ไทยแอบหนีงานกลางดึก “เพราะทำอาราไบท์เงินดีกว่า”

 

ในภาคการเกษตรแรงงานต่างชาติคือ ‘สมบัติ’ คนงานต่างชาติกำลังทำงานในไร่อย่างเงียบ ๆ ซึ่งปฏิเสธไม่ได้ว่าคนเกาหลีเองไม่อยากทำ ในหมู่พวกเขาคนไทยเป็นคนให้ความช่วยเหลืออย่างมาก เป็นเวลานานมาแล้วที่งานเกษตรในเกาหลีนั้นไม่สามารถดำเนินการได้หากไม่มีแรงงานต่างชาติไม่ว่าจะต่างชาติขึ้นทะเบียนพำนักหรือไม่ก็ตาม

อย่างไรก็ตาม เมื่อเร็ว ๆ นี้มีข่าวลือในหมู่หัวหน้าฟาร์มชาวเกาหลีว่าแรงงานต่างชาติเริ่ม “สร้างความรำคาญ” นายจ้างเกาหลีส่วนใหญ่พยายามจ่ายเงินให้กับแรงงานต่างชาติให้น้อยที่สุดด้วยเหตุผลหลายประการ บางนายจ้างที่รักความยุติธรรมและเคารพในความเป็นมนุษย์ก็จะให้ค่าจ้างที่เหมาะสมกับแรงงานต่างชาติหลายคนก็เริ่มเดินทางไปหาแต่นายเกาหลีดีๆ เหล่านั้นกัน

ในทางกลับกันนายจ้างชาวเกาหลีที่นิสัยแย่จู่ ๆ ก็ออกมาบ่นว่าคนงานต่างชาติแอบหนีไปพร้อมกับเอาไปโพสต์ตามสื่อต่างๆ ทางโซเชียลมิเดียและยังมาแสดงความเห็นไม่ดีต่อแรงงานต่างชาติว่าพวกเขามาขอค่าจ้างตามเท่าที่ทำได้

ทำอาราไบท์

แรงงานต่างชาติที่ไม่ดีบางคนมักแอบหนีในเวลากลางคืนโดยไม่รับผิดชอบและย้ายงานเองโดยไม่บอกสักคำ

สาเหตุที่คนงานต่างชาติแอบหนีตอนกลางคืนเป็นเพราะนายจ้างเกาหลีไม่เคารพในสิทธิ์ของแรงงานต่างชาติและไม่รับผิดชอบต่อแรงงานต่างชาติ

จากปัญหาดังกล่าวทำให้แรงงานต่างชาติที่ขึ้นทะเบียนพำนัก 8,000 คนในภาคเกษตรต้องหนีออกจากสถานที่ทำงานในตอนกลางคืน จนถึงปีที่แล้วจนส่งผลให้จำนวนการแอบหนีนั้นมากขึ้น รวมถึงแรงงานต่างชาติที่ไม่ได้ลงทะเบียนพำนักด้วย ล่าสุดสถานการณ์ทวีความรุนแรงขึ้น เนื่องจาก COVID-19 ทำให้แรงงานต่างชาติขาดแคลนอย่างมากและฤดูการทำนาก็กำลังจะเริ่มขึ้นแล้ว

นายเอ ซึ่งทำไร่สตรอเบอร์รี่ในนนซาน, ชุงชองนัมโด กล่าว
“ฉันเห็นกล้องวงจรปิดที่หน้าฟาร์มเมื่อตอนตี 2 มีรถมารับสามีภรรยาชาวต่างชาติที่ทำงานในฟาร์มของฉัน ตัวฉันเองรู้สึกผิดหวังมากเพราะพวกเขาทำงานด้วยกันมา 7 ปีแล้ว”

ทำอาราไบท์

ทุกวันนี้นายหน้าจัดหาแรงงานต่างชาติพาแรงงานที่ไม่ได้ลงทะเบียนขึ้นรถโดยสารขนาดเล็กไปทำงาน คนไทยที่ไม่ได้ลงทะเบียนพำนักก็เข้าร่วมขบวนเช่นกัน เพราะพวกเขาสามารถหาเงินได้มากกว่าการทำงานประจำในฟาร์มถึง 2 เท่า ส่วนนายหน้าก็หาเงินได้มากพอที่จะซื้อบ้านและรถหรูได้เลย นี่เป็นข้อพิสูจน์ว่าเกษตรกรเกาหลีนิยมการใช้แรงงานแบบอาราไบท์มากกว่า

อย่างไรก็ตามเป็นที่ถกเถียงกันอยู่ว่ามันสมเหตุสมผลกว่าไหมที่แรงงานต่างชาติจะสามารถทำงานและย้ายงานไปตามฟาร์มต่างๆได้อย่างอิสระ

คิมชอลซู สมาชิกสภาผู้แทนจากจอลลาบุคโด กล่าวเมื่อวันที่ 15 มีนาคม
“เกษตรกรจำนวนมากขึ้นเริ่มรับภาระโดยตรงจากการจ้างชาวต่างชาติ จึงจำเป็นต้องมีมาตรการพื้นฐานเพื่อป้องกันการขาดแคลนแรงงานในช่วงฤดูทำนาโดยพิจารณาจากความเป็นจริงทางการเกษตร รัฐบาลท้องถิ่นหรือสถาบันของรัฐควรพิจารณาแนะนำ “ระบบจัดส่งสาธารณะ (공공파견제)” ที่จ้างแรงงานต่างชาติและส่งพวกเขาไปยังฟาร์มเท่าที่จำเป็น “

