เริ่มแล้ว! ตรวจคัดกรองเข้ม ไม่จับกลับประเทศ!

 

เจ้าหน้าที่กักกันเผยว่าพวกเขาจะไม่นำข้อมูลที่ได้รับจากการเข้าตรวจหาโควิด-19 มาใช้เพื่อปราบปรามผู้ที่ลักลอบพำนักอย่างไม่ถูกต้อง และขอร้องให้มีการออกมาตรวจหาเชื้ออย่างจริงจังหากมีอาการที่น่าสงสัย

นอกจากนี้ยังมีการให้ข้อมูลด้านการจัดตั้งศูนย์ตรวจคัดกรองชั่วคราวในพื้นที่ที่มีชาวต่างชาติกระจุกตัวตั้งแต่วันที่ 21 กุมภาพันธ์

[ตำแหน่งการจัดตั้ง]
3 แห่งในโซล, 6 แห่งในอินชอน, 3 แห่งในคย็องกีโด, 2 แห่งในชุงนัมโด

ตรวจคัดกรอง

การตัดสินใจดังกล่าวมีขึ้นเพื่อกระตุ้นให้มีการตรวจหาโควิด-19 หลังจากมีคนงานต่างชาติหลายคนติดเชื้อ COVID-19 โดยรวมตอนนี้มีผู้ที่ได้รับการยืนยัน กว่า 162 คนจากโรงงานพลาสติกในเมืองนัมยางจู จังหวัดคย็องกีโด

การตรวจสอบนั้นไม่ได้มีการระบุชื่อผู้เข้ารับการตรวจเพราะหลายคนเป็นผู้ลักลอบพำนักอย่างไม่ถูกต้อง และก็ไม่เต็มใจที่จะให้ข้อมูลของตนต่อเจ้าหน้าที่

เจ้าหน้าที่กักกันกล่าว
“ขณะนี้ศูนย์ตรวจคัดกรองชั่วคราวได้ดำเนินการโดยต้องบังคับให้ลงชื่อตามจริง แต่ตอนนี้ได้มีความจำเป็นที่จะต้องมีการตรวจคัดกรองโดยไม่ระบุชื่อ เพื่อเป็นทางเลือกให้ชาวต่างชาติที่ลักลอบพำนักอาศัยในเกาหลี”

“เราวางแผนที่จะหารือเกี่ยวกับแผนการตรวจคัดกรองโดยละเอียดกับกระทรวงการจ้างงานและแรงงาน (고용노동부) และกระทรวงยุติธรรม (법무부)”

ตรวจคัดกรอง

เจ้าหน้าที่กักกันอธิบายว่าการตรวจคัดกรองตามสถานที่ที่ชาวต่างชาติลักลอบพำนักอยู่นั้นเป็นเพียงการสอบสวนทางระบาดวิทยา และไม่ใช่เพื่อการปราบปรามแต่อย่างใด

ซอน ย็องแร (Son Young-rae) เจ้าหน้าที่กักกันกล่าว
“มีความเป็นไปได้ที่จะตรวจคัดกรองโดยไม่คำนึงถึงสถานะการพำนัก เพราะข้อมูลที่ใช้ในการตรวจคัดกรองจะไม่สามารถนำมาใช้เพื่อมาตรการต่างๆ เช่นการปราบปราม, การบังคับให้ส่งตัวกลับประเทศ, หรือแม้แต่ลงโทษทางกฎหมาย”

“เรายังชี้แนะให้เจ้าของธุรกิจ หรือเหล่านายจ้างป้องกันไม่ให้เกิดความกังวลใจที่จะต้องให้ลูกจ้างต่างชาติมาตรวจคัดกรอง”

ตรวจคัดกรอง

กระทรวงการจ้างงานและแรงงาน (고용노동부) จะเร่งตรวจสอบโรงงานสายการผลิตต่างๆ กว่า 500 แห่งและสถานที่ก่อสร้างกว่า 500 แห่ง ตั้งแต่วันที่ 22 กุมภาพันธ์ถึง 2 มีนาคมนี้

ย่านนิคมอุตสาหกรรมชีฮวา (ชีฮึง,อันซาน), ย่านนิคมอุตสาหกรรมคอมดัน (อินชอน), ย่านนิคมอุตสาหกรรมฮักวอน (คิมโป) และ ย่านนิคมอุตสาหกรรมชอนัน (ชอนัน) จะถูกตรวจคัดกรองอย่างเข้มงวด

นอกจากนี้รัฐบาลท้องถิ่นแต่ละแห่งจะดำเนินการศูนย์ไลฟ์แคร์สำหรับชาวต่างชาติ เพื่อแก้ไขปัญหาการรับตัวเข้ารักษาล่าช้า เนื่องจากอุปสรรคปัญหาด้านการสื่อสารและการแปล

ต่างชาติติดเชื้อวงกว้าง “คาดหอพักเป็นเหตุ”

 

กว่า 52 รายที่เกิดกรณีการระบาดของโควิด-19 เป็นวงกว้างในประเทศมาตั้งแต่เดือนมกราคม และ 63% นั้นก็เกิดขึ้นในเขตกรุงโซล

