อยากไปทำงานในฐานะ แรงงานตามฤดูกาลแล้ว

 

ชาวนากลุ่มหนึ่งออกมารวมตัวกันประท้วงในเมืองแห่งหนึ่งในฟิลิปปินส์ พวกเขาเรียกร้องขอให้รัฐบาลอนุญาตให้พวกเขาได้ไปทำงานในพื้นที่ชนบทในประเทศเกาหลีใต้

ประชาชน 1,000 คน ประท้วงที่หน้าศูนย์การประชุมในตาร์ลัก, เกาะลูซอน, ประเทศฟิลิปปินส์

มีการเขียนป้ายเป็นภาษาเกาหลีว่า ‘양구에서 일하고 싶다.’ ซึ่งคนเหล่านี้เป็นชาวนาที่เคยทำงานเป็นแรงงานตามฤดูกาลในยางกู, คังวอนโด (강원도 양구)

แรงงานตามฤดูกาล

[Nelson Lampa / ชาวนาในเมืองทาร์ลัก , ประเทศฟิลิปปินส์]
“ฉันเคยเป็นแรงงานตามฤดูกาลในยางกู, คังวอนโด ตั้งแต่ปี 2017 จนถึงปีที่แล้ว ฉันเองก็เคยไปเกาหลีมาแล้วกว่า 5 ครั้ง ประสบการณ์ของฉันในเกาหลีช่วยฉันได้มาก มันเป็นประโยชน์อย่างยิ่งหากได้กลับไปอรกฉันจะได้เข้าไปหาเงินและหาประสบการณ์เพิ่มเติมด้วย ในการทำฟาร์มนั้นก็ถือว่าเป็นเรื่องดีสำหรับฉัน เพราะฉันได้เรียนรู้หลายอย่างในเกาหลี ฉันหวังว่ารัฐบาลเกาหลีใต้, กระทรวงต่างประเทศ, และผู้ว่าการทาร์ลัก จะช่วยเราเริ่มสนับสนุนโปรแกรมแรงงานตามฤดูกาลรอบใหม่นี้ด้วย

พวกเขาประท้วงเพราะพวกเขาไม่สามารถเดินทางไปเกาหลีได้เป็นเวลากว่า 2 ปีติดต่อกันแล้ว เพราะสถานการณ์โควิด -19

แรงงานตามฤดูกาล

[Amel della Cruz / ชาวนาในทาร์ลัก ประเทศฟิลิปปินส์]
“ ฉันทำงานในเกาหลีเพื่อหาเลี้ยงครอบครัว ตัวฉันเองอยากจะทำงานที่เกาหลีเพื่อจะได้ค้ำจุนครอบครัวที่ยากจนในประเทศตัวเอง ได้โปรดช่วยให้ฉันได้กลับไปทำงานที่เกาหลีอีกครั้งเถอะ แม้ว่าการทำงานในไร่ในสวนที่เกาหลีนั้นยากลำบากแต่ฉันก็ยังอยากจะกลับไปเกาหลีอยู่ดี เพื่อช่วยเหลือครอบครัวของฉัน”

พวกเขามักจะได้รับการฝึกอบรมในเมืองทาร์ลักก่อนจะถูกส่งมายังเกาหลี ซึ่งเจ้าหน้าที่ของรัฐกล่าวว่าพวกเขาจะต้องมีการปฏิบัติตามแนวทางการกักกันของรัฐบาลเกาหลีอย่างเคร่งครัดแม้จะเป็นแรงงานตามฤดูกาลที่กลับเข้าประเทศก็ตาม แต่ความต้องการที่อยากจะกลับเข้าอีกครั้งแม้เป็นตามแบบเคร่งครัดกฎก็ยังถูกมองข้าม

Maria Leigh / เจ้าหน้าที่ของเมืองทาร์ลัก (เจ้าหน้าที่โครงการแรงงานตามฤดูกาล)
“เรากำลังดำเนินโครงการส่งชาวนาไปยังยางกู เมืองนี้ต้องการแรงงานเนื่องจากโควิด -19 จึงขาดแคลนแรงงาน ทำให้มีความต้องการแรงงานตามฤดูกาลสูง และทางเรากำลังยื่นเรื่องขอให้แรงงานตามฤดูกาลเข้าไปทำงานในเมืองยางกู ซึ่งทางเมืองเองก็ต้องการแรงงานตามฤดูกาลเช่นกัน และเกษตรกรเองก็จะต้องปฏิบัติตามกฎของรัฐบาลเกาหลี”

แรงงานตามฤดูกาล

รัฐบาลท้องถิ่นทาร์ลัก ยังให้การสนับสนุนระบบแรงงานตามฤดูกาลแถมยังให้ความช่วยเหลือทางการเงินได้อย่างดีเยี่ยมต่อพลเมืองทาร์ลัก อีกต่างหาก

ในระบบแรงงานตามฤดูกาลเมื่อก่อนหน้านี้ จำเป็นต้องมีการรับประกันจากรัฐบาลกลางก่อน แต่ได้มีการเปลี่ยนแปลงเพื่อให้สามารถจัดส่งแรงงานตามฤดูกาลได้เป็นการเฉพาะโดยมีเพียงการค้ำประกันจากรัฐบาลท้องถิ่นเท่านั้น

ประเทศไทยยังมีโอกาสที่จะส่งชาวนาโดยใช้ระบบแรงงานตามฤดูกาลอยู่ และในหลายประเทศรัฐบาลท้องถิ่นทั้งสองประเทศต่างก็ได้ใช้ระบบแรงงานตามฤดูกาลผ่านการทำ MOU แล้ว

เราหวังว่ารัฐบาลท้องถิ่นในประเทศไทยจะหันมาให้ความสนใจกับระบบแรงงานตามฤดูกาลในเกาหลีและนำระบบแรงงานตามฤดูกาลเข้ามาปรับใช้อย่างรวดเร็ว

แรงงานตามฤดูกาล

ขอบคุณที่มาจาก : แหล่งข่าว

อนุมัติแรงงานตามฤดูกาลอยู่ยาว 13 เดือน! “วีซ่าไหนได้สิทธิ์บ้างไปดู!”