หากมีการใช้ ‘ระบบจัดส่งสาธารณะ’ จะมีแรงงานต่างชาติแอบหนีตอนกลางคืนน้อยลง

ทำอาราไบท์ สุดท้ายนี้มีบางอย่างที่เราอยากจะส่งสาส์นถึงผู้ที่ไม่ได้ลงทะเบียนพำนักชาวไทยเสียหน่อยว่า ปัจจุบันนี้แม้ว่าจะเป็นผีน้อยต่างชาติเองก็ได้รับการคุ้มครองตามกฎหมายแรงงาน ไม่ว่าจะคุ้มครองในด้านการได้รับค่าจ้างโดยไม่ยุติธรรมก็ตาม เพราะพวกเราก็ถือว่าทุกคนเป็นมนุษย์เช่นเดียวกัน คุณสามารถเรียกร้องสิทธิของคุณได้ในฐานะมนุษย์คนนึง คุณไม่จำเป็นต้องอยู่เฉยๆ จนมากเกินไป

ในทางกลับกันคนไทยที่ไม่ได้ลงทะเบียนหลายคนเลือกที่จะไม่ปฏิบัติตามกฎหมายคนเข้าเมืองตั้งแต่แรก แต่ควรต้องปฏิบัติตามกฎหมายอื่น ๆ ให้ดี โดยเฉพาะอย่างยิ่งหากไม่ปฏิบัติตามกฎการกักกัน COVID-19 อย่างถูกต้องในตอนนี้ก็พาลแต่จะทำให้ชาวเกาหลีที่เขาต้องทนอยู่ภายใต้การกักกันโรคมากกว่า 1 ปีต้องรู้สึกไม่พอใจ นอกจากนั้นแล้วหากยังเมินการปฏิบัติตามกฎการกักกันโรคกันอีกแม้แต่กลุ่มสิทธิมนุษยชนผู้อพยพที่ยืนกรานในการปกป้องสิทธิมนุษยชนของชาวต่างชาติที่ไม่ได้จดทะเบียนนั้นก็อาจจะหายไปด้วยก็ได้

 

ขอบคุณที่มาจาก: แหล่งข่าว(1), แหล่งข่าว(2)

แรงงานไทยดับ ในเกาหลี 522 ชีวิต

 

ข้อมูลจากมูลนิธิทอมสันรอยเตอร์เผยตั้งแต่ปี 2015 มีจำนวนชาวไทยดับในเกาหลีใต้อย่างน้อย 522 รายโดยเป็นแรงงานผีน้อยกว่า 84% (ข้อมูลโดยสอท.ไทยในเกาหลีซึ่งได้รับข้อมูลจาก FOI (Freedom Of Information) จากสถิติพบ 4 ใน 10 รายที่ดับโดยไร้สาเหตุ ในขณะที่รายอื่นๆ มีปัญหาทางสุขภาพ, อุบัติเหตุและการปลิดชีพตนเอง

ตามที่มีการเผยข้อมูลใหม่จากทางสอท.ไทยในเกาหลีใต้ จำนวนของแรงงานไทยที่ดับนั้นสูงสุดเป็นประวัติการณ์ในปีนี้ แค่กลางเดือนธันวาคมก็มียอดสูงถึง 122 รายแล้วท่ามกลางการตื่นตระหนกของแรงงานไทยกับสถานการณ์โควิด-19ในเกาหลีใต้

ในปี 2015-2018 ยอดแรงงานไทยดับกว่า 283 รายสูงกว่าแรงงานต่างชาติๆอื่นๆ (สถิติไม่นับรวมปี 2019-2020)

Nilim Baruah ผู้เชี่ยวชาญจากองค์การแรงงานระหว่างประเทศ (U.N) หรือ ILO (International Labour Organization) เผย

“จากข้อมูลที่ได้มานั้นน่าเป็นห่วงและควรต้องมีการเรียกร้องให้สืบหาข้อมูลด้านนี้ แรงงานที่ไม่ได้ลงทะเบียนพำนักอาศัยอย่างถูกต้องมักเป็นชนกลุ่มน้อยที่ไม่ได้รับการปกป้องและดูแลทั้งด้านสุขภาพและความปลอดภัยซึ่งนั้นค่อนข้างน่าเป็นห่วงนัก”

 

แรงงานไทยดับ

 

ปัจจุบันนี้แรงงานในสมัยก่อน, นักกิจกรรม, และข้าราชการการไทยในเกาหลีเผยว่า แรงงานผีน้อยในเกาหลีมักจะต้องทำงานเกินเวลา, ไม่มีสวัสดิการด้านสุขภาพ, และเมื่อไหร่ที่พบกับความไม่ยุติธรรมพวกเขามักจะหลีกเลี่ยงการแจ้งความเพียงเพราะกลัวโดนเนรเทศออกจากประเทศหากถูกจับได้ว่าลักลอบพำนักอย่างมิชอบด้วยกฎหมาย

นักกิจกรรมรายหนึ่งเผย ข้อมูลของแรงงานเหล่านี้ไม่ได้มีการถูกนำมาเผยในสาธารณะทำให้รัฐบาลไม่ได้ให้ความใส่ใจในเรื่องกฎหมายแรงงานและสวัสดิการของพวกเขาท่ามกลางเหตุการณ์โควิดที่กำลังระบาดทำให้พวกเขาตกอยู่ในสภาวะการณ์ที่สุ่มเสี่ยง

ทางด้าน U.N.ฝ่ายองค์การแรงงานระหว่างประเทศ (IOM: InternationalOrganization for Migration) เผยว่าเหตุการณ์ไม่ควรจะมองข้ามและเป็นเรื่องที่น่าเป็นห่วง ทำให้มูลนิธิทอมสันรอยเตอร์ต้องเข้ามาจับตามองสถานการณ์นี้

ทางด้านกระทรวงยุติธรรม, กระทรวงแรงงาน, และกระทรวงการต่างประเทศต่างออกมาปฏิเสธข้อมูลข้างต้น และสอท.เกาหลีใต้ในประเทศไทยเองก็ไม่มีความเห็นใดๆกับข้อมูลดังที่กล่าวมา

