ทำไม แรงงานตามฤดูกาล 12,000 ยังไม่ตอบโจทย์ตลาดแรงงานชนบท?

นายเอเจ้าของฟาร์มแห่งหนึ่งได้ยื่นคำร้องหลังจากเห็นประกาศ “ระบบแรงงานตามฤดูกาล” ในปีนี้ซึ่งจัดทำโดยกระทรวงยุติธรรม (법무부) ที่มีวัตถุประสงค์เพื่อแก้ไขปัญหาการขาดแคลนกำลังคนในชนบท พวกเขาเป็นแรงงานต่างชาติซึ่งอนุญาตให้ทำงานในพื้นที่ชนบทในเกาหลีเป็นเวลา 3-5 เดือนเท่านั้น ในช่วงครึ่งแรกของปีนี้เพียงปีเดียว แรงงานตามฤดูกาล 12,000 คนได้เดินทางเข้ามาในประเทศ

แต่การทำฟาร์มจริงๆนั้นต้องการคนจำนวนมากในช่วงฤดูกาลเก็บเกี่ยวที่วุ่นวาย แต่ในช่วงที่ไม่ใช่ฤดูกาลทำฟาร์มเกษตรกรก็ไม่ต้องการจัดจ้างแรงงาน อย่างไรก็ตาม เกษตรกรกลับต้องมาแบกภาระการจ่ายค่าจ้างแรงงานตามฤดูกาลแม้พวกเขางานยุ่งหรือว่างงานเป็นรายเดือน มันสะท้อนให้เห็นว่าระบบแรงงานตามฤดูกาลไม่เหมาะกับพื้นที่ชนบท

แรงงานตามฤดูกาล

เกษตรกรบางคนจึงเลือกที่จะขอยืมแรงงานตามฤดูกาลจากกันและกันเอง แต่สิ่งนี้เป็นสิ่งผิดต่อกฎหมายการจ้างแรงงานต่างชาติ และนี่คือสถานการณ์ในพื้นที่ชนบทของเกาหลีที่มาจากระบบการจัดการที่ไม่สะดวกและไม่ตอบโจทย์ทั้งระบบ

นายเอ ชาวนาที่ทำงานร่วมกับแรงงานตามฤดูกาลเป็นเวลาหนึ่งเดือนครึ่งเผยว่า “ไม่ใช่เรื่องง่ายสำหรับเกษตรกรรายย่อยและขนาดกลางที่จะจัดการเรื่องค่าจ้างเป็นรายเดือน ย้อนไปนึกถึงช่วงที่ ปธน. ยุนซ็อกยอล สมัยยังเป็นผู้สมัครชิงตำแหน่งประธานาธิบดีที่ให้สัญญาว่าจะส่งเสริมการจ้างแรงงานต่างชาติโดยผ่าน ศูนย์กลางจัดการแรงงานในชนบท ให้จัดส่งแรงงานตามไร่ตามสวนเพื่อแก้ปัญหาขาดแคลนกำลังคนในชนบท แต่ไม่รู้เมื่อไหร่จะรักษาสัญญา”

ปัจจุบัน รัฐบาลภายใต้การดูแลของ ปธน.ยุน อวดอ้างว่ามีกำลังคนในชนบทเพียงพอ แต่พื้นที่ชนบทไม่สามารถทำงานได้หากไม่มีผู้อยู่อาศัยที่ผิดกฎหมาย

กลุ่ม “농작업팀” ที่เป็นแรงงานไม่มีวีซ่าพำนักตามกฎหมายกำลังเติมเต็มกำลังแรงงานที่ขาดแคลนอยู่ในตอนนี้ และเนื่องจากมีการแข่งขันกันเองระหว่างเกษตรกรในการจัดจ้างผู้อพยพผิดกฎหมายจากกลุ่ม “농작업팀” ทำให้เกษตรกรบางรายต้อง “รายงาน” ฝั่งคู่แข่งของตนไปยังสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง

แรงงานตามฤดูกาล

ดังนั้นผู้เชี่ยวชาญบางคนกล่าวว่าผู้อพยพผิดกฎหมายกลุ่ม “농작업팀” นี้ควรจะต้องได้รับการรับรอง เรื่องนี้ทางรัฐบาลเกาหลีควรกำหนดให้ “농작업팀” ที่เป็นผู้อพยพผิดกฎหมายนี้กลายมาเป็น “ธุรกิจเชิงแลกเปลี่ยนแรงงานที่เชี่ยวชาญด้านงานเกษตร”

ขณะนี้เป็นฤดูสำหรับการเก็บเกี่ยวหัวหอม แต่หากไม่มีกลุ่ม “농작업팀” ของแรงงานผิดกฎหมายเกษตรกรก็จะไม่สามารถเก็บเกี่ยวหัวหอมได้ และผู้บริโภคก็ไม่สามารถซื้อในราคาที่เหมาะสมได้ด้วย

เอาจริงๆ ภาคการเกษตรหากไม่มีแรงงานเข้าเมืองอย่างผิดกฎหมาย ชาวเกาหลีก็คงจะไม่ได้บริโภคผลิตผลทางการเกษตรในราคาที่เหมาะสมได้

ขอบคุณที่มา: แหล่งข่าว

2022 เกาหลีเปิดรับแรงงานตามฤดูกาล “แรงงานตามฤดูกาลไทยเข้าเกาหลีเมื่อไหร่”

เมื่อวันที่ 8 เมษายน แรงงานต่างชาติตามฤดูกาล 258 คนจากฟิลิปปินส์ได้รับมอบหมายให้เข้าทำงานในฟาร์มในเมืองยังกู-กุน, คังวอนโด (강원도 양구군)

และในเดือนพฤษภาคมเมืองมูจู-กุน (무주군) จะมีแรงงานตามฤดูกาล 160 คนเดินทางมาจากเนปาล

แรงงานตามฤดูกาล

ตามที่กระทรวงยุติธรรม (법무부) อนุมัติการนำเข้าแรงงานตามฤดูกาล หลายต่อหลายประเทศ อาทิ เวียดนาม ฟิลิปปินส์ เนปาล และกัมพูชา กำลังเตรียมที่จะเข้าสู่เกาหลีใต้