 

รัฐบาลเกาหลีอนุญาตให้ชาวต่างชาติที่อาศัยอยู่ในเกาหลีชั่วคราวแต่ไม่สามารถหางานได้เนื่องจากปัญหาวีซ่า สามารถเปลี่ยนสถานะเป็นแรงงานตามฤดูกาลและทำงานตามหมู่บ้านเกษตรกรรมต่างๆได้

เมื่อวันที่ 15 กุมภาพันธ์กระทรวงยุติธรรม (법무부) ประกาศว่าจะใช้ระบบแรงงานต่างชาติตามฤดูกาลกับต่างชาติที่พำนักอยู่ในเกาหลี

โดยมีเป้าหมายเป็นชาวต่างชาติ 79,000 คนซึ่งรวมถึงผู้ถือวีซ่าต่อไปนี้ วีซ่า 방문동거 F-1 , วีซ่า 동반자격 F-3 ที่ไม่ได้รับอนุญาตให้หางาน และวีซ่า H-2 และวีซ่า E-9 ที่ไม่สามารถเดินทางออกนอกประเทศได้เนื่องจากสถานการณ์ COVID-19

ภายใต้ระบบข้างต้นชาวต่างชาติที่เลือกทำงานตามฤดูกาลสามารถสมัครทำงานในฐานะแรงงานตามฤดูกาลได้นานถึง 13 เดือน ตั้งแต่วันที่ 2 มีนาคมถึง 31 มีนาคมปีหน้าเลยทีเดียว

แรงงานตามฤดูกาล

กระทรวงยุติธรรมกล่าว
“ทางเราพิจารณาถึงสถานการณ์ที่แรงงานต่างชาติรายใหม่เข้ามาในประเทศตามฤดูกาลได้ยากเนื่องจากโควิด -19 ที่ยืดเยื้อในช่วงเวลาที่การขาดแคลนคนงานในเกษตรกรรมและหมู่บ้านชาวประมงกำลังรุนแรงขึ้นจึงได้มีระบบนี้ออกมาบรรเทาทุกข์”

สำหรับชาวเกาหลีเชื้อสายต่างชาติและชาวต่างชาติที่มีสิทธิ์ในการสมัครเป็นแรงงานตามฤดูกาลในเกาหลีเป็นเวลานานกว่า 90 วัน พวกเขาจะได้รับสิทธิประโยชน์ต่างๆ เช่น การลดความซับซ้อนของขั้นตอน และการยกเว้นค่าธรรมเนียม และคะแนนเพิ่มเติมเมื่อกลับเข้าประเทศและเปลี่ยนวีซ่า

ในขณะเดียวกันกระทรวงยุติธรรมได้มีการประชุมมอบหมายแรงงานตามฤดูกาลครึ่งปีแรกกับกระทรวงที่เกี่ยวข้องเมื่อวันที่ 5 กุมภาพันธ์และกล่าวว่าจะจัดสรรแรงงานตามฤดูกาลทั้งหมด 4,631 คนเพื่อช่วยเหลือการขาดแคลนแรงงานครั้งนี้

แรงงานตามฤดูกาล

ขอบคุณที่มาจาก: แหล่งข่าว

โพฮังรับแรงงานตามฤดูกาล 90 คน E-9 และ F-1 ได้รับเลือก!!

 

เมืองโพฮัง, คย็องซังบุกโด ที่ขึ้นชื่อเรื่องควาเมกิ หรือ ปลาตากแห้งในฤดูแล้ง กำลังผลักดันให้มีระบบการทำงานตามฤดูกาลของชาวต่างชาติ เนื่องจากไม่มีกำลังคนในหมู่บ้านชาวประมง

과메기: ปลาควาเมกิที่นำมาตากแห้งครึ่งตัว

 

ตามรายงานของเมืองโพฮังเมื่อวันที่ 17 ตุลาคม 2017 มีประวัติการให้ญาติของหญิงอพยพที่แต่งงานแล้วในโพฮังเข้ามาทำงานในเกาหลีเพื่อแก้ไขปัญหาการขาดแคลนกำลังคนในหมู่บ้านชาวประมง และนั่นก็เริ่มเป็นการเปิดโอกาสให้สตรีอพยพที่แต่งงานแล้วได้พบกับครอบครัวอีกด้วย

 

แรงงานตามฤดูกาล

 

แต่อย่างไรก็ตามในปีนี้ แรงงานตามฤดูกาลเดินทางเข้าประเทศได้ยากเนื่องจากการแพร่ระบาดของ COVID-19 อย่างต่อเนื่อง และการระงับเที่ยวบินหรือค่าใช้จ่ายในการแยกกักตัวหลังเดินทางเข้าประเทศ

แต่ในการตอบสนองของเมืองโพฮังนั้นดูเหมือนว่าจะมีการตัดสินใจที่จะใช้แรงงานต่างชาติ E-9 และ F-1 เป็นแรงงานตามฤดูกาลแทนการเชิญญาติของหญิงอพยพที่แต่งงานแล้วเข้ามาทำงาน

ทางเมืองโพฮังรับแรงงานต่างชาติตามฤดูกาล 90 คนไว้ให้เข้ามาทำงานในอุตสาหกรรมการอบแห้งผลิตภัณฑ์ทางทะเล โดยมีการขยายเวลาพำนักให้ 90 ถึง 150 วัน และเริ่มทำงานตั้งแต่วันที่ 31 ต.ค.นี้เป็นต้นไป