แรงงานไทยกว่า 460,000 รายที่ทำงานในต่างประเทศทั้งพำนักแบบถูกกฎหมายและแบบลักลอบเข้าไปทำงานประเทศเกาหลีใต้ถือเป็นประเทศยอดฮิตของชาวไทยที่ได้แวะเวียนมาขายแรงสูงถึง 185,000 คนเพราะค่าแรงที่สูงกว่าในไทยหลายเท่า

และเหตุการเดินทางเข้าได้ง่ายนั้นก็เพราะทั้งสองประเทศมีการทำสนธิสัญญาการเข้าประเทศแบบฟรีวีซ่ามาตั้งแต่ปี1981 มีผู้เชี่ยวชาญด้านแรงงานเผยว่าชาวไทยได้หลบเข้ามาในเกาหลีมากสุดในช่วงงานโอลิมปิกฤดูหนาวที่พย็องชางในปี 2018 และลักลอบทำงานตามโรงงานและฟาร์มตั้งแต่นั้นมา

 

แรงงานไทยดับ

 

หน้าที่เราคือทำงานเสี่ยง, งานสกปรก, และงานหนัก

แรงงานที่เดินทางเข้าประเทศเกาหลีใต้อย่างถูกต้องตามกฎหมายนั้นเรียกว่า “แรงงาน EPS” ที่จัดส่งเข้ามาโดยกรมแรงงานไทย แต่หากใครที่เดินทางเข้ามาโดยผ่านการจัดหางานของนายหน้าส่วนบุคคลนั้นเป็นที่รู้จักกันในนาม “ผีน้อย” ซึ่งพวกเขาเหล่านี้จะพำนักอยู่เกินระยะเวลาวีซ่า 90 วันและมักได้รับค่าจ้างอยู่ราวๆ 1.2 ล้านวอน ($1,100) คิดเป็น 3 เท่าของเงินเดือนในประเทศไทย

ทางสถานทูตยอมนั้นจะมีหน้าที่ดูแลชาวไทยในต่างแดนแต่การเข้าถึงข้อมูลของแรงงานผีน้อยนั้นเป็นเรื่องยาก และข้อมูลของแรงงานไทยดับในเกาหลีนั้นก็เป็นการรวบรวมข้อมูลมาจากรายงานจากโรงพยาบาลหรือไม่ก็ตามสถานีตำรวจ ส่วนการหาสาเหตุการจากไปของแต่ละรายนั้นก็ติดตามผ่านทางการชันสูตรแต่ไม่ได้มีการให้ข้อมูลในที่สาธารณะ

มูลนิธิทอมสันรอยเตอร์สัมภาษณ์ นายบัญชา ยืนยงจงเจริญ อัครราชทูตที่ปรึกษาสอท.ไทยในเกาหลีใต้ผ่านโทรศัพท์

“หลายคนจากไปขณะที่ยังหลับ คล้ายๆว่าทำงานหนัก และมีปัญหาสุขภาพส่วนตัวแต่ไม่ได้รับการรักษา ส่วนมากจะทำงานทั้งหนักสกปรกและยากที่จะเข้าถึงการรักษาพยาบาล” นายบัญชากล่าว

อูซัมย็อล ผู้จัดการกลุ่มแรงงานก็ให้สัมภาษณ์ต่อมูลนิธิทอมสันรอยเตอร์เช่นกันว่า

“แรงงานที่ไม่มีวีซ่านั้น ยากที่จะเข้าถึงการรักษาพยาบาล เนื่องจากค่ารักษานั้นสูงลิบกว่า 10 ล้านวอน ($9,140) หลายคนที่ป่วยรวมทั้งชาวไทยต้องอดกลั้นกับอาการป่วยจนต้องสิ้นใจไปหลายราย”

ทางด้านเกาหลีใต้หลังมีเรื่องราวต่างๆเกิดขึ้นกับชาวต่างชาติในเกาหลีกลุ่มปกป้องสิทธิมนุษยชนเกาหลีก็ออกมาแนะนำให้กระทรวงยุติธรรมยุติการจากไปแรงงานต่างชาติ เช่น การเรียกร้องให้รับผิดชอบในอุบัติเหตุจากการปราบปราม และให้หยุดการปราบปรามที่รุนแรงต่อแรงงานผีน้อย

ทางกระทรวงยุติธรรมยอมรับการเรียกร้องบางส่วนและพยายามจะปราบปรามให้อยู่ในขอบเขตและเสริมสร้างความระมัดระวังมากขึ้น

“พวกเราเป็นผีน้อย”

 

แรงงานไทยดับ

 

มูลนิธิทอมสันรอยเตอร์ยังได้มีโอกาสไปสัมภาษณ์อดีตและแรงงานผีน้อยชาวไทยในปัจุบันกว่า 7 คนที่ทำงานในเกาหลี พวกเขาเผยว่าได้รับเงินน้อยกว่าค่าจ้างขั้นต่ำและเวลาทำงานจะมากกว่าที่กฏหมายกำหนดตามแต่ละเงื่อนไขหรือสาขางานที่ทำแต่ก็ทั้งเสี่ยงอันตรายและยังสกปรก

นิด (นามสมมุติ) สาวไทยผู้เคยทำงานเป็นพนักงานทำความสะอาดในโมเต็ลในช็องจูเธอล้มป่วยในเดือนกรกฎาคมเธอทำงาน 15 ชั่วโมงต่อวันและมีวันพักแค่วันเดียวในหนึ่งเดือน แต่เมื่อเธอป่วยทำให้เธอต้องหยุดงานไปเกือบ 4 เดือน