จำนวนแรงงานตามฤดูกาลที่มีกำหนดเดินทางเข้าประเทศในช่วงครึ่งแรกของปี 2022 สูงถึง 12,000 คน

และหลายคนก็คาดว่าแรงงานตามฤดูกาลจากไทยก็มีสิทธิ์เดินทางเข้าเกาหลีด้วย

เพราะมีการลงนามข้อตกลง หรือ MOU กันระหว่างเมืองกเยซานในชุงบุก (충북 괴산군) ซึ่งลงนามในบันทึกความเข้าใจกับประเทศไทยไว้ว่าจะนำเข้าแรงงานตามฤดูกาลชาวไทยซึ่งมีกำหนดจะเดินทางเข้าประเทศเกาหลีใต้ในช่วงก่อนเดือนมิถุนายน

แรงงานตามฤดูกาล

แต่ปีที่แล้วเกาหลีใต้ได้มีปัญหาด้านการจัดการแรงงานตามฤดูกาล หลังจากที่แรงงานตามฤดูกาลของอุซเบกิสถานเข้ามาในเกาหลีใต้แล้ว 58% ได้หลบหนีไปและพำนักอยู่ในเกาหลีใต้อย่างผิดกฎหมาย

หากแรงงานตามฤดูกาลชาวไทยเข้าสู่เกาหลีใต้และทำงานอย่างซื่อสัตย์ไม่มีการหลบหนีเฉกเช่นกรณีข้างต้น คาดว่าจำนวนแรงงานตามฤดูกาลชาวไทยอาจจะมีการขยายตัวเพิ่มขึ้น แต่ถ้าสัดส่วนของผู้อพยพผิดกฎหมายเพิ่มขึ้น จำนวนแรงงานตามฤดูกาลอาจลดลงจนถึงขั้นอาจถูกระงับการเข้าเมือง

ในรอบนี้แนวทางการนำแรงงานตามฤดูกาลเข้าประเทศของฟิลิปปินส์ซึ่งได้เดินทางเข้ามายัง เมืองยังกูกุน ประเทศเกาหลีใต้นั้นมีการเดินทางเข้ามาพร้อมกับเจ้าหน้าที่รัฐบาลฟิลิปปินส์ เพื่อเป็นการจัดการแรงงานตามฤดูกาลของฟิลิปปินส์เองโดยเฉพาะ

แรงงานตามฤดูกาล

มีอีกแนวทางหนึ่งที่มีการนำเข้าแรงงานตามฤดูกาลในฮวาช็อน-กุน(화천군) ได้มีแรงงานตามฤดูกาลเข้าเมืองกว่า 137 คน ซึ่งประกอบด้วยญาติของผู้อพยพย้ายถิ่นฐานจากการสมรส (F-6) ได้มีโอกาสได้เดินทางเข้ามาในเกาหลีใต้ โดยส่วนตัวแล้วหากนำเข้าแรงงานจากกรณีญาติ F-6 แรงงานกลุ่มนี้จะไม่ค่อยออกจากที่ทำงาน ดังนั้น ฮวาช็อนกุนจึงเลือกที่จะรับสมัครญาติของผู้อพยพจากการสมรสเข้ามาเป็นแรงงานตามฤดูกาลในทุกๆ ปี

ในเมืองฮวาช็อนกุน แรงงานตามฤดูกาลชาวไทย 4 คน ซึ่งเป็นญาติของผู้อพยพจากการสมรส มีกำหนดจะเดินทางเข้าเกาหลีใต้ตั้งแต่กลางเดือนนี้

เราหวังว่าแรงงานตามฤดูกาลชาวไทยที่มีกำหนดเข้าสู่เมืองกเยซานกุน จะเข้ามาทำงานอย่างซื่อสัตย์และสร้างภาพลักษณ์ที่ดีให้แก่แรงงานตามฤดูกาลชาวไทยรุ่นต่อๆไป

ขอบคุณที่มาจาก : แหล่งข่าว

กเวซานลุยแผนนำเข้า แรงงานตามฤดูกาล แล้ว!

กเวซานอนุมัติแล้วแรงงานตามฤดูกาลจากต่างประเทศเข้าสู่กเวซานในจังหวัดชุงบุค เรียกได้ว่าเป็นเวลากว่า 3 ปีแล้วที่โควิดระบาดทำให้การเข้าประเทศนั้นถูกปิดกั้นไปในปี 2020

ข้อมูลจากเมืองกเวซานเมื่อวันที่ 10 ระบุไว้ว่า กำลังวางแผนที่จะให้แรงงานตามฤดูกาลจากประเทศไทยและกัมพูชาเดินทางเข้าประเทศ 2 รอบ โดยรอบแรกในเดือนมิถุนายน-ตุลาคม และรอบสองในเดือนกรกฎาคม-พฤศจิกายน ซึ่งเป็นฤดูกาลเกษตรกรรมและช่วงเวลาการเก็บเกี่ยวพืชผลแต่ละชนิด ตามความต้องการของเกษตรกร

กเวซานซึ่งได้รับการอนุมัติให้นำเข้าแรงงานตามฤดูกาลจากกระทรวงยุติธรรมไปเมื่อปลายเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ณ ตอนนี้กำลังเตรียมข้อตกลงทางธุรกิจกับหน่วยงานจัดหางานของประเทศเหล่านี้ คาดว่าจะมีการตัดสินใจขั้นสุดท้ายในไม่ช้านี้

แรงงานตามฤดูกาล

เมื่อข้อตกลงทางธุรกิจเสร็จสิ้นลง จะมีการลงนามในสัญญาจ้างแรงงานกับเกษตรกร และจะนำแรงงานเข้ามาโดยปฏิบัติตามระยะเวลากักตัว 10 วันก่อนที่จะนำเข้าสู่พื้นที่การเกษตร