 

แรงงานตามฤดูกาล

 

แรงงานตามฤดูกาลทุกคนจะได้รับค่าจ้างสูงกว่าค่าจ้างขั้นต่ำพร้อมมีบริการที่พักและอาหารฟรี

 

จองจงย็อง เจ้าหน้าที่เมืองโพฮังกล่าว

“ในปีนี้เรามีความกังวลอย่างมากตามหมู่บ้านชาวประมง เพราะการนำเข้าแรงงานตามฤดูกาลจากต่างประเทศเป็นเรื่องยาก แต่กระทรวงยุติธรรมอนุญาตให้ชาวต่างชาติ F-1 และ E-9 สามารถทำงานได้ชั่วคราวซึ่งนี่ดูเหมือนจะช่วยบรรเทาการขาดแคลนกำลังคนได้ในช่วงนี้”

 

แรงงานตามฤดูกาล

 

ขอบคุณที่มาจาก: แหล่งข่าว

กลับบ้านไม่ได้! รับสมัครเป็นแรงงานตามฤดูกาล

 

เนื่องจากการแพร่ระบาดของ COVID-19 แรงงานต่างชาติที่ไม่สามารถกลับบ้านจะได้รับอนุญาตให้ทำงานในฐานะแรงงานตามฤดูกาลได้เป็นเวลา 3 เดือน

กระทรวงการจ้างงานและแรงงาน (고용노동부) กล่าวเมื่อวันที่ 23 ส.ค.

“แม้ระยะเวลาการจ้างงานในเกาหลีของแรงงานต่างชาติหลายคนจะหมดลงแล้ว แต่แรงงานต่างชาติที่ไม่สามารถเดินทางออกนอกประเทศได้เพราะการแพร่ระบาดของโควิด -19 นั้นจะได้รับโอกาสในการทำงานในฐานะแรงงานตามฤดูกาลได้นานถึง 3 เดือน”

 

แรงงานตามฤดูกาล

 

[กลุ่มเป้าหมายในการสนับสนุน]

– แรงงาน E-9 ที่จะสิ้นสุดการพักระหว่างวันที่ 14 เมษายน – 31 สิงหาคม

– แรงงานต่างชาติที่พำนักในเกาหลีอย่างถูกกฎหมายภายใน 50 วัน หลังจากได้รับการขยายระยะเวลาการพำนัก (체류기간연장을받은지 50 일이내) จากกระทรวงยุติธรรมหรือผู้ที่ไม่ได้ถูกระงับไม่ให้เดินทางออกจากเกาหลีใต้ (출국기한유예를받고합법적으로으로 하는자)

 

[วิธีการสมัคร]

– สามารถเข้าไปสมัครได้ที่ (www.eps.go.kr) ตั้งแต่วันที่ 24 สิงหาคม – 7 กันยายน นี้ หรือ

– เดินทางไปที่ศูนย์จัดหางานเพื่อสมัครได้โดยตรง

 

หลังการสมัครพวกเขาจะถูกกำหนดให้ไปยังพื้นที่ชนบทที่มีกำลังคนไม่เพียงพอในฐานะแรงงานตามฤดูกาล และสิทธิ์ในการเข้าพักจะเปลี่ยนเป็นวีซ่าประเภท G-1 ให้ชั่วคราว

ทุกคนจะได้รับการยกเว้นการเปลี่ยนวีซ่าซึ่งปกติจะมีค่าธรรมเนียม 220,000 วอนซึ่งจำเป็นในการเปลี่ยนแปลงคุณสมบัติการเข้าพัก

กระทรวงการจ้างงานและแรงงานกล่าว.

“นี่ถือเป็นมาตรการที่สามารถแก้ปัญหาทั้งการดำรงชีวิตของแรงงานต่างชาติที่ไม่สามารถออกจากเกาหลีใต้ได้และยังช่วยในการแก้ปัญหาการขาดแคลนแรงงานในพื้นที่ชนบทด้วย”

นอกจากนี้กระทรวงการจ้างงานและแรงงานยังมีการให้ข้อมูลการกู้เงินให้แก่แรงงานต่างชาติที่สิ้นสุดการทำงานแล้ว (เนื่องจากโควิดทำให้เดินทางกลับไม่ได้)

 

แรงงานตามฤดูกาล

 

นี่ถือเป็นเงินกู้ช่วยชีวิตที่มีหลักประกันจากเงินประกันการเดินทางกลับ (출국만기보험) แอดมินขออนุญาตนำข้อมูลที่ถูกแปลแล้วจากผู้รับผิดชอบโครงการมาบอกกล่าวเป็นไปตามข้อความล่างนี้

 

แรงงานตามฤดูกาล

 

[คำแนะนำสำหรับการขอกู้ยืมเงินจากประกันการสิ้นสุดการกลับประเทศ (เทจิกกึม)]

□ กลุ่มเป้าหมาย

○ แรงงานต่างชาติที่สิ้นสุดระยะเวลาการจ้างงานตั้งแต่วันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2563 จนถึงปัจจุบัน
โดยได้รับผลกระทบต่างๆจากสถานการณ์แพร่ระบาดของไวรัสโคโรนา 19 เช่น
การจำกัดสายการบินน้อยลงทำให้เกิดปัญหาการเดินทางกลับประเทศเป็นต้น (วีซ่า E-9, วีซ่า H-2)