“ในตอนนั้นฉันนึกว่าฉันจะหลับไม่ตื่นอีกเลยเสียอีก” คำบอกกล่าวของนิดที่ตอนนี้ทำงานเป็นหมอนวด เธอเข้ามาทำงานในเกาหลีตั้งแต่ปี 2016 ผ่านการจัดหางานจากนายจ้างที่มีค่าจัดหางานกว่า 100,000 บาท ($3,300) เธอเผยว่าหลังตัวเธอได้ล้มป่วยลงเธอได้ติดต่อสทอ.ไทยในเกาหลีเพื่อขอบินกลับแต่เธอต้องรอต่อคิวบินกลับที่ตอนนี้ยาวยัน10,000 กว่าคิว

“เพราะเราเดินทางเข้ามาแบบผีน้อย เราก็จำต้องอดทนต่อสถานการณ์แบบนี้แหละ” เธอกล่าวผ่านโทรศัพท์

อย่างไรก็ตามก็มีองค์กรบางองค์กรที่ให้ความสะดวกต่อแรงงานผีน้อยโดยมีการเตรียมประกันสุขภาพให้แรงงานผีน้อย เช่น ศูนย์สวัสดิการต่างชาตินัมยางจู แต่สถานการณ์โควิดกลับทำให้การดำเนินการติดขัด

อีย็อง บาทหลวงที่ทำงานในองค์กรช่วยเหลือต่างชาติเผย

“ยกตัวอย่างชาวต่างชาติผีน้อยหลายคนที่ต้องการที่ต้องการยารักษาโรคเบาหวาน แต่ด้วยสถานการณ์โควิดทำให้บริการฟรีของเราต้องชะงัก และนั่นยิ่งทำให้พวกเขาเหล่านั้นอาการแย่ลง”

ในเดือนเมษายนทางหน่วยงานกักกันโรคได้ออกนโยบายสกัดกั้น “จุดบอดในการกักกันโรค” โดยมีการอนุญาติให้แรงงานผีน้อยมีสิทธิ์เข้ารับการตรวจหาเชื้อโควิดได้ฟรีโดยไม่ต้องกังวลเรื่องการส่งตัวกลับประเทศ  กระทรวงยุติธรรมของเกาหลีเผยต่อมูลนิธิทอมสันรอยเตอร์ด้วยว่า มีการเปิดโอกาสให้แรงงานผีน้อยรายงานตัวกลับโดยสมัครใจโดยไม่มีการจ่ายค่าปรับใดๆ ในช่วงเกิดการระบาดของโควิด และช่วงเวลาดังหล่าวทางสอท.ไทยในเกาหลีใต้ก็ได้ช่วยให้แรงงานผีน้อยไทยเดินทางออกจากเกาหลีกว่า 10,000 คนในปีนี้

ทำงานไร้ซึ่งกฎหมายรองรับสิทธิ์

แรงงานไทยที่เดินทางเข้ามาในเกาหลีใต้ผ่านกรมการจัดหางานที่ถูกต้องตามกฎหมายนั้นจะมีสิทธิ์คุ้มครองทั้งตัวแรงงาน EPS และครอบครัวของแรงงาน

“แต่ปัญหาส่วนใหญ่คือ แรงงานผีน้อย หากเกิดอะไรขึ้นมักจะไม่ได้รับการช่วยเหลือจากกฎหมายใดๆ”

 

แรงงานไทยดับ

 

แม้มีความพยายามในการยับยั้งการลักลอบเดินทางเข้ามาทำงานอย่างมิชอบด้วยกฎหมายและมีการปราบปรามแหล่งเอเจ้นท์นำเข้าแรงงานผิดกฎหมายแล้วก็ตามแต่กลับไม่สามารถแก้ไขปัญหาดังกล่าวได้หมด ควรที่จะมีการปรับปรุงกฏระเบียบที่จะช่วยให้แรงงานเดินทางไปทำงานง่ายขึ้นกว่านี้มากกว่า โรยทราย วงศ์สุบรรณ ตัวแทนองค์กรเดอะฟรีดอมฟัน (The Freedom Fund) ซึ่งทำงานด้านการต่อต้านการใช้แรงงานบังคับและการค้ามนุษย์ออกมากล่าวว่าสังคมไทยยังมีมุมมองและอคติไม่ดีต่อแรงงานต่างชาติที่ผิดกฎหมายหมายเหล่านี้

อดีตแรงงานข้ามชาติรายหนึ่งซึ่งขอไม่เปิดเผยตัวตนกล่าวว่า เมื่อปี 2014 เขาต้องจ่ายเงิน 120,000 บาท ($4,000) ให้กับนายหน้าชาวไทยเพื่แลกกับการมาทำงานในเกาหลีใต้ แต่ต้องมาลงเอยด้วยการทำงานในฟาร์มเลี้ยงหมูในเมืองแทกูซึ่งเขาต้องทำงานแบบไม่มีแม้วันหยุด

อีกทั้งเขาเองก็ไม่ได้รับเงินเดือนหลังจากผ่านไปสามเดือน ชายวัย 51 ปีคนนี้จึงตัดสินใจหนีออกจากที่ทำงาน ก่อนออกเดินทางออกมาจากที่ทำงานนั้นเขาบอกว่าเขาได้เขียนข้อความเป็นภาษาไทยบนผนังห้องนอนเพื่อเตือนคนอื่น ๆที่จะเข้ามาทำงานตรงนี้ว่า

“ถึงเพื่อนคนไทย: ถ้าคุณถูกส่งมาทำงานที่นี่ ระวังจะไม่ได้รับเงินค่าจ้าง”

 

ขอบคุณที่มา: แหล่งข่าว

 

อมยิ้มชาวเน็ตชื่นชมแรงงานไทย “เงินเดือนตั้ง 4 ล้าน แล้วอย่าลืมดูแลสุขภาพนะ”

 

