ลดระดับการ์ดห้ามตก “ย้ำทำตามกฎปิดทำการทันที!”

 

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขและสวัสดิการควอนด๊อกชอลกล่าวเมื่อวันที่ 4 เมษายน
“รัฐบาลจะเริ่มความเข้มงวดโดยมุ่งเน้นไปยังสถานอำนวยความสะดวกที่ไม่สนกฎการกักกันโรคจนส่งผลให้มีผู้ติดเชื้อมากขึ้น หากไม่ใส่ใจในมาตราการกักกันย้ำ! กิจการอาจถูกแบนตลอดหรือโดนคุมเข้มในการเปิดบริการ”

การ์ดห้ามตก

ในระหว่างนี้มีการติดเชื้อแบบกลุ่มกันอย่างต่อเนื่องตามคลับบาร์, ห้องร้องเพลง, และสถานที่ทางศาสนา

“สถานอำนวยความสะดวกที่มีความเสี่ยงสูงได้ลดมาตราการติดเชื้อลงภายใต้ความเชื่อที่ว่า “พวกเขาจะปฎิบัติตามกฎการกักกันอย่างเข้มงวด”
อย่างไรก็ตามในกรณีล่าสุดที่พบนั้นพบว่ามีการติดเชื้อเป็นจำนวนมากและมีผลมาจากการไม่ทำตามกฎการกักกัน”

ทำให้วันนี้ได้มีการออกกฎการกักกันขั้นพื้นฐานโดยเริ่มบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 5 เมษายนนี้ การไม่ทำตามกฎการกักกันขั้นพื้นฐานเจ้าของกิจการจะต้องถูกปรับสูงกว่า 3 ล้านวอน และ 100,000 วอนสำหรับผู้เข้าใช้บริการ

การ์ดห้ามตก

[ย้ำ! กฎการกักกันโรคขั้นพื้นฐาน]
▲ สวมหน้ากาก ▲ มีการจัดการลงทะเบียนผู้เข้าใช้บริการ (ต้องลงทะเบียนทุกคนที่เข้าใช้บริการ) ▲ มีการฆ่าเชื้อโรคและการระบายอากาศเป็นระยะ ▲ มีการกำหนดผู้จัดการเรื่องเขตกักกันโรค ▲ มีการจำกัดการเข้าใช้บริการ หากพบบุคคลที่มีอาการ ▲ ห้ามมีการรับประทานอาหารในที่เสี่ยงสาธารณะ (ยกเว้นร้านกาแฟและร้านอาหาร)

การ์ดห้ามตก

 

สถานทูตไทยมอบของใช้จำเป็น ศูนย์พักพิงชาวไทยในควังจู

สถานทูตไทย ณ กรุงโซลได้มอบสิ่งของที่จำเป็นในชีวิตประจำวันและสิ่งจำเป็นที่ต้องใช้ในการกักกันโรคให้แก่สถานสงเคราะห์ไทยเพื่อปกป้องพลเมืองเนื่องด้วยสถานการณ์ COVID-19 ที่ยืดเยื้อในเกาหลี

ตามที่ชุมชนชาวไทยในควังจูเผยเมื่อวันที่ 18 สิงหาคมสถานทูตไทย ณ กรุงโซลได้จัดเตรียมสิ่งของเครื่องใช้ในชีวิตประจำวันและอุปกรณ์กักกันโรคโควิด-19 ไปให้แรงงานไทยที่อยู่ในศูนย์พักพิง เนื่องจากไม่สามารถเดินทางออกจากประเทศได้เพราะสถานการณ์โควิด

ปัจจุบันมีแรงงานไทยประมาณ 1,500 คน อาศัยอยู่ในควังจูและจอลลานัมโด หลายคนเดินทางเข้าประเทศด้วยวีซ่าท่องเที่ยวและอยู่อย่างผิดกฎหมาย แต่อย่างไรก็ตาม ตั้งแต่เดือนกรกฎาคมแรงงานผิดกฎหมายที่จะเดินทางกลับประเทศบ้านเกิดจะต้องเริ่มจ่ายค่าปรับในการสมัครใจเดินทางกลับประเทศ (หากไม่จ่ายค่าปรับ จะถูกแบล็คลิสต์ห้ามเข้าเกาหลีอย่างถาวร)

กระทรวงยุติธรรมได้กำหนดโทษปรับแรงงานผิดกฎหมายที่เดินทางออกนอกประเทศโดยสมัครใจตั้งแต่เดือนกรกฎาคมปีนี้ เพราะก่อนหน้านี้ได้เปิดโอกาสให้สมัครใจกลับโดยไม่จ่ายค่าปรับแล้วจนกระทั่งปลายเดือนมิถุนายนปีนี้ (11 ธ.ค. 2019 – 30 มิ.ย. 2020)

ตามที่กระทรวงยุติธรรมแจงมีจำนวนแรงงานต่างชาติผิดกฎหมายในเกาหลีอยู่ที่ 390,814 คน ณ เดือนเมษายน 2020 ซึ่งคิดเป็นประมาณ 18% ของชาวต่างชาติทั้งหมด

หากแบ่งตามสัญชาติแล้วมีคนไทยราวๆ 150,000 คนซึ่งเป็นแรงงานที่ผิดกฎหมายมากที่สุด โดยคิดเป็น 40% ของแรงงานผิดกฎหมายทั้งหมด

ดังนั้นสถานทูตไทยจึงจัดเตรียมสิ่งของจำเป็นในชีวิตประจำวันเพื่อช่วยปกป้องพลเมืองไทยในเกาหลี และเนื่องจากจำนวนพลเมืองที่อาศัยอยู่ในศูนย์พักพิงนั้นก็เพิ่มขึ้นจากสถานการณ์ดังกล่าวด้วย จึงทำให้ต้องใส่ใจมากเป็นพิเศษ