* กรณีที่เจ็บป่วย/บาดเจ็บที่ต้องใช้เวลาเพื่อการรักษาเป็นเวลาต่อเนื่องมากกว่า 4 สัปดาห์,
หรือกรณีสถานประกอบการปิดกิจการ,หยุดกิจการชั่วคราว,ยกเลิกการจ้างงานและด้วยเหตุผลอื่นๆ
ที่ได้รับการเห็นชอบว่าไม่สามารถจะปฏิบัติงานที่สถานประกอบการได้อีกต่อไปถือว่าเป็นเงื่อนไขในการขอกู้เงิน
ได้

* ข้อมูลอ้างอิง : คำสั่งและปฏิบัติงานจากกระทรวงแรงงานและการจ้างงาน(เจ้าหน้าที่ฝ่ายแรงงานต่างชาติ-2219 :
2020.07.17)และคำสั่งเพิ่มเติมดำเนินงานการให้กู้ยืมเงินจากประกันการสิ้นสุดการกลับประเทศ(เทจิกกึม)
เพื่อการดำรงชีวิตแก่แรงงานต่างชาติ

□ ระยะเวลาการยื่นขอกู้

○ ตั้งแต่ออกจากงานไปจนถึงกำหนดการแจ้งเดินทางกลับประเทศของตน

* เดิมทีเป็นเงื่อนไขการขอเงินประกันคืนสำหรับผู้ที่เปลี่ยนสถานประกอบการแต่ไม่เกิน 4 เดือน

□ วงเงินการอนุมัติกู้ยืม : สามารถกู้ยืมได้ไม่เกิน 50 %
จากยอดเงินสะสมจากประกันสิ้นสุดการกลับประเทศของตน

□ อัตราดอกเบี้ยเงินกู้ : 3% ต่อปี

* ดอกเบี้ยเงินฝากสะสมเงินประกันสิ้นสุดการกลับประเทศ(เทจิกกึม)ปกติจะได้รับดอกเบี้ย 1.5% ต่อปี,
ดังนั้นเท่ากับว่าจ่ายดอกเบี้ยจริงสำหรับการกู้เงินครั้งนี้ แค่1.5% ต่อปี

□ สามารถชำระคืนได้ทันทีในระยะเวลาการกู้ยืมและยกเว้นค่าธรรมเนียมเมื่อปิดยอดก่อนการชำระคืน

○ ในกรณีที่ไม่ชำระเงินต้นพร้อมดอกเบี้ยเมื่อครบกำหนดการกู้ยืม, การชำระเงินต้นพร้อมดอกเบี้ยนั้น จะทำ
การหักจากเงินต้นพร้อมดอกเบี้ยจากยอดเงินประกันสะสมของเงินประกันสิ้นสุดการกลับประเทศ(เทจิกกึม)

□ เอกสารการยื่นขอกู้

○ ใบอนุญาตการขยายระยะเวลาการออกจากเกาหลี (ออกให้โดยกระทรวงยุติธรรม)

○ แบบคำร้องขอกู้ (แบบฟอร์มของบริษัทซัมซุงฮวาแจ)

○ สำเนาสมุดบัญชีธนาคาร

○ สำเนาหนังสือเดินทาง(หรือสำเนาบัตรต่างด้าว เป็นต้น

□ ติดต่อสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม : คอลเซนเตอร์ ประกันสำหรับแรงงานต่างชาติ บริษัทซัมซุงฮวาแจ
(☎1600-0266)

 

ขอบคุณที่มาจาก: แหล่งข่าว(1), แหล่งข่าว(2)

ลุ้นหมดวีซ่า E-9 ต่อให้แบบแรงงานตามฤดูกาล

 

นายกรัฐมนตรี Chung Sye-kyun กล่าวในขณะที่เป็นประธานการประชุมผ่านวิดีโอว่า

“เราจะผลักดันให้มีการขยายเวลาการพักอาศัยสำหรับแรงงานต่างชาติ และเปิดโอกาสให้พวกเขาสามารถทำงานในพื้นที่ชนบทเป็นการชั่วคราวได้”

“ในพื้นที่ชนบทก่อนฤดูเก็บเกี่ยวมีการขาดแคลนแรงงานเป็นอย่างมากเนื่องจากผลกระทบจาก COVID-19 และแรงงานต่างชาติที่อาศัยอยู่ในเกาหลีเองวีซ่าก็หมดอายุ ไม่มีที่ไปเนื่องจากประเทศบ้านเกิดมีการปิดกั้นการเข้าประเทศหรือยกเลิกเที่ยวบิน”

“หากคนงานต่างชาติที่ได้รับการขยายเวลาการพำนักเขาก็สามารถทำงานในฐานะแรงงานตามฤดูกาลได้ นั่นอาจจะช่วยให้แก้ปัญหาการขาดแคลนแรงงานในพื้นที่ชนบทได้เช่นกัน”

 

แรงงานตามฤดูกาล

 

ก่อนหน้านี้แรงงาน E-9 ที่วีซ่าหมดอายุหลังจาก 4 ปี 10 เดือน จะสามารถต่ออายุวีซ่าได้อีก 50 วัน แต่ไม่สามารถหางานได้ในช่วงเวลาที่ต่ออายุให้ชั่วคราว

แต่หากนำข้อเสนอนี้เข้ามาใช้ นั่นจะหมายความว่า แรงงาน E-9 ที่มีระยะเวลาพำนักหมดอายุไปแล้วจะได้รับการขยายเวลาพำนักระยะสั้น 3 เดือน และอยู่ในฐานะแรงงานตามฤดูกาลได้

อย่างไรก็ตาม ยังต้องรอประกาศอย่างเป็นทางการผ่านทางกระทรวงยุติธรรมและกระทรวงการจ้างงานและแรงงานอีกครั้ง

 

แรงงานตามฤดูกาล

 