แรงงานชาวไทยข้ามน้ำข้ามทะเลมาเกาหลีใต้ก็เพื่อมาสานฝันสร้างรายได้ เลี้ยงดูครอบครัวในไทย หลายคนเหงาหลายคนท้อ แต่พอเห็นค่าแรงแล้วก็เป็นอันชื่นใจขึ้นมาบ้าง

เมื่อไม่นานมานี้มีประเด็นร้อนจู่ๆ แรงงานไทยก็ได้รับความสนใจจากชาวเน็ตเกาหลี หลังมีแรงงานไทยรายนึงได้โพสต์สลิปเงินเดือนของตนเองผ่าน TikTok แอพพลิเคชั่นยอดฮิตของชาวไทยอีกแอพ

 

แรงงานไทย

 

ในรูปที่เขาโพสต์นั้นเป็นสลิปเงินเดือนและหน้าบัตรประจำตัวชาวต่างชาติที่ปิดข้อมูลเลขบัตรไว้พร้อมแคปชั่นอารมณ์นักล่าเงินวอน ซึ่งแอพตัวนี้ไม่ใช่แค่ชาวไทยที่เล่นกันมากเท่านั้นแต่ชาวเกาหลีเองก็นิยมไม่น้อย นั่นทำให้โพสต์ของแรงงานไทยรายนี้เป็นที่สนใจของชาวเกาหลี

สิ่งที่สะดุดตาคือเขาโพสต์สลิปเงินเดือนกว่า 4 ล้านวอนของเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา แน่นอนว่าหลายคนต้องอิจฉาที่เขาได้ค่าจ้างสูงเฉกเช่นชาวเกาหลีด้วยกันที่พบเห็นโพสต์ก็เป็นปลื้มไปด้วย

 

แรงงานไทย

 

แต่ประเด็นมันอยู่ที่ตรงที่ชั่วโมงการทำงานที่ปรากฏอยู่ในสลิปเงินเดือนที่บ่งบอกว่าแรงงานไทยรายนี้ทำงานหนักแค่ไหน ทั้งทำงานตามเวลาปกติ ทั้งทำงานล่วงเวลา และอีกทั้งวันหยุดเสาร์อาทิตย์ แทบจะเรียกได้ว่าไม่มีเวลาหยุดพักเลย เพื่อแลกกับเงินเดือนก้อนโต

ชาวเน็ตชาวเกาหลีหลายคนต่างเข้ามาคอมเม้นท์ให้กำลังใจทั้งตกใจทั้งเป็นกังวลว่าแรงงานไทยรายนี้จะทำงานจนลืมเวลาดูแลรักษาตัวเอง มาส่องความเห็นของชาวเน็ตบางส่วนที่แวะไปคอมเม้นท์ใต้โพสต์กันดู

 

แรงงานไทย

 

“ฉันหวังว่าคุณจะหาเงินให้ได้เยอะๆและขอให้ร่ำๆรวยและรักเกาหลีด้วยนะ”

“ฉันเห็นว่าคุณทำงานหนักมากเลยทำแม้กระทั่งในวันหยุด”

“คุณขยันเงินดีนะ เงินมันก็ดีอยู่ แต่อย่าลืมดูแลสุขภาพด้วยนะ^^”

“คุณทำงานหนักมากเลยอ่ะ”

“ทำได้ดีมากเลย ทำงานหนักมากๆ หาเงินให้ได้เยอะๆ แล้วค่อยกลับไปบ้านเกิดตัวเองและใช้ชีวิตอย่างมีความสุขนะ”

“ทำงานน่ะได้แต่ต้องพักผ่อนบ้างนะ… สุขภาพต้องมาก่อนเสมอ”

 

แรงงานไทย

 

ขอบคุณที่มาจาก: แหล่งข่าว

ทึ่ง สาวไทย โชว์สกิลพับกล่องขั้นเทพ

 

แอดจะพาไปดูแรงงานสาวไทยในเกาหลีใต้สุดทึ่งโชว์สกิลการพับกล่องได้เร็วเว่อร์!

ขอแนะนำให้รู้จักกับ คุณพัชรา (29) เธอเป็นแรงงานสาวไทยที่เดินทางมาทำงานในเกาหลีใต้ได้ 6 -7 ปีแล้ว เธอทำงานในโรงงานผลิตฟอยล์แห่งหนึ่งในคย็องจู

เธอเล่าว่าเธอเข้ามาทำงานในบริษัทได้เพียง 1 เดือนทักษะพิเศษของเธอก็ถูกโชว์ออกมาเรื่อยๆ ทักษะหลักๆเลยคือการพับกล่องบรรจุฟอยล์ขั้นเทพ สถิติที่เธอทำไว้คือ 1.17 วินาทีต่อกล่อง และ 8,000 กล่องต่อวัน

 

สาวไทย สาวไทย สาวไทย สาวไทย

 

แม้ว่าเธอจะได้รับบาดเจ็บบ้างระหว่างการทำงานแต่เธอก็ไม่ได้ท้อเพราะที่ทำอยู่ทุกวันก็เพื่อคนทางบ้านที่ไทย

เธอเผยว่ารายได้ต่อเดือนของเธออยู่ที่ราวๆ 2 ล้านวอนต่อเดือน และส่งเงินกลับบ้านเดือนละ 1.5 ล้านวอน เพื่อใช้หนี้สินที่ไทยและสร้างบ้านซื้อรถไว้รอเธอกลับไทย เรียกได้ว่ามีทักษะไว้สร้างอาชีพกันเลยทีเดียว ลองมาดูกันว่าเธอโชว์สกิลกันได้ทึ่งแค่ไหน

 

สาวไทย สาวไทย สาวไทย

จับแรงงานไทย 9 เหตุเกิดเพราะตกใจไปเอง

 