ตั้งแต่ปลายปีที่แล้ว กเวซานได้ค้นหาประเทศที่สามารถส่งกำลังคนได้ ก่อนจะเลือกประเทศไทยและกัมพูชาซึ่งมีการป้องกันโควิด-19 ค่อนข้างคงที่

กเวซานเริ่มโครงการนำเข้าแรงงานตามฤดูกาลนำร่องเป็นครั้งในเกาหลีเมื่อปี 2015 โดยมีการนำเข้าทรัพยากรบุคคลจากเมืองเจียน มณฑลจี๋หลิน ประเทศจีน และกัมพูชาทุกปี เพื่อช่วยเหลือเกษตรกรที่ประสบปัญหาการขาดแคลนแรงงาน

เมื่อตอนที่มีการเปิดตัวครั้งแรกในปี 2015 มีการนำเข้าเพียง 19 คน แต่เพิ่มขึ้นเป็น 160 ระหว่างปี 2016 ถึง 2019 ซึ่งมีส่วนช่วยในการช่วยเหลือคนงานในชนบทที่ไม่เพียงพอ

แรงงานตามฤดูกาล

อย่างไรก็ตาม เนื่องจากผลกระทบจากโควิด-19 ยังคงดำเนินต่อไปในปี 2020 อุปทานและอุปสงค์ของกำลังคนจึงถูกระงับ ส่งผลให้เกษตรได้รับความยากลำบากมากขึ้น

ปีที่แล้ว คนงานจากอุซเบกิสถานมีกำหนดจะเข้ามา แต่จำนวนผู้ป่วยที่ได้รับการยืนยันจากประเทศต้นทางยังคงไม่สามารถควบคุมได้ ทำให้พวกเขาต้องถูกยกเลิกการเดินทางเข้าไปก่อน

กเวซานได้ทำการสำรวจความต้องการแรงงานจากแต่ละครัวเรือนที่ทำฟาร์มก่อนแรงงานจะมาถึง พบว่าฟาร์ม 69 แห่งต้องการนำเข้าแรงงานตามฤดูกาลจำนวนกว่า 240 คน

เจ้าหน้าที่เมืองกเวซานกล่าวว่า “การแนะนำแรงงานตามฤดูกาลเข้ามาจะเป็นประโยชน์ต่อพื้นที่เกษตรกรรมที่ขาดแคลนแรงงานเป็นอย่างมาก”

แรงงานตามฤดูกาลเป็นระบบที่นำมาใช้เพื่อรองรับการขาดแคลนแรงงานในช่วงฤดูเกษตรกรรมที่วุ่นวาย และเกษตรกรจะสามารถจ้างแรงงานต่างชาติได้ตามกฎหมายนานถึง 3 เดือนด้วยวีซ่าการจ้างงานระยะสั้น (วีซ่าประเภท C-4)

ขอบคุณที่มา: แหล่งข่าว

อนุมัติแล้วแรงงานตามฤดูกาล ‘เพิ่มยอด 216% จากปีก่อน’

กระทรวงยุติธรรมประกาศเมื่อวันที่ 25 ก.พ. 2022 ว่าได้ตัดสินใจที่จะนำเข้าแรงงานตามฤดูกาล 11,550 คนในช่วงครึ่งแรกของปีนี้เพื่อแก้ปัญหาการขาดแคลนกำลังคนในพื้นที่ชนบท

แรงงานตามฤดูกาล

กระทรวงยุติธรรมได้จัดประชุม ณ ศูนย์โซลโกลด์เบอเซ็นเตอร์ (Seoul Global Center) ในเมืองจงโนกู กรุงโซล และยืนยันจำนวนแรงงานต่างชาติตามฤดูกาล ซึ่งจะเป็นการเพิ่มการนำเข้าถึง 216% จากเดิมเพียงแค่ 5,342 คนที่ได้รับมอบหมายในช่วงครึ่งแรกของปีที่แล้ว

นอกจากนี้จำนวน MOU ที่ลงนามระหว่างรัฐบาลท้องถิ่นในประเทศและต่างประเทศก็เพิ่มขึ้นอย่างมากจาก 16 ฉบับในปีที่แล้ว (543 รายการ) เป็น 65 ฉบับในปีนี้

แรงงานตามฤดูกาล

เมื่อวันที่ 11 ก.พ. กระทรวงยุติธรรมได้รับใบสมัครจากรัฐบาลท้องถิ่น 88 แห่งทั่วประเทศ (3,575 ครัวเรือนเกษตรกรรมและประมง รวมทั้ง 44 องค์กร) ในช่วงครึ่งปีแรก

เกษตรกร ชาวประมง และรัฐบาลท้องถิ่นที่พลาดการสมัครในครั้งนี้จะได้รับใบสมัครภายในเดือนมิถุนายน 2022 อีกครั้ง โดยจะได้รับมอบหมายผ่านสภาการจัดสรรแรงงานตามฤดูกาล ซึ่งมีกำหนดจะจัดขึ้นในต้นเดือนกรกฎาคม

แรงงานตามฤดูกาล

กระทรวงยุติธรรมได้หาวิธีปรับปรุงระบบโดยปรับปรุงระบบแรงงานตามฤดูกาลเพื่อแก้ปัญหากำลังคนในหมู่บ้านเกษตรกรรมและหมู่บ้านประมง และประชุมหารือกับกระทรวงที่เกี่ยวข้องหลายครั้ง

กระทรวงยุติธรรมกล่าวว่า “เราจะร่วมมือกับกระทรวงที่เกี่ยวข้องต่อไปเพื่อแก้ปัญหาการขาดแคลนแรงงานที่รุนแรงขึ้นในหมู่บ้านเกษตรกรรมและประมง และสนับสนุนกำลังคนที่จำเป็นอย่างแข็งขันเพื่อมีส่วนร่วมในการทำงานตามฤดูกาล”