ในปี 2019 แรงงานต่างชาติตามฤดูกาลสามารถเข้ามาทำงานในเกาหลีได้เป็นระยะเวลาสั้น ๆ เพื่อเติมเต็มปัญหาการขาดแคลนกำลังคนในพื้นที่ชนบท แต่หลังจาก COVID-19 ระบาดก็เกิดปัญหาการนำเข้าแรงงานส่งผลให้มีการร้องเรียนถึงการขาดแคลนแรงงานในพื้นที่ชนบท

 

ในขณะเดียวกัน นายกรัฐมนตรี Chung Sye-kyun ก็ได้กล่าวถึงเรือรัสเซียเพิ่มเติมในกระประชุมว่า

“เราจะบังคับใช้กฎการใช้ใบตรวจหาเชื้อโควิด-19เป็นลบ ก่อนการเดินทางเข้าประเทศในกลุ่มลูกเรือของเรือในรัสเซียและประเทศที่ต้องส่งเสริมการกักกันโรค”

 

แรงงานตามฤดูกาล

 

นอกจากนี้นายกยังได้กล่าวถึงวิธีการจัดการนักศึกษาต่างชาติ

“นอกจากนี้คาดว่าจะมีนักศึกษาต่างชาติกว่า 50,000 คน ที่จะเข้าประเทศก่อนเปิดภาคเรียนที่สองของปีนี้”

“เราจะสนับสนุนให้นักเรียนต่างชาติเข้าประเทศโดยออกวีซ่าหรือปรับเที่ยวบินไว้ให้”

 

ขอบคุณที่มาจาก: แหล่งข่าว

นำเข้าแรงงานตามฤดูกาล รอบแรก เวียดนาม 380 คน

 

แรงงานตามฤดูกาลชาวเวียดนาม 380 คนจะได้เดินทางเข้ามายังฟาร์มพริกในเกาหลีเป็นกลุ่มแรกตั้งแต่เกาหลีเกิดการระบาดของโควิด-19 ทำให้การรับแรงงานเข้าประเทศได้ถูกชะลอลงไปก่อนหน้านี้

“โดยกำหนดการเข้ามาของคนงานเวียดนามที่จะมาช่วยเกษตรกรในย็องยาง-กุน (영양군 Yeongyang-gun) นั้นจะมาถึงสนามบินนานาชาติอินชอนในวันที่ 27 กรกฎาคมนี้”

“แรงงานทั้งหมด 380 คน จะกระจายตัวไปกว่า 120 ฟาร์มในย็องยาง-กุน และจะมีการทำงานอยู่เป็นเวลา 90 วันตามข้อจำกัดของแรงงานตามฤดูกาล เพื่อช่วยเก็บเกี่ยวผลพืชโดยแบ่งเป็นเก็บพริก 70% อีก 30% จะเป็นการเก็บเกี่ยวผักกาดหอมและแตงโม”

 

แรงงานตามฤดูกาล

 

แรงงานกลุ่มนี้หากเดินทางเข้าเกาหลีจะถูกกักตัวเป็นเวลา 14 วัน และมีการตรวจหาเชื้อ COVID-19 ที่คลินิกตรวจคัดกรองก่อนออกสู่ตลาดงาน

และกำหนดการเริ่มงานจะเริ่มตั้งแต่ต้นเดือนสิงหาคมเป็นต้นไป

ในส่วนของค่าแยกกักตัวกว่า 1.4 ล้านวอนนั้นทางการท้องถิ่นย็องยาง-กุนและเกษตรกรจะเป็นผู้สนับสนุนค่าใช้จ่ายตรงส่วนนี้

 

แรงงานตามฤดูกาล

 

นี่เป็นเพราะพื้นที่ชนบทของเกาหลีกำลังมีความจำเป็นเร่งด่วนทางการเกษตรจึงจำเป็นต้องจ่ายเงินเพื่อช่วยเหลือการแยกกักกันตัวของแรงงานต่างชาติ

แรงงานตามฤดูกาลชาวเวียดนามจะได้รับค่าจ้างอยู่ระหว่าง 80,000 วอนและ 100,000 วอนต่อวันและพักอาศัยอยู่ที่ฟาร์ม

 

ทางด้านทางการไทยเองก็เคยให้ความสนใจในแรงงานตามฤดูกาลด้วยเช่นกัน

โดยมีการกล่าวเกี่ยวกับแรงงานตามฤดูกาลที่สภากงสุลเกาหลี – ไทยซึ่งจัดขึ้นไปเมื่อวันที่ 1 พฤษภาคม 2562

ทางการไทยแสดงความสนใจในระบบแรงงานตามฤดูกาล โดยกล่าวว่านี่อาจจะช่วยป้องกันการเข้าเมืองผิดกฎหมายของคนไทยที่ต้องการมาทำงานในเกาหลี

 

แรงงานตามฤดูกาล

 

เมื่อวันที่ 25 พฤศจิกายน 2562 เมื่อกระทรวงยุติธรรมและกระทรวงแรงงานลงนามในบันทึกความเข้าใจว่าด้วย “การอาศัยอย่างผิดกฎหมายและการจ้างงานที่ผิดกฎหมายของคนไทย” กระทรวงยุติธรรมเสนอให้ทางกระทรวงแรงงานเข้าร่วมในระบบจัดจ้างแรงงานตามฤดูกาลด้วย

เมื่อวันที่ 8 มกราคม 2563 กระทรวงเกษตรและสหกรณ์อาหารและกิจกรรมชนบท ได้จัดนิทรรศการเพื่อสนับสนุนบันทึกความเข้าใจสำหรับการทำงานตามฤดูกาลกับรัฐบาลท้องถิ่นในประเทศเกาหลีต่อทางการทูต 12 ท่านที่มาทำภารกิจในเกาหลี

