สุดแล้วกันนะคะ

มาถึงแล้วก็เริ่มเลยจ้า

เอาล่ะ เครื่องแต่งกายพร้อม อาหารพร้อม ออกเดินทางกัน แบกเป้ขึ้นหลังก็เดินตรงสู่การผจญภัยในวันหยุดสุดสัปดาห์กันค่ะ

ตะลุย บุคฮันซาน ตะลุย บุคฮันซาน ตะลุย บุคฮันซาน

 

ทางเข้าจะมีหลายทางนะคะ เพราะฉะนั้นสะดวกฝั่งไหนก็สามารถเริ่มจากฝั่งที่สะดวกได้เลยจ้า แอบกระซิบดังๆว่าทางที่ตัวเองไปนี่คือแบบว่าแอบโหดเบาๆ เกือบถอดใจเพราะเป็นทางลัดที่ไม่ค่อยมีคนขึ้น แต่พวกเราเลือกที่จะปีนฝั่งนี้ แม่เจ้า…ปวดหน่องตั้งแต่แต่ขาขึ้นเลยอ่ะ … ต่อจากนี้จะเป็นภาพบรรยากาศสวยๆหลังจากมานะบากบั่นปีนๆไต่ๆจนไปสู่ “ยอดเขาแบคอุนแด 백운대”

 

ตะลุย บุคฮันซาน

 

กว่าจะมาเจอทางเรียบๆที่ไม่ต้องปีนมากนักก็เล่นหอบรับประทานไปตามๆกัน ใครจะมาพิสูจน์ความรักกับแฟนหนุ่ม แฟนสาวก็แวะมาท้าพิสูจน์ได้ที่นี่เลยนะคะ รับรองธาตุแท้ออกกันทุกคน นี่ขนาดเดินอยู่ๆ เห็นบางคู่ ร้องเพลงออกมาอย่างดัง ไม่แคร์คนรอบข้าง อารมณ์ประมาณยิ่งสูงสติยิ่งยากจะควบคุม +5555 😆 😆  :mrgreen: 

ตะลุย บุคฮันซาน ตะลุย บุคฮันซาน ตะลุย บุคฮันซาน

 

สังเกตว่าถ้าเดินตามกำแพงมาเรื่อยๆ จะพบกับวิวนี้เลยค่ะ เป็นวิวที่สวยและใกล้มาก แบล็คกราวน์สวยงามลงตัว 

 

ตะลุย บุคฮันซาน

 

ทั้งสองข้างทางก็เต็มไปด้วยต้นเมเปิ้ลสีสันแสบตา แต่สวยบาดใจมาก อดไม่ได้ที่จะแชะ แชะ มาตลอดทาง เก็บภาพสวยๆมาฝากกันด้วยค่ะ 

 

ตะลุย บุคฮันซาน ตะลุย บุคฮันซาน ตะลุย บุคฮันซาน ตะลุย บุคฮันซาน

โน้นค่ะเป้าหมาย ยอดนั้นเลย และเป้าหมายก็มีไว้เพื่อพุ่งชน ป่ะไปพุ่งชนกัน

 

ตะลุย บุคฮันซาน

 

ระหว่างทางพบดอกไม้สวยๆออกดอกในขณะที่ใบไม้ของต้นอื่นๆ เริ่มร่วงหล่น และเหี่ยวเฉาลงไปตามกาลเวลา แชะเก็บไว้จ๊ะ สวยๆ

 

ตะลุย บุคฮันซาน

 

ถึงจะต้องฉุดกระฉากลากถูกันมายังไง นั่งพักนอนพักกันกี่รอบต่อกี่รอบแต่เราก็มาถึงยอดเขาได้ก่อนพระอาทิตย์ตกดินนาจา

 

ตะลุย บุคฮันซาน ตะลุย บุคฮันซาน ตะลุย บุคฮันซาน

 

ถ้าสังเกตุดีๆยอดเขาตรงกันข้ามนั้นจะมีเหล่านักปีนผาไปดวลฝีมือกันที่นั่น เพราะเขาลูกนั้นเป็นศูนย์ฝึกปีนหน้าผา ขนาดมองจากที่ไกลๆยังรู้สึก เสียวไส้ แทนเลย… เก่งๆกันทั้งนั้นค่ะ เทบ๊ะ!!!
เอาล่ะเราจะใช้เวลาอยู่บนที่อันสูงนี้ได้ไม่นานนักเพราะกว่าจะหอบสังขารมาถึงนี่ได็ก็ปาไปกว่า 4 ชั่วโมง ลองคิดถึงการลงเขาบ้างเถอะค่ะ เพราะฉะนั้นแชะภาพสวยๆเป็นที่ระทึก อุ้ย ระลึกแล้วก็ถึงเวลาหอบสังขารลงค่ะ ทรมานอยู่มิน้อยเลยทีเดียว เพราะใช้พลังไปหมดแล้วในช่วงขาขึ้น พอขาลงนี้เข่าแทบทรุด ขาพลิกหลายรอบมา แรงโน้มถ่วงโลกนะคะคุณ ยั้งหน้าขาจนมันเกร็งไปหมดเลยอ่ะ ใครจะมาก็ออกกำลังขากันก่อนมาด้วยนะ เขาแทบอยากจะกลิ้งลงเขาเลย เง้อ…. 😥

 

 

 

 

 

ระหว่างทางเดินกลับ มีความรู้สึกบางอย่างผุดขึ้นมาหลังจากมองธรรมชาติรอบกายแล้ว รู้สึกว่า “ธรรมชาติช่างงดงามเมื่อมีเพียงแค่ธรรมชาติที่รายล้อม แต่เมื่อไหร่ที่เอาตัวเองเข้าไปในเฟรมปุ๊บ ธรรมชาติก็ดูไม่ธรรมชาติเอาซะเลย” :mrgreen:  

 

ตะลุย บุคฮันซาน ตะลุย บุคฮันซาน

 

เนี่ย!!! ข้ามใบหน้าไปเลย มีมนุษย์อยู่ตรงกลางระหว่างธรรมชาติปุ๊บ รูปดูไม่ธรรมชาติทันที +5555  พวกเราใช้เวลาในการเดินลงเขานานมาก เพราะขาเริ่มล้า แทบจะหอบกันลงจริงๆ ทั้งๆที่ทางลงเลือกมาอีกทางที่มันใกล้สุดแล้วนะ ใช้เวลาไปกว่า 3 ชั่วโมงกว่าจะถึงด้านล่าง มืดสิคะท่าน เดินเท้ากันมืดๆนั่นเลย เป็นประสบการณ์อันแสนระบม เพราะตื่นเช้ามาด้วยอาการปวดทั้งตัวเลยค่ะ แนะนำใครที่อยากมากรุณาเช็คสภาพร่างกายก่อนเดินทางด้วยนะคะ อย่างไงก็ตามถือว่ามิชชั่นวันนี้คอมพลีสค่ะ ปวดเนื้อปวดตัวแต่คุ้มกับธรรมชาติที่ได้สัมผัสมาก แวะไปชมกันได้นะคะก่อนจะหมดฤดูนี้ในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้า

 

 

จบการรีวิวนาจา  😀 😉