เมื่อเร็ว ๆ นี้ มีคดีการลักลอบเข้าเมืองอย่างผิดกฎหมายของชาวจีนผ่านชายฝั่งทะเลแทอันในชุงช็องนัมโด นั่นส่งผลให้เจ้าหน้าที่ที่ดูแลชายฝั่งต้องตื่นตัวตรวจตราเข้มขึ้น

ในวันที่ 9 มิถุนายน ได้มีการจัดส่งทหารและตำรวจฉุกเฉินเข้าไปตรวจสอบที่แทอันอึบ, แทอันกุน หลังจากมีรายงานว่ามีผู้ต้องสงสัยว่ามีการลักลอบเข้าเมืองอย่างผิดกฎหมาย

 

แรงงานไทย

 

ตามที่สถานีตำรวจทางทะเลแทอันได้รับรายงานเข้ามาว่ามีชายสองคนแล่นเรือสีดำเข้าเทียบท่าเมื่อเวลาประมาณ 12:30 น. ของวันที่ 9 มิถุนายนซึ่งใกล้กับสะพานชังจองกโย (창정교) ในชางกี-รี, อันมย็อน-อึบ (안면읍 창기리) จึงได้มีการส่งทหารและตำรวจไปที่นั่นเพื่อตรวจสอบ แต่เหมือนว่าพวกเขาจะเป็นตัวแทนกองกำลังพิเศษที่กำลังทำการฝึกอบรมอยู่

ประชาชนที่อาศัยอยู่ในแทอันเกิดเข้าใจผิดว่ากองกำลังพิเศษที่กำลังฝึกอยู่นั่นเป็นผู้ลักลอบเข้าเมืองอย่างผิดกฎหมายจึงรายงานเรื่องไป

ทำให้มีเจ้าหน้าที่กว่า 100 คน รวมถึงเฮลิคอปเตอร์สองลำ หน่วยคอมมานโด, ตำรวจน้ำ, และเจ้าหน้าที่ตำรวจทั่วไป จากหน่วยงานใกล้เคียงเข้าร่วมตรวจสอบด้วย

 

แรงงานไทย

 

20 นาทีต่อมาชาวนารายหนึ่งในบริเวณใกล้ที่เกิดเหตุได้รีบแจ้งความเข้าไปว่า จู่ๆก็มีชาวต่างชาติ 3 คนวิ่งหนีทั้งๆที่ยังเก็บเกี่ยวกระเทียมที่อยู่ใกล้ๆกับจุดที่พบเรือดำ และตามด้วยชาวต่างชาติ 8 คนที่ใกล้ๆกันก็แตกตื่นวิ่งหนีกันจ้าละหวั่น ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจที่รับแจ้งเรื่องได้รวบตัวทั้งหมด

ในนั้นมีคนไทย 9 คน และชาวมองโกเลีย 1 คน และชาวยูเครน 1 คน

ตอนที่มีการส่งเจ้าหน้าที่ทหารและตำรวจเข้าตรวจสอบบริเวณใกล้เคียงที่ได้รับแจ้งในตอนแรกนั้น ชาวต่างชาติเหล่านี้เข้าใจผิดไปเองว่าเจ้าหน้าที่จะเข้ามาจับพวกพวกเขาจึงต้องรีบวิ่งหนี

อย่างไรก็ตามทางเจ้าหน้าที่กำลังทำการตรวจสอบว่าชาวต่างชาติที่จับได้นั้นเป็นแรงงานผิดกฎหมายหรือไม่

 

แรงงานไทย

 

ขอบคุณที่มาจาก: แหล่งข่าว

บุกจับแรงงานไทยกลางโรงงานหน้ากาก

 

ผู้ลักลอบเข้าเมืองอย่างผิดกฎหมายได้ขโมยหน้ากากอนามัยไม่ได้มาตราฐาน (มีข้อบกพร่อง) จากโรงงานและ นำไปเร่ขายเหมือนเป็นสินค้าเกรดเอจนโดนตำรวจจับกุมตัวได้

สถานีตำรวจโซบุกในชอน่า, ชุงช็องนัมโด (충남천안서북경찰서) จับกุมแรงงานไทย 2 คน โดยไม่มีการควบคุมตัว ซึ่งมี นายเอ ที่เป็นคนเข้าไปขโมยหน้ากาก 7,900 ตัวจากโรงงานเมื่อวันที่ 6 มีนาคมที่ผ่านมา

แรงงานไทยอีก 4 คน ถูกจับในข้อหาขายหน้ากากอนามัยผ่านทางโซเชียลมีเดีย โดยหลอกลวงว่าเป็นหน้ากากที่ชั้นดี ได้รับการรับรองจาก KF

 

แรงงานไทย

 

แรงงานไทย 2 คน รวมถึง นายเอ ที่ทำงานในโรงงานผลิตหน้ากากถูกสงสัยว่าขโมยหน้ากาก 7,900 ชิ้น รวมถึงหน้ากากที่ชำรุดและหน้ากากธรรมดา ออกจากโรงงานตั้งแต่กลางเดือนกุมภาพันธ์ โดยเขาแสร้งทำเป็นทิ้งหน้ากากที่มีข้อบกพร่องในถังขยะ

พวกเขาขายหน้ากากในราคา 1,000 วอนต่อชิ้น และขายให้กับคนไทย 4 คน รวมถึง นายบีที่ทำงานที่โรงงาน

นายบี และคนอื่น ๆ ถูกกล่าวหาว่าขายหน้ากากที่ชำรุดให้แก่ นายซี (ชาวไทย) ในราคา 2,500 วอนต่อชิ้น โดยโฆษณาว่าเป็น “หน้ากาก KF94”

 

แรงงานไทย

 

ก่อนหน้านี้ตำรวจได้จับกุมคนไทย 2 คน (ข่าวอ้างอิง)รวมถึง นายซี ซึ่งขายหน้ากากไม่ได้มาตราฐานผ่านทางเฟสบุ๊ค เมื่อวันที่ 3 มีนาคม
จากการติดตามการซื้อชายหน้ากากของพวกเขาอีก 6 คนนั้น รวมถึง นายเอ ที่เป็นคนขโมยจะถูกดำเนินคดีตามกฎหมาย