อย่างไรก็ตาม ทางการไทยยังคงไม่มีการประกาศใด ๆ ถึงโครงการนี้ หากมีโฆษณาชวนเชื่อที่กล่าวถึงการเข้ามาทำงานถูกต้องตามกฎหมายภายใต้การจัดจ้างแรงงานตามฤดูในเกาหลีนั้น เตือนไปถึงผู้เสพข่าวสารว่าอย่าได้หลงเชื่อเป็นอันขาด

 

ขอบคุณที่มาจาก: แหล่งข่าว

นายหน้าหางานมุ่งเป้าแรงงานตามฤดูกาล

 

นายเอ (32) และ นายบี (35) ชาวฟิลิปปินส์ที่เดินทางเข้ามาเกาหลีใต้ผ่าน “โครงการแรงงานตามฤดูกาล” ของกระทรวงยุติธรรมเมื่อเดือนกันยายนปีที่แล้ว

ระบบจะออกวีซ่าทำงานระยะสั้น 3 เดือนให้กับแรงงานอพยพที่จะทำงานในฟาร์มและหมู่บ้านชาวประมง (ปัจจุบันต่อเป็น 5 เดือน)

ทั้งสองจ่ายเงิน 250,000 วอนให้กับนายจ้างไว้เป็นค่าที่พักจากเงินเดือน 1.75 ล้านวอนที่พวกเขาได้รับจากการเก็บเกี่ยวข้าวและกะหล่ำปลีในแฮนัม-กุน, จอลลานัมโด

และที่เหลืออีก 1.5 ล้านวอนต่อเดือน แต่มีเงินที่โดนหักออกไปจากเงินเดือนอีก 750,000 วอนหายไป

เมื่อพวกเขาตรวจสอบรายละเอียดการโอนเงิน พบว่าเงินถูกโอนไปยังบัญชีของโบรกเกอร์เกาหลี

ฮะ? ทำไมล่ะ? 750,000 วอน ???

 

แรงงานตามฤดูกาล

 

พวกเขาได้ทำการสอบถามไปยังสำนักงานแฮนัม-กุน

ทางสำนักงานแฮนัม-กุน อธิบายว่าข้อตกลงดังกล่าวถูกทำขึ้นในสัญญาเพื่อป้องกันการเข้าพักที่ผิดกฎหมายและเป็นสัญญามีมาตั้งแต่ต้นทางก่อนเดินทางมาจนกว่าจะต้องเดินทางกลับ

อย่างไรก็ตามไม่มีเนื้อหาดังกล่าวในสัญญาที่ลงนามโดยทั้งคู่กับนายหน้าชาวฟิลิปปินส์

ในที่สุด นายเอก็ไม่ได้รับ เงินเดือน 2.25 ล้านวอนและ นายบีเองก็เช่นกันไม่ได้รับเงินเดือน 1.5 ล้านวอนและต้องเดินทางกลับประเทศ

ตั้งแต่ปี 2015 กระทรวงยุติธรรมได้สั่งห้ามมิให้นายหน้าเข้ามาแทรกแซงในโครงการแนะนำแรงงานต่างชาติตามฤดูกาล

ในความเป็นจริงนายหน้ามักจะก้าวเข้ามาและใช้ประโยชน์จากค่าแรงของแรงงานข้ามชาติที่อยู่ตรงกลาง

ในปี 2019 มีแรงงานตามฤดูกาล 3,211 คนและเพิ่มจำนวนขึ้นอีกในปี 2020

 

แรงงานตามฤดูกาล

 

จากการตรวจสอบ “แผนพื้นฐาน 2019 ของกระทรวงยุติธรรมสำหรับโครงการแรงงานต่างชาติตามฤดูกาล” ดังนี้

– ไม่อนุญาตให้มีการแทรกแซงของนายหน้าในการทำข้อตกลงทางธุรกิจ

– นายหน้าไม่ควรเรียกเก็บเงินค่างาน

ชาวเนปาล 41 คนที่เดินทางเข้ามาทำงานตามฤดูกาล ได้เดินทางมาถึงโพชอนเมื่อปีที่แล้วมี 18 คนที่หลบหนีและไม่เดินทางกลับ

ที่แรงงานตามฤดูกาลหลบหนีเป็นเพราะพวกเขาต้องจ่ายเงินเป็นจำนวนมาก ไม่ว่าจะเป็นค่าตั๋วเครื่องบินและค่านายหน้า แต่พวกเขากลับได้ทำงานเพียงแค่ 3 เดือน

โดยรัฐบาลท้องถิ่นในเกาหลีและนายหน้าในประเทศต่าง ๆ มักจะเข้ามาแทรกแซงโดยการทำข้อตกลงเกี่ยวกับการนำเข้าแรงงานตามฤดูกาล

 

แรงงานตามฤดูกาล

 

เจ้าหน้าที่กระทรวงยุติธรรมกล่าวว่า

“ถ้าเราได้รับการยืนยันว่ามีกรณีของนายหน้าเข้ามาเกี่ยวข้องในระหว่างข้อตกลงการทำงานตามฤดูกาล รัฐบาลท้องถิ่นนั้นๆ จะโดนคว่ำบาตร และจะไม่ได้รับการจัดสรรแรงงานเพิ่มในปีหน้า”

โดยสรุปเกษตรกรชาวเกาหลีได้รับความสะดวกสบายจากกำลังคนที่จำเป็นและนายหน้าก็ทำกำไรได้มากจากค่านายหน้าที่กินค่างาน