แรงงานตามฤดูกาล

ขอบคุณที่มา: แหล่งข่าว

เมืองกเวซานฟื้นฟูนำเข้า แรงงานตามฤดูกาล เล็งไทย&กัมพูชา

เมืองกเวซาน (괴산군, 충청북도)ประกาศเมื่อวันที่ 23 ก.พ. 2022 ว่าจะกลับมารับ แรงงานตามฤดูกาล อีกครั้งเพื่อแก้ปัญหาการขาดแคลนแรงงานในชนบท ซึ่งเดิมทีโครงการได้ถูกระงับไปเนื่องจากการแพร่ระบาดของโควิด19

ก่อนหน้านี้เมืองกเวซานได้ร่วมลงนามความเข้าใจ MOU นำเข้าแรงงานจาก 2 ประเทศหลัก ได้แก่ ไทยและกัมพูชา และแรงงานตามฤดูกาลจะส่งไปสนับสนุนตามฟาร์มที่ประสบปัญหาในการจัดหากำลังคน

แรงงานตามฤดูกาล

แผนการนำเข้าแรงงานต่างชาติตามฤดูกาลจะได้รับการแนะนำให้เดินทางเข้ามา 2 ช่วง ในช่วงแรกจะเป็นในช่วงเดือนมิถุนายน-ตุลาคม และช่วงที่สองจะเข้ามาในช่วงเดือนกรกฎาคม-พฤศจิกายน ช่วงเวลาทั้งหมดนี้เป็นไปตามเวลาของช่วงทำการเกษตรของแต่ละพืชผล ซึ่งก็สะท้อนถึงความต้องการแรงงานของเกษตรกรในแต่ละช่วง

แรงงานตามฤดูกาลที่เดินทางเข้าเกาหลีจะต้องเซ็นสัญญาจ้างงานร่วมกันระหว่างแรงงานกับชาวนาหลังจากที่ได้รับอนุมัติจากกระทรวงยุติธรรมแล้ว และหลังจากนั้นเมื่อเดินทางเข้าเกาหลีใต้ก็จะต้องกักตัวเองเป็นเวลา 10 วันก่อนถูกส่งไปสนับสนุนตามฟาร์มต่างๆ

เมืองกเวซานได้ให้การสนับสนุนเกษตรกรที่ประสบปัญหาการขาดแคลนแรงงานด้วยการแนะนำแรงงานตามฤดูกาลจากต่างประเทศเข้ามาทุกปี นับตั้งแต่ที่เมืองกุนซานเปิดตัวโครงการนำร่องแรงงานตามฤดูกาลครั้งแรกของประเทศในปี 2015

แรงงานตามฤดูกาล

จำนวนแรงงานต่างชาติตามฤดูกาลที่ได้เดินทางเข้าเกาหลีใต้เพิ่มขึ้นจากเดิมที่รับเข้ามาเพียง 19 คนในปี 2015 เพิ่มเป็น 160 คนในปี 2019 ท่ามกลางการตอบสนองอย่างฉับพลันตามฟาร์มต่างๆ ที่ขาดกำลังคน

อย่างไรก็ตาม เนื่องจากสถานการณ์โควิด19 จึงทำให้ต้องหยุดการนำเข้าแรงงาน แต่เกษตรกรกลับพบกับปัญหาขาดกำลังคนต่อเนื่องรุนแรงขึ้น

เมืองกเวซานจึงได้กลับมาผลักดันให้มีการนำเข้าแรงงานต่างชาติตามฤดูกาลในปีที่แล้ว แต่กลับถูกยกเลิกไปก่อนวันเดินทางมา เนื่องจากจำนวนผู้ป่วยที่ได้รับการยืนยันจากประเทศต้นทางที่จัดส่งแรงงานมานั่นเอง

ในปีนี้จะยังคงเดินหน้านำเข้าแรงงานต่อเนื่องจากปีที่แล้วที่ต้องชะงักไป โดยได้มีการเจรจาอย่างต่อเนื่องกับทางประเทศไทยและประเทศกัมพูชา ซึ่งเป็นประเทศการจ้างงานที่ค่อนข้างมีเสถียรภาพและอยู่ในขั้นตอนการลงนามในข้อตกลงทางธุรกิจ

จากผลการสำรวจอุปสงค์ก่อนหน้านี้โดยเมืองกเวซาน พบว่าฟาร์มกว่า 69 แห่งในเมืองต้องการแรงงานต่างชาติตามฤดูกาลกว่า 240 คน

แรงงานตามฤดูกาล

ดังนั้นคาดว่าเมืองกเวซานจะมีส่วนร่วมในอุปทานและอุปสงค์ของการนำเข้ากำลังคนมายังชนบทในช่วงฤดูการทำฟาร์มที่กำลังจะเริ่มขึ้นในเร็วๆ นี้ โดยจะคำนึงถึงความต้องการของครัวเรือนที่ทำฟาร์มให้มากที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ ไปพร้อมๆ กับการปฏิบัติตามแนวทางการควบคุมโรคระบาดโควิด19

เจ้าหน้าที่จากเมืองกเวซานเผย “เราจะเตรียมการอย่างละเอียดถี่ถ้วนไว้ล่วงหน้า เพื่อให้การนำเข้าแรงงานตามฤดูกาลสามารถเป็นประโยชน์ต่อพื้นที่เกษตรกรรมที่ขาดแคลนกำลังคน”

ขอบคุณที่มา: แหล่งข่าว

เล็งให้วีซ่าถาวรต่อแรงงานในชนบท ขยายโอกาสต่างชาติปักหลักในเกาหลีใต้

รัฐบาลเกาหลีได้ประกาศเตรียมเปลี่ยนระบบการให้วีซ่าแรงงานต่างชาติตามฤดูกาล เล็งแรงงานต่างชาติที่อยู่ภายในประเทศเกาหลีใต้เป็นกลุ่มเป้าหมาย เนื่องจากขาดแคลนแรงงานในประเทศ