ตำรวจได้ยึดหน้ากาก 710 ชิ้นและเงินสดจำนวน 3.2 ล้านวอนจากบ้านของ นายบี

และที่สำคัญคนไทยทุกคนที่ถูกจับนั้นเป็นแรงงานผิดกฎหมายหรือผีน้อยทั้งหมด

 

แรงงานไทย

 

อย่างไรก็ตามด้วยความที่ผู้อพยพผิดกฎหมายเองก็มีปัญหาในการหาหน้ากาก มันก็ไม่มีอะไรที่พวกเขาสามารถทำได้

เพื่อป้องกันไม่ให้ผู้อพยพผิดกฎหมายติดโควิด-19 ดูเหมือนจำเป็นจะต้องมีช่องทางการจัดซื้อหน้ากากอนามัยแม้จะสำหรับผีน้อยในเกาหลีก็ตาม

 

ขอบคุณที่มาจาก: แหล่งข่าว

แรงงานไทยมาไกลแต่ใจสู้

 

วีระศักดิ์ (37) แรงงานชาวไทยเขาสร้างรายได้จากการที่เขาลงไปแช่ในน้ำเย็นที่อุณหภูมิ -5 องศาเซลเซียส

เขาเผยว่าที่ตัวเขาทำอยู่นี้ก็เพื่อครอบครัวของเขาในประเทศไทย

เช้าตรู่ในฤดูหนาวกับความหนาวเย็นที่กระจายไปทั่วทุกพื้นที่

เวลา 6.00 น. นายวีระศักดิ์ต้องลงไปคลองน้ำเย็นๆเพื่อเก็บผักชีฝรั่ง (미나리)

 

แรงงานไทย

 

วีระศักดิ์ทำงานที่ฟาร์มผักชีฝรั่งในจอนมี-ดง, จอนจู

เขาคิดว่าตอนที่เขาอยู่ที่บ้านเกิดของเขาเอง เขาก็ทำงานทำไร่ไถนาตอนเช้าทุกวัน

“พ่อแม่และลูกสาวสองคนที่บ้านจะกำลังทำอะไรอยู่นะตอนนี้?”

ระยะเวลาที่แรงงานต่างชาติสามารถอาศัยอยู่ในเกาหลีภายใต้ระบบอนุญาตให้มีการจ้างงานคือ 4 ปี 10 เดือน แต่หลังจากที่เขาใช้สิทธิ์นั้นหมดไป เขาก็ได้รับโอกาสกลับเข้ามาอยู่ที่เกาหลีอีกครั้งในฐานะแรงงานซื่อสัตย์ (성실근로자)

เขากลับไปประเทศไทยเพื่อยืดอายุวีซ่าของเขาในเดือนเมษายน 2019 โดยเขาใช้เวลาพักอยู่สามเดือนก่อนเดินทางกลับเข้าเกาหลีใต้อีกครั้ง

แม้ร่างกายของเขานั้นจะต้องทำงานหนักๆอยู่เรื่อย แต่เขาก็รู้ดีว่าเกาหลีเป็นสถานที่ที่ดีที่สุดในการหาเงินคราวนี้เขากับหลานชายของเขาได้เดินทางเข้าประเทศพร้อมกัน

 

“ผมอยู่กับหลานชายของผมถือว่าเป็นเรื่องดีที่ได้อยู่กับเขา”

 

แรงงานไทย

 

ในจอนมี-ดง, จอนจู มีคนไทยทำงานอยู่กว่า 40 คน

พวกเขามักจะทำงานในฟาร์มผักชีฝรั่ง แต่เมื่อถึงวันหยุดพวกเขาจะรวมตัวกันเพื่อทำอาหารไทย เพื่อบรรเทาอาการคิดถึงบ้านเกิด

มันเป็นความยินดีอย่างยิ่งสำหรับพวกเขาที่จะพูดคุยเกี่ยวกับบ้านเกิดในหอพักหลังเลิกงาน

เช่นเดียวกับชาวเกาหลีที่เคยทำงานในตะวันออกกลางในช่วงปี 1970 และ 1980 ในทางเดียวกันพวกเขาเองก็เป็นแรงงานต่างชาติที่ทำงานได้ก็ส่งเงินเดือนส่วนใหญ่ให้ครอบครัวในประเทศไทย

วีระศักดิ์ ทำหน้าที่เป็นหัวหน้ากลุ่มคนงานไทย 7 คน พวกเขามีเงินส่งกลับบ้าน 1.7 ถึง 1.8 ล้านวอนจากเงินเดือนที่ได้รับกว่า 2.4 ล้านวอนกลับบ้าน ถ้าคิดเป็นเงินไทยก็ประมาณ 44,000 ถึง 47,000 บาท

 

แรงงานไทย

 

ทุกวันนี้วิริยะศักดิ์กำลังเรียนรู้วัฒนธรรมเกาหลีทุกครั้งที่มีเวลาและความฝันของเขาคือ การประหยัดเงินและสร้างบ้านให้ครอบครัวของเขาในบ้านเกิด เขารู้ว่าอีก 4 ปีของการทำงานที่นี่ จะสามารถทำให้ฝันของเขาเป็นจริงได้

ที่เขาทำงานหนักทุกวันนี้ก็เพื่อทำให้ฝันของเขาเป็นจริง บทความสร้างแรงบันดาลใจให้คนไทยในต่างแดนที่มีฝัน ทำงานสร้างฝันแล้วรีบกลับไปอยู่กับครอบครัวกันดีกว่านะจ๊ะ

 