ความเสียหายทั้งหมดนั้นเลยไปตกที่แรงงานข้ามชาติ

สำหรับแรงงานข้ามชาติแล้ว กระทรวงยุติธรรมจำเป็นต้องได้รับการปรับปรุงระบบอย่างละเอียดอีกครั้ง

 

ขอบคุณที่มาจาก: แหล่งข่าว

จัดงานเซ็นต์ MOU แรงงานตามฤดูกาล

เพื่อบรรเทาความยุ่งยากในการลงนาม MOU แรงงานตามฤดูกาลของรัฐบาลท้องถิ่นเกาหลี ทางรัฐบาลจึงจัดงานแรงงานตามฤดูกาลขึ้นสำหรับสถานทูตต่างประเทศต่างๆ

กระทรวงยุติธรรมกระทรวงเกษตร, อาหารและชนบท และกระทรวงการเดินเรือและการประมง ได้จัดงาน “แรงงานตามฤดูกาล” ขึ้นที่ AT Center ในยางแจดง (Yangjae-dong) กรุงโซล ตั้งแต่เวลา 13.00 น. ในวันที่ 16 ธันวาคมนี้ รวมด้วยรัฐบาลท้องถิ่น 55 แห่ง รวมถึงนครหลวง 7 แห่ง และสถานทูตจาก 12 ประเทศ

 

แรงงานตามฤดูกาล

 

นักวิจัยเกี่ยวกับนโยบายการเข้าเมืองภายใต้กระทรวงยุติธรรมและกลุ่มโครงการสาธารณะที่โรงพยาบาลมหาวิทยาลัยแห่งชาติโซลก็พร้อมที่จะหารือเกี่ยวกับวิธีการให้การสนับสนุนทางการแพทย์สำหรับแรงงานตามฤดูกาล

กระทรวงยุติธรรมอธิบาย ปัจจุบันรัฐบาลท้องถิ่น 19 แห่งใน 8 ประเทศ รวมถึง เวียดนามและฟิลิปปินส์ได้ลงนามในข้อตกลงเกี่ยวกับแรงงานตามฤดูกาล แต่รัฐบาลท้องถิ่นส่วนใหญ่มีปัญหาในการลงนาม MOU กับรัฐบาลต่างประเทศ

 

แรงงานตามฤดูกาล

 

กระทรวงยุติธรรมกล่าว

“ด้วยความยุติธรรม เราจะสามารถแนะนำเรื่องแรงงานตามฤดูกาลได้ง่ายขึ้นก่อต่อเมื่อเรามีการลงนาม MOU กับรัฐบาลท้องถิ่นของเกาหลีและต่างประเทศนั้นๆ เราจะพยายามลดความขาดแคลนแรงงานในหมู่บ้านเกษตรกรรมและหมู่บ้านชาวประมงโดยการจัดกิจกรรมร่วมกันในอนาคต”

ในงานนี้กระทรวงยุติธรรมจะเพิ่มจำนวนของแรงงานที่ได้รับอนุญาตให้เข้ามาทำงานตามฤดูกาลเป็น 6 คนจาก 5 คนต่อ 1 ครัวเรือนการเกษตร ในปี 2563 รัฐบาลท้องถิ่นที่ไม่มีแรงงานต่างชาติที่ผิดกฎหมายจะได้รับอนุญาตเรื่องแผนการจ้างคนเพิ่มอีกหนึ่งคนต่อหนึ่งครัวเรือน

 

แรงงานตามฤดูกาล

 

นอกจากนี้ยังประกาศแผนการสร้างวีซ่าระยะยาว E-8 ใหม่ สำหรับแรงงานตามฤดูกาลด้วย

ผู้เข้าร่วมในสถานทูตต่างประเทศเกาหลีได้อธิบายถึงมาตรการในการปกป้องสิทธิมนุษยชน รวมถึงการจ่ายค่าแรงตามฤดูกาล ข้อกำหนดเกี่ยวกับที่พักอาศัย และการประกันอุตสาหกรรม รวมถึงการลงโทษคนต่างด้าวที่ผิดกฎหมาย

กระทรวงเกษตรอาหารและชนบท และกระทรวงกิจการทางทะเลและการประมง ให้ข้อมูลเกี่ยวกับสถานะของพืชผลทางการเกษตรและผลิตภัณฑ์ประมง รวมถึงความต้องการกำลังคนอย่างมาก

차규근 (법무부 출입국외국인정책본부장) กล่าวว่า

“การแนะนำผ่านสถานทูตต่างประเทศเกาหลีนี้ เราจะขยายโอกาสการทำงานตามฤดูกาลไปยังผู้อยู่อาศัยที่จริงใจตามรัฐบาลท้องถิ่นต่างประเทศ เราหวังว่าจำนวนของแรงงานที่ผิดกฎหมายจะลดลง”

ขอบคุณที่มาจาก: แหล่งข่าว

E-8 วีซ่าตัวใหม่ต่อยอดแรงงานตามฤดูกาล

แรงงานตามฤดูกาล

E-8 วีซ่าตัวใหม่ที่กระทรวงยุติธรรมเตรียมคลอดเอาใจแรงงานตามฤดูกาลที่ได้รับผลตอบรับอย่างดีจนทำให้ระยะเวลาของผู้ถือวีแรงงานตามฤดูกาลต้องขยายผลต่อยอดเป็นวีซ่า E-8 แล้ว E-8 มันคืออะไรกันนะ?