วีซ่าถาวร

วันนี้ทางด้านกระทรวงยุติธรรมและกระทรวงการเกษตร อาหารและกิจการชนบท ได้มีการปรึกษาหารือกันถึงระบบแรงงานต่างชาติฤดูกาลก่อนมีประกาศถึงการเตรียมแผนการเปลี่ยนระบบการให้วีซ่าแรงงานตามฤดูกาลใหม่ โดยแบ่งกลุ่มเป้าหมายออกเป็น 4 กลุ่ม อาทิ กลุ่มนักเรียนต่างชาติ (รวมทั้งนักเรียนที่มาเรียนภาษา), กลุ่มผู้ลี้ภัยชาวอัฟกานิสถานที่ได้รับวีซ่าพิเศษในช่วงสถานการณ์ความไม่มั่นคงในประเทศ, กลุ่มผู้ถือวีซ่า H-2, กลุ่มผู้ถือวีซ่า D-1, D-10 เป็นต้น โดยจะมีการเริ่มดำเนินการตั้งแต่วันที่ 1 มกราคมปีหน้าเป็นต้นไป

วีซ่าถาวรรัฐบาลได้เพิ่มผลประโยชน์ให้กับผู้ที่สมัครวีซ่าแรงงานตามฤดูกาล หากทำงานดีและเป็นที่ต้องการของผู้จัดจ้าง ผู้นั้นจะสามารถได้รับสิทธิ์กลับเข้ามาใหม่ได้ผ่านระบบ Re-entry นอกจากนั้นมีการกล่าวถึงผู้ถือวีซ่า E-8 ที่เข้าประเทศเกาหลีใต้และมีประวัติเข้า-ออก เพื่อทำงานในเกาหลีติดต่อกัน 5 ปีก็ถือว่ามีสิทธิ์ได้รับวีซ่าชำนาญการด้านการเกษตรและการประมงประเภทวีซ่า E-7-5 ด้วย นอกจากนั้นหากมีคุณสมบัติเพียงพอและรายได้ถึงเกณฑ์ก็มีสิทธิ์ได้รับวีซ่าอาศัยถาวรในเกาหลีใต้ในพื้นที่ชนบทได้

เนื่องจากปัญหาขาดแคลนแรงงานในชนบทที่ทวีความรุนแรงมากขึ้น ทางรัฐบาลจึงได้เห็นความสำคัญในการส่งเสริมให้เกษตรกรทำชนบทและหมู่บ้านการประมงให้สามารถจ้างแรงงานต่างชาติได้สูงถึง 9-12 คน โดยมีการปรับเปลี่ยนกฎเรื่องประเภทงานเกษตรที่เดิมทีบางงานเกษตรไม่สามารถจ้างงานแรงงานต่างชาติได้ แต่จากนี้ไปจะไม่มีข้อจำกัดใดๆ ในด้านประเภทงานเกษตรอีก งานเกษตรทุกประเภทจะสามารถจัดจ้างแรงงานต่างชาติได้อย่างถูกกฎหมาย

วีซ่าถาวร

อย่างไรก็ตาม ด้วยความพยายามที่จะลดปัญหาการโดดวีซ่าหลังจากเดินทางเข้าประเทศ ทางรัฐบาลจะมีการตั้งระบบคืนเงินมัดจำค่าแนะนำงาน จะเป็นการทำสัญญา MOU ร่วมกันกับรัฐบาลท้องถิ่นก่อนที่จะมีการจัดส่งแรงงานเข้ามายังเกาหลีใต้ และหากพบว่าหลังแรงงานต่างชาติเข้ามาในเกาหลีแล้วแอบหนีวีซ่าเงินมัดจำค่าแนะนำงานที่ทำไว้จะถือว่าศูนย์เปล่า และผู้นั้นจะมีความผิดตามกฎหมายแรงงานทันที อีกทั้งจะมีการลงโทษนายจ้างที่ฝ่าฝืนกฎหมายการจ้างแรงงานที่ไม่มีวีซ่าที่ถูกต้องตามกฎหมายอีกด้วย

ขอบคุณที่มาจาก : แหล่งข่าว

อยากไปทำงานในฐานะ แรงงานตามฤดูกาลแล้ว

 

ชาวนากลุ่มหนึ่งออกมารวมตัวกันประท้วงในเมืองแห่งหนึ่งในฟิลิปปินส์ พวกเขาเรียกร้องขอให้รัฐบาลอนุญาตให้พวกเขาได้ไปทำงานในพื้นที่ชนบทในประเทศเกาหลีใต้

ประชาชน 1,000 คน ประท้วงที่หน้าศูนย์การประชุมในตาร์ลัก, เกาะลูซอน, ประเทศฟิลิปปินส์

มีการเขียนป้ายเป็นภาษาเกาหลีว่า ‘양구에서 일하고 싶다.’ ซึ่งคนเหล่านี้เป็นชาวนาที่เคยทำงานเป็นแรงงานตามฤดูกาลในยางกู, คังวอนโด (강원도 양구)

แรงงานตามฤดูกาล

[Nelson Lampa / ชาวนาในเมืองทาร์ลัก , ประเทศฟิลิปปินส์]
“ฉันเคยเป็นแรงงานตามฤดูกาลในยางกู, คังวอนโด ตั้งแต่ปี 2017 จนถึงปีที่แล้ว ฉันเองก็เคยไปเกาหลีมาแล้วกว่า 5 ครั้ง ประสบการณ์ของฉันในเกาหลีช่วยฉันได้มาก มันเป็นประโยชน์อย่างยิ่งหากได้กลับไปอรกฉันจะได้เข้าไปหาเงินและหาประสบการณ์เพิ่มเติมด้วย ในการทำฟาร์มนั้นก็ถือว่าเป็นเรื่องดีสำหรับฉัน เพราะฉันได้เรียนรู้หลายอย่างในเกาหลี ฉันหวังว่ารัฐบาลเกาหลีใต้, กระทรวงต่างประเทศ, และผู้ว่าการทาร์ลัก จะช่วยเราเริ่มสนับสนุนโปรแกรมแรงงานตามฤดูกาลรอบใหม่นี้ด้วย

พวกเขาประท้วงเพราะพวกเขาไม่สามารถเดินทางไปเกาหลีได้เป็นเวลากว่า 2 ปีติดต่อกันแล้ว เพราะสถานการณ์โควิด -19