ขอบคุณที่มาจาก: แหล่งข่าว

แรงงานไทยจ้วงกันต้อนรับปีใหม่

 

เมื่อวันที่ 1 มกราคมแรงงานไทยถูกแทงที่ร้านอาหารในย่านอุตสาหกรรมในแทกู

สถานีตำรวจดัลซงในแดกู เผยว่าได้จับกุมคนไทยสองคนในวันที่ 2 มกราคมหลังบุกจ้วงเพื่อนร่วมงานด้วยอาวุธมีด

จากการรายงานของตำรวจพบว่า คนไทยสองคนจ้วง นาย A (27) คนไทยด้วยกัน ก่อนหลบหนีไปที่ร้านอาหารใน นนคง-อึบ, ดัลซง-กุน เมื่อเวลาประมาณ 9:35 น. ของวันที่ 1 มกราคม

 

แรงงานไทย

 

นาย A ถูกพบว่าบาดเจ็บสาหัสและนอนจมกองเลือดอยู่บนถนนโดยมีบาดแผลถูกแทงหลายครั้งที่บริเวณใบหน้าและหน้าอก

เขาถูกพาไปที่โรงพยาบาลในมหาวิทยาลัยใกล้เคียงและเข้ารับการผ่าตัด ภายหลังทราบว่าไม่ถึงแก่ชีวิต

เจ้าหน้าที่ตำรวจกล่าวว่า

“ผู้ต้องสงสัยยอมรับว่าก่ออาชญากรรมและจะขอหมายจับจับกุมหลังจากตรวจสอบสถานการณ์ที่แน่นอนของเหตุการณ์ครั้งนี้”

จากการสอบสวนเบื้องต้นพบว่าพวกเขาทำงานที่โรงงานเดียวกันและทะเลาะกันเพราะเรื่องงาน

 

แรงงานไทย

ขอบคุณที่มาจาก: แหล่งข่าว

แรงงานไทย แขนขาด

 

แรงงานไทย อายุ 36 ปี บาดเจ็บสาหัสบริเวณแขนจากอุบัติเหตุในขณะทำงานที่โรงงานผลิตโครงสร้างเหล็กในอินชอน

ตามที่สถานีดับเพลิงโซบุ,นอินชอน แจงเมื่อวันที่ 5 ธันวาคม นาย A(36) แรงงานไทยถูกเครื่องดูดแขนขวาขณะทำงานกับเครื่องกลึงเหล็กแผ่นที่โรงงานผลิตโครงสร้างเหล็กในออรยู โซกู, อินชอน เมื่อวันที่ 4 เวลา 8 : 34 น.

 

แรงงานไทย

 

และชายคนดังกล่าวก็ได้รับบาดเจ็บสาหัสจากอุบัติเหตุครั้งนี้ ทำให้แขนเขาขาด ก่อนจะถูกนำตัวส่งโรงพยาบาลใกล้เคียงโดยทีม 119 คนเพื่อเข้ารับการรักษา

ซึ่งเขานั้นกำลังทำงานกับเครื่องที่ชื่อว่า ‘เครื่องเจาะ (드릴 머신)’ เพื่อเจาะรูตามแผ่นเหล็ก

กระทรวงการจ้างงานและแรงงานจะพิจารณาสถานการณ์ที่แน่นอนของการเกิดอุบัติเหตุ รวมถึงตรวจสอบสถานที่ทำงานที่ว่าต้องได้รับผลกระทบปฏิบัติตามกฎความปลอดภัยด้วยหรือไม่

 

แรงงานไทย

ขอบคุณที่มาจาก: แหล่งข่าว

แรงงานไทย ปลิดชีพเพื่อนเพราะซ่อนโทรศัพท์??

 

แรงงานชาวไทยในวัย 20 ปีปลิดชีพเพื่อนชาวไทยคนหนึ่งในอันซ็อง, คย็องกีโด และเพื่อนร่วมงานชาวไทยอีกคนก็ได้รับบาดเจ็บสาหัสด้วย

สถานีตำรวจอันซ็อง แถลงเมื่อวันที่ 21 พ.ย. ว่า ขณะนี้อยู่ระหว่างการสอบสวน นายเอ ในข้อหาฆาตกรรม

จากข้อมูลของตำรวจ นายเอ ถูกสงสัยว่า จ้วงแรงงานไทย นายบี (22) และ นายซี (24) หลายครั้งที่โรงอาหารในโรงงานผลิตพลาสติกในซัมจุคมย็อน, อันซ็องชี, คย็องกีโด (Samjuk-myeon, Anseong-si, Gyeonggi-do) เมื่อเวลาประมาณ 20:00 น. ในวันที่ 20 พฤศจิกายน

 

แรงงานไทย

 

นายซีได้รับบาดเจ็บสาหัส ส่วนนายบีนั้นสิ้นใจขณะนำตัวส่งโรงพยาบาล

นายเอ สารภาพว่าเขาได้ใช้อาวุธก่อเหตุ เนื่องจากเข้าใจผิดว่าเพื่อนร่วมงานของเขาแอบเอาโทรศัพท์เขาไปซ่อน

ตำรวจได้เข้าตรวจสอบทันทีหลังได้ัรับรายงาน และรวบนายเอซึ่งซ่อนตัวอยู่ในโรงงานเข้าฝากขังในห้องขังฉุกเฉิน

 

แรงงานไทย

 

เจ้าหน้าที่ตำรวจกล่าวว่า
“เรากำลังพยายามสืบหาสาเหตุและสถานการณ์ที่แน่นอนของเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นนี้กับผู้ต้องสงสัย (นายเอ) และอื่น ๆ”

“เราวางแผนที่จะขอให้มีการชันสูตรร่างผู้ล่วงลับ (นายบี) และขอหมายจับเพื่อจับกุมผู้ต้องสงสัย”

ขอบคุณที่มาจาก: แหล่งข่าว