 

ตอนนี้เริ่มมีแรงงานตามฤดูกาลที่ได้รับอนุญาตให้พำนักในเกาหลีได้ภายใน 90 วัน (C-4)แล้ว

ในปัจจุบันงานบางอย่างตามหมู่บ้านเกษตรกรรมและหมู่บ้านชาวประมงต้องใช้กำลังคนมากกว่า 90 วัน ดังนั้นจึงได้มีการออกวีซ่า E-8 ตัวนี้ขึ้นมาเพื่ออนุญาตให้แรงงานอยู่ต่อได้นานถึง 5 เดือน

ด้วยความต้องการแรงงานตามฤดูกาลในหมู่บ้านเกษตรกรรมและหมู่บ้านชาวประมงมีมากถึงคือ 22,000 คนในปี 2018 แต่กลับยังคงมีปัญหาการขาดแคลนแรงงานตามฤดูกาลอยู่ดี

 

แรงงานตามฤดูกาล

 

ดังนั้นแล้วกระทรวงยุติธรรมจึงตัดสินใจที่จะสร้างวีซ่า E-8 ตัวใหม่ขึ้นมา เพื่อยืดระยะเวลาได้นานถึงห้าเดือน เพราะทางกระทรางคิดว่าระบบจำต้องขยายตัวขึ้น

แรงงานตามฤดูกาลต้องการระยะเวลาการศึกษาและการปรับตัวหลังจากเข้าประเทศเกาหลี

ดังนั้นจึงเป็นเรื่องจริงที่แรงงานตามฤดูกาลไม่มีเวลามากพอที่จะทำงานได้อย่างจริงจัง

จึงนำมาซึ่งการขยายเวลาการพักอาศัยของแรงงานตามฤดูกาล และนี้ก็เป็นที่คาดหวังว่าสิ่งนี้จะช่วยแก้ปัญหาการขาดแคลนกำลังคนตามหมู่บ้านเกษตรกรรมและหมู่บ้านชาวประมง

ระบบวีซ่า E-8 จะมีผลบังคับใช้ในเดือนพฤศจิกายน 2019 เป็นต้นไป

แรงงานตามฤดูกาล

รัฐบาลเกาหลีเดินหน้า แรงงานตามฤดูกาล กับต่างประเทศแล้ว

รัฐบาลเกาหลีเดินหน้า แรงงานตามฤดูกาล กับต่างประเทศแล้ว

แรงงานตามฤดูกาล

รัฐบาลเกาหลีเริ่มเดินหน้าโครงการ แรงงานตามฤดูกาล กับต่างประเทศแล้ว หลายชาติเริ่มทำ MOU กับส่วนท้องถิ่นของเกาหลี หวังว่ารัฐบาลไทยจะมองหาจุดลงตัวและรัดกุมกับทั้ง 2 ฝ่ายได้ในเร็ววัน

 

โพชอนชีได้ลงนาม MOU แรงงานตามฤดูกาลกับจังหวัด Ha Tinh ของประเทศเวียดนาม

แทแบคชีได้ลงนาม MOU แรงงานตามฤดูกาลกับเมือง Bawang ในประเทศฟิลิปปินส์

 

แรงงานตามฤดูกาล

 

เพียงชางกุน (เวียดนามและฟิลิปปินส์), ชอลวอนกุน (เวียดนาม), ยองอัมกุน (เวียดนาม), แฮนัมกุน (ฟิลิปปินส์), ฮงชอนกุน (ฟิลิปปินส์), ยอนจูชี (เวียดนาม) และ ชองซง (กัมพูชา)

ตั้งแต่ปี 2018, รัฐบาลท้องถิ่น 45 จาก 72 ในเกาหลีได้เข้าร่วมในระบบแรงงานต่างชาติตามฤดูกาล

รัฐบาลกลางของประเทศไทยไม่ได้ให้อำนาจแก่รัฐบาลท้องถิ่นในการอนุมัติ MOU

มีรายงานเมื่อเร็ว ๆ นี้ว่าที่ประชุมกงสุลเกาหลี – ไทยได้พูดคุยเกี่ยวกับ MOU แรงงานตามฤดูกาล แต่ยังไม่ได้ดำเนินการใดๆ

แม้ได้มีการร่างกฎหมายประกาศเพิ่มระยะเวลาของแรงงานตามฤดูกาลจาก 3 เดือน เพิ่มเป็น 5 เดือน บันทึกความเข้าใจระหว่างรัฐบาลท้องถิ่นไทยและเกาหลีดูเหมือนจะต้องเร่งด่วนเสียแล้ว

MOU แรงงานต่างฃาติเริ่มมีขึ้นกับเมืองต่าง ๆ ในเวียดนาม ฟิลิปปินส์ กัมพูชา และเนปาล โดยทำจากหน่วยงานรัฐของเกาหลีหลายแห่ง

แม้ว่าประเทศไทยจะช้าสุดแต่ก็ยังคงต้องรอดูว่าข้อตกลงจะมีผลกระทบอย่างมีนัยสำคัญหรือไม่ เพราะรัฐบาลเกาหลีมี MOU กับเมืองอื่นอยู่แล้ว

อย่างไรก็ตาม หากประเทศไทยเริ่มบันทึกข้อตกลงนั้นคาดว่าจะช่วยเศรษฐกิจท้องถิ่นของเมืองต่าง ๆ ของประเทศไทยได้เล็กน้อย

นอกจากนี้คนไทยจำนวนมากจะเดินทางไปเกาหลีใต้ด้วยระบบแรงงานตามฤดูกาลแทนการเข้าเมืองอย่างผิดกฎหมาย

 

แรงงานตามฤดูกาล

 

EPS มีเสถียรภาพ แต่อัตราการแข่งขันของ EPS เพิ่มขึ้นเป็นสามต่อหนึ่ง

ดูเหมือนนี่จะเป็นช่วงเร่งด่วนที่จะเสนอระบบเพื่อให้โอกาสคนไทยที่สอบไม่ผ่านระบบ EPS สามารถหันมาใช้ตัวเลือกใหม่คือ แรงงานตามฤดูกาล