แรงงานตามฤดูกาล

[Amel della Cruz / ชาวนาในทาร์ลัก ประเทศฟิลิปปินส์]
“ ฉันทำงานในเกาหลีเพื่อหาเลี้ยงครอบครัว ตัวฉันเองอยากจะทำงานที่เกาหลีเพื่อจะได้ค้ำจุนครอบครัวที่ยากจนในประเทศตัวเอง ได้โปรดช่วยให้ฉันได้กลับไปทำงานที่เกาหลีอีกครั้งเถอะ แม้ว่าการทำงานในไร่ในสวนที่เกาหลีนั้นยากลำบากแต่ฉันก็ยังอยากจะกลับไปเกาหลีอยู่ดี เพื่อช่วยเหลือครอบครัวของฉัน”

พวกเขามักจะได้รับการฝึกอบรมในเมืองทาร์ลักก่อนจะถูกส่งมายังเกาหลี ซึ่งเจ้าหน้าที่ของรัฐกล่าวว่าพวกเขาจะต้องมีการปฏิบัติตามแนวทางการกักกันของรัฐบาลเกาหลีอย่างเคร่งครัดแม้จะเป็นแรงงานตามฤดูกาลที่กลับเข้าประเทศก็ตาม แต่ความต้องการที่อยากจะกลับเข้าอีกครั้งแม้เป็นตามแบบเคร่งครัดกฎก็ยังถูกมองข้าม

Maria Leigh / เจ้าหน้าที่ของเมืองทาร์ลัก (เจ้าหน้าที่โครงการแรงงานตามฤดูกาล)
“เรากำลังดำเนินโครงการส่งชาวนาไปยังยางกู เมืองนี้ต้องการแรงงานเนื่องจากโควิด -19 จึงขาดแคลนแรงงาน ทำให้มีความต้องการแรงงานตามฤดูกาลสูง และทางเรากำลังยื่นเรื่องขอให้แรงงานตามฤดูกาลเข้าไปทำงานในเมืองยางกู ซึ่งทางเมืองเองก็ต้องการแรงงานตามฤดูกาลเช่นกัน และเกษตรกรเองก็จะต้องปฏิบัติตามกฎของรัฐบาลเกาหลี”

แรงงานตามฤดูกาล

รัฐบาลท้องถิ่นทาร์ลัก ยังให้การสนับสนุนระบบแรงงานตามฤดูกาลแถมยังให้ความช่วยเหลือทางการเงินได้อย่างดีเยี่ยมต่อพลเมืองทาร์ลัก อีกต่างหาก

ในระบบแรงงานตามฤดูกาลเมื่อก่อนหน้านี้ จำเป็นต้องมีการรับประกันจากรัฐบาลกลางก่อน แต่ได้มีการเปลี่ยนแปลงเพื่อให้สามารถจัดส่งแรงงานตามฤดูกาลได้เป็นการเฉพาะโดยมีเพียงการค้ำประกันจากรัฐบาลท้องถิ่นเท่านั้น

ประเทศไทยยังมีโอกาสที่จะส่งชาวนาโดยใช้ระบบแรงงานตามฤดูกาลอยู่ และในหลายประเทศรัฐบาลท้องถิ่นทั้งสองประเทศต่างก็ได้ใช้ระบบแรงงานตามฤดูกาลผ่านการทำ MOU แล้ว

เราหวังว่ารัฐบาลท้องถิ่นในประเทศไทยจะหันมาให้ความสนใจกับระบบแรงงานตามฤดูกาลในเกาหลีและนำระบบแรงงานตามฤดูกาลเข้ามาปรับใช้อย่างรวดเร็ว

แรงงานตามฤดูกาล

ขอบคุณที่มาจาก : แหล่งข่าว

อนุมัติแรงงานตามฤดูกาลอยู่ยาว 13 เดือน! “วีซ่าไหนได้สิทธิ์บ้างไปดู!”

 

รัฐบาลเกาหลีอนุญาตให้ชาวต่างชาติที่อาศัยอยู่ในเกาหลีชั่วคราวแต่ไม่สามารถหางานได้เนื่องจากปัญหาวีซ่า สามารถเปลี่ยนสถานะเป็นแรงงานตามฤดูกาลและทำงานตามหมู่บ้านเกษตรกรรมต่างๆได้

เมื่อวันที่ 15 กุมภาพันธ์กระทรวงยุติธรรม (법무부) ประกาศว่าจะใช้ระบบแรงงานต่างชาติตามฤดูกาลกับต่างชาติที่พำนักอยู่ในเกาหลี

โดยมีเป้าหมายเป็นชาวต่างชาติ 79,000 คนซึ่งรวมถึงผู้ถือวีซ่าต่อไปนี้ วีซ่า 방문동거 F-1 , วีซ่า 동반자격 F-3 ที่ไม่ได้รับอนุญาตให้หางาน และวีซ่า H-2 และวีซ่า E-9 ที่ไม่สามารถเดินทางออกนอกประเทศได้เนื่องจากสถานการณ์ COVID-19

ภายใต้ระบบข้างต้นชาวต่างชาติที่เลือกทำงานตามฤดูกาลสามารถสมัครทำงานในฐานะแรงงานตามฤดูกาลได้นานถึง 13 เดือน ตั้งแต่วันที่ 2 มีนาคมถึง 31 มีนาคมปีหน้าเลยทีเดียว

แรงงานตามฤดูกาล

กระทรวงยุติธรรมกล่าว
“ทางเราพิจารณาถึงสถานการณ์ที่แรงงานต่างชาติรายใหม่เข้ามาในประเทศตามฤดูกาลได้ยากเนื่องจากโควิด -19 ที่ยืดเยื้อในช่วงเวลาที่การขาดแคลนคนงานในเกษตรกรรมและหมู่บ้านชาวประมงกำลังรุนแรงขึ้นจึงได้มีระบบนี้ออกมาบรรเทาทุกข์”

สำหรับชาวเกาหลีเชื้อสายต่างชาติและชาวต่างชาติที่มีสิทธิ์ในการสมัครเป็นแรงงานตามฤดูกาลในเกาหลีเป็นเวลานานกว่า 90 วัน พวกเขาจะได้รับสิทธิประโยชน์ต่างๆ เช่น การลดความซับซ้อนของขั้นตอน และการยกเว้นค่าธรรมเนียม และคะแนนเพิ่มเติมเมื่อกลับเข้าประเทศและเปลี่ยนวีซ่า

ในขณะเดียวกันกระทรวงยุติธรรมได้มีการประชุมมอบหมายแรงงานตามฤดูกาลครึ่งปีแรกกับกระทรวงที่เกี่ยวข้องเมื่อวันที่ 5 กุมภาพันธ์และกล่าวว่าจะจัดสรรแรงงานตามฤดูกาลทั้งหมด 4,631 คนเพื่อช่วยเหลือการขาดแคลนแรงงานครั้งนี้

แรงงานตามฤดูกาล

ขอบคุณที่มาจาก: แหล่งข่าว

โพฮังรับแรงงานตามฤดูกาล 90 คน E-9 และ F-1 ได้รับเลือก!!

 

เมืองโพฮัง, คย็องซังบุกโด ที่ขึ้นชื่อเรื่องควาเมกิ หรือ ปลาตากแห้งในฤดูแล้ง กำลังผลักดันให้มีระบบการทำงานตามฤดูกาลของชาวต่างชาติ เนื่องจากไม่มีกำลังคนในหมู่บ้านชาวประมง

과메기: ปลาควาเมกิที่นำมาตากแห้งครึ่งตัว

 

ตามรายงานของเมืองโพฮังเมื่อวันที่ 17 ตุลาคม 2017 มีประวัติการให้ญาติของหญิงอพยพที่แต่งงานแล้วในโพฮังเข้ามาทำงานในเกาหลีเพื่อแก้ไขปัญหาการขาดแคลนกำลังคนในหมู่บ้านชาวประมง และนั่นก็เริ่มเป็นการเปิดโอกาสให้สตรีอพยพที่แต่งงานแล้วได้พบกับครอบครัวอีกด้วย

 

แรงงานตามฤดูกาล

 

แต่อย่างไรก็ตามในปีนี้ แรงงานตามฤดูกาลเดินทางเข้าประเทศได้ยากเนื่องจากการแพร่ระบาดของ COVID-19 อย่างต่อเนื่อง และการระงับเที่ยวบินหรือค่าใช้จ่ายในการแยกกักตัวหลังเดินทางเข้าประเทศ

แต่ในการตอบสนองของเมืองโพฮังนั้นดูเหมือนว่าจะมีการตัดสินใจที่จะใช้แรงงานต่างชาติ E-9 และ F-1 เป็นแรงงานตามฤดูกาลแทนการเชิญญาติของหญิงอพยพที่แต่งงานแล้วเข้ามาทำงาน

ทางเมืองโพฮังรับแรงงานต่างชาติตามฤดูกาล 90 คนไว้ให้เข้ามาทำงานในอุตสาหกรรมการอบแห้งผลิตภัณฑ์ทางทะเล โดยมีการขยายเวลาพำนักให้ 90 ถึง 150 วัน และเริ่มทำงานตั้งแต่วันที่ 31 ต.ค.นี้เป็นต้นไป

 

แรงงานตามฤดูกาล

 

แรงงานตามฤดูกาลทุกคนจะได้รับค่าจ้างสูงกว่าค่าจ้างขั้นต่ำพร้อมมีบริการที่พักและอาหารฟรี

 

จองจงย็อง เจ้าหน้าที่เมืองโพฮังกล่าว

“ในปีนี้เรามีความกังวลอย่างมากตามหมู่บ้านชาวประมง เพราะการนำเข้าแรงงานตามฤดูกาลจากต่างประเทศเป็นเรื่องยาก แต่กระทรวงยุติธรรมอนุญาตให้ชาวต่างชาติ F-1 และ E-9 สามารถทำงานได้ชั่วคราวซึ่งนี่ดูเหมือนจะช่วยบรรเทาการขาดแคลนกำลังคนได้ในช่วงนี้”

 

แรงงานตามฤดูกาล

 

ขอบคุณที่มาจาก: แหล่งข่าว

กลับบ้านไม่ได้! รับสมัครเป็นแรงงานตามฤดูกาล

 

เนื่องจากการแพร่ระบาดของ COVID-19 แรงงานต่างชาติที่ไม่สามารถกลับบ้านจะได้รับอนุญาตให้ทำงานในฐานะแรงงานตามฤดูกาลได้เป็นเวลา 3 เดือน

กระทรวงการจ้างงานและแรงงาน (고용노동부) กล่าวเมื่อวันที่ 23 ส.ค.

“แม้ระยะเวลาการจ้างงานในเกาหลีของแรงงานต่างชาติหลายคนจะหมดลงแล้ว แต่แรงงานต่างชาติที่ไม่สามารถเดินทางออกนอกประเทศได้เพราะการแพร่ระบาดของโควิด -19 นั้นจะได้รับโอกาสในการทำงานในฐานะแรงงานตามฤดูกาลได้นานถึง 3 เดือน”

 

แรงงานตามฤดูกาล

 

[กลุ่มเป้าหมายในการสนับสนุน]

– แรงงาน E-9 ที่จะสิ้นสุดการพักระหว่างวันที่ 14 เมษายน – 31 สิงหาคม

– แรงงานต่างชาติที่พำนักในเกาหลีอย่างถูกกฎหมายภายใน 50 วัน หลังจากได้รับการขยายระยะเวลาการพำนัก (체류기간연장을받은지 50 일이내) จากกระทรวงยุติธรรมหรือผู้ที่ไม่ได้ถูกระงับไม่ให้เดินทางออกจากเกาหลีใต้ (출국기한유예를받고합법적으로으로 하는자)

 

[วิธีการสมัคร]

– สามารถเข้าไปสมัครได้ที่ (www.eps.go.kr) ตั้งแต่วันที่ 24 สิงหาคม – 7 กันยายน นี้ หรือ

– เดินทางไปที่ศูนย์จัดหางานเพื่อสมัครได้โดยตรง

 

หลังการสมัครพวกเขาจะถูกกำหนดให้ไปยังพื้นที่ชนบทที่มีกำลังคนไม่เพียงพอในฐานะแรงงานตามฤดูกาล และสิทธิ์ในการเข้าพักจะเปลี่ยนเป็นวีซ่าประเภท G-1 ให้ชั่วคราว

ทุกคนจะได้รับการยกเว้นการเปลี่ยนวีซ่าซึ่งปกติจะมีค่าธรรมเนียม 220,000 วอนซึ่งจำเป็นในการเปลี่ยนแปลงคุณสมบัติการเข้าพัก

กระทรวงการจ้างงานและแรงงานกล่าว.

“นี่ถือเป็นมาตรการที่สามารถแก้ปัญหาทั้งการดำรงชีวิตของแรงงานต่างชาติที่ไม่สามารถออกจากเกาหลีใต้ได้และยังช่วยในการแก้ปัญหาการขาดแคลนแรงงานในพื้นที่ชนบทด้วย”

นอกจากนี้กระทรวงการจ้างงานและแรงงานยังมีการให้ข้อมูลการกู้เงินให้แก่แรงงานต่างชาติที่สิ้นสุดการทำงานแล้ว (เนื่องจากโควิดทำให้เดินทางกลับไม่ได้)

 

แรงงานตามฤดูกาล

 

นี่ถือเป็นเงินกู้ช่วยชีวิตที่มีหลักประกันจากเงินประกันการเดินทางกลับ (출국만기보험) แอดมินขออนุญาตนำข้อมูลที่ถูกแปลแล้วจากผู้รับผิดชอบโครงการมาบอกกล่าวเป็นไปตามข้อความล่างนี้

 

แรงงานตามฤดูกาล

 

[คำแนะนำสำหรับการขอกู้ยืมเงินจากประกันการสิ้นสุดการกลับประเทศ (เทจิกกึม)]

□ กลุ่มเป้าหมาย

○ แรงงานต่างชาติที่สิ้นสุดระยะเวลาการจ้างงานตั้งแต่วันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2563 จนถึงปัจจุบัน
โดยได้รับผลกระทบต่างๆจากสถานการณ์แพร่ระบาดของไวรัสโคโรนา 19 เช่น
การจำกัดสายการบินน้อยลงทำให้เกิดปัญหาการเดินทางกลับประเทศเป็นต้น (วีซ่า E-9, วีซ่า H-2)

* กรณีที่เจ็บป่วย/บาดเจ็บที่ต้องใช้เวลาเพื่อการรักษาเป็นเวลาต่อเนื่องมากกว่า 4 สัปดาห์,
หรือกรณีสถานประกอบการปิดกิจการ,หยุดกิจการชั่วคราว,ยกเลิกการจ้างงานและด้วยเหตุผลอื่นๆ
ที่ได้รับการเห็นชอบว่าไม่สามารถจะปฏิบัติงานที่สถานประกอบการได้อีกต่อไปถือว่าเป็นเงื่อนไขในการขอกู้เงิน
ได้

* ข้อมูลอ้างอิง : คำสั่งและปฏิบัติงานจากกระทรวงแรงงานและการจ้างงาน(เจ้าหน้าที่ฝ่ายแรงงานต่างชาติ-2219 :
2020.07.17)และคำสั่งเพิ่มเติมดำเนินงานการให้กู้ยืมเงินจากประกันการสิ้นสุดการกลับประเทศ(เทจิกกึม)
เพื่อการดำรงชีวิตแก่แรงงานต่างชาติ

□ ระยะเวลาการยื่นขอกู้

○ ตั้งแต่ออกจากงานไปจนถึงกำหนดการแจ้งเดินทางกลับประเทศของตน

* เดิมทีเป็นเงื่อนไขการขอเงินประกันคืนสำหรับผู้ที่เปลี่ยนสถานประกอบการแต่ไม่เกิน 4 เดือน

□ วงเงินการอนุมัติกู้ยืม : สามารถกู้ยืมได้ไม่เกิน 50 %
จากยอดเงินสะสมจากประกันสิ้นสุดการกลับประเทศของตน

□ อัตราดอกเบี้ยเงินกู้ : 3% ต่อปี

* ดอกเบี้ยเงินฝากสะสมเงินประกันสิ้นสุดการกลับประเทศ(เทจิกกึม)ปกติจะได้รับดอกเบี้ย 1.5% ต่อปี,
ดังนั้นเท่ากับว่าจ่ายดอกเบี้ยจริงสำหรับการกู้เงินครั้งนี้ แค่1.5% ต่อปี

□ สามารถชำระคืนได้ทันทีในระยะเวลาการกู้ยืมและยกเว้นค่าธรรมเนียมเมื่อปิดยอดก่อนการชำระคืน

○ ในกรณีที่ไม่ชำระเงินต้นพร้อมดอกเบี้ยเมื่อครบกำหนดการกู้ยืม, การชำระเงินต้นพร้อมดอกเบี้ยนั้น จะทำ
การหักจากเงินต้นพร้อมดอกเบี้ยจากยอดเงินประกันสะสมของเงินประกันสิ้นสุดการกลับประเทศ(เทจิกกึม)

□ เอกสารการยื่นขอกู้

○ ใบอนุญาตการขยายระยะเวลาการออกจากเกาหลี (ออกให้โดยกระทรวงยุติธรรม)

○ แบบคำร้องขอกู้ (แบบฟอร์มของบริษัทซัมซุงฮวาแจ)

○ สำเนาสมุดบัญชีธนาคาร

○ สำเนาหนังสือเดินทาง(หรือสำเนาบัตรต่างด้าว เป็นต้น

□ ติดต่อสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม : คอลเซนเตอร์ ประกันสำหรับแรงงานต่างชาติ บริษัทซัมซุงฮวาแจ
(☎1600-0266)

 

ขอบคุณที่มาจาก: แหล่งข่าว(1), แหล่งข่าว(2)