เจ้าหน้าที่กักกันอ้างถึงสภาพแวดล้อมการทำงานที่ใกล้ชิดและปิดล้อมมีการสื่อสารเสียงดังในที่ทำงานหรือพฤติกรรมการสวมหน้ากากอนามัยไม่เพียงพอ รวมไปถึงการใช้ชีวิตตามหอพักแรงงานต่างชาติเองก็เป็นเหตุผลให้เกิดการระบาดวงกว้างครั้งนี้

ควอน จุน-วุก ผู้อำนวยการหน่วยงานกักกันโรคกล่าว
“มีรายงานผู้ป่วยทั้งหมด 52 รายตั้งแต่เดือนมกราคม 2564 รวมตามสถานพยาบาลแล้วพบว่ามีผู้ป่วยได้รับการยืนยันการติดเชื้อแล้ว 1,362 ราย

ติดเชื้อวงกว้าง

ส่วนใหญ่ในเขตมหานครโซลพบ 33 ราย (63%) คิดโดยเฉลี่ย 26.1 ผู้ป่วยเกิดขึ้นภายใน 10.8 วัน

เมื่อเร็ว ๆ นี้มีการติดเชื้อกระจายขนาดใหญ่ที่โรงงานพลาสติกในนัมยางจู, คย็องกีโด และที่โรงงานหม้อไอน้ำในอาซาน, ชุงชองนัมโด

พบผู้ได้รับการยืนยันทั้งหมด 130 คนในโรงงานพลาสติกของนัมยางจูและมีคนไทย 6 คนรวมอยู่ในกลุ่มผู้ติดเชื้อ

นอกจากนั้นมีผู้ติดเชื้อทั้งหมด 149 คนที่โรงงานผลิตหม้อไอน้ำในอาซานจังหวัดชุงชองนัมโดด้วย

ติดเชื้อวงกว้าง

ควอน จุน-วุก ผู้อำนวยการหน่วยกักกันกล่าว
“เราจะส่งเสริมการสร้างระบบการจัดการชีวิตร่วมกันตามหอพักและเสริมสร้างระบบกักกันโรคให้รัดกุมขึ้น”

รัฐบาลกรุงโซลได้ตัดสินใจที่จะดำเนินการตรวจสอบหอพักหรือที่พักสำหรับแรงงานต่างชาติกว่า 215 หอพักเข้มข้นเป็นพิเศษ

ติดเชื้อวงกว้าง

ขอบคุณที่มาจาก: แหล่งข่าว

คย็องกีโดเตรียม “ฟูดส์แบงค์” ช่วยผู้ตกยากช่วงโควิด

 

“ฉันทำงานที่ร้านอาหาร … ตอนนี้ฉันไม่ได้ทำงานเพราะสถานการณ์โควิด-19 แล้วฉันก็มาถูกไล่ออกก่อนเพียงเพราะฉันเป็นชาวต่างชาติ”

 

นี่คือสิ่งที่หญิงต่างชาติที่ไปยังฟูดส์แบงค์ (สถานที่หรือตู้บริจาคอาหารที่รัฐจัดเตรียมไว้ให้) ในคย็องกีโดกล่าว

 

ฟูดส์แบงค์

 

บริการ ‘경기 먹거리 그냥드림 코너’ กำลังดำเนินการในคย็องกีโดซึ่งที่ๆผู้คนสามารถเข้ามารับอาหารฟรีได้โดยจะมีการตรวจสอบเฉพาะหมายเลขโทรศัพท์มือถือและไม่มีการยืนยันตัวตนอื่นๆ

ฟูดส์แบงค์เป็นศูนย์อาหารที่ประชาชนสามารถเข้ามารับข้าว, อาหาร, และของใช้ในชีวิตประจำวันได้ฟรีๆ

เนื่องจากมีปัจจุบันนี้การหาเลี้ยงชีพนั้นทำได้ยากขึ้นเกรงว่าจะทำให้เกิดผลกระทบเชิงลบในสังคม การบริการนี้จะช่วยลดความเสี่ยงต่อผู้ตกยากที่อาจผันตัวไปชิงทรัพย์ซึ่งอาจนำปัญหามาให้สังคมภายหลัง อีกทั้งยังเป็นการลดการปฏิเสธการเข้าใช้บริการของลูกค้ามาเป็น “การแบ่งปัน” แทน “การบริจาค”

ที่ฟูดส์แบงค์มีผู้เข้าใช้บริการในแต่ละวัน 4 ถึง 5 คนเมื่อเดือนที่แล้ว แต่ทุกวันนี้จำนวนเพิ่มขึ้นมากกว่า 100 คนต่อวัน

 

ฟูดส์แบงค์

 

ในจำนวนผู้คนเข้ามาใช้บริการ

ก็พบว่ามีผู้คนหลายประเภท เช่น ชาวต่างชาติหลายคนที่ตกงานกะทันหัน, แม่ที่มาแทนลูกสาวที่ตกงาน, และคุณปู่ที่หาเลี้ยงชีพยากในสถานการณ์ปัจจุบัน

ที่แห่งเป็นที่ที่สามารถใช้ได้กับทุกคน โดยไม่คำนึงถึงรายได้ แต่เป็นที่ๆให้สำหรับผู้ที่เพิ่งประสบปัญหาทางเศรษฐกิจ

เงื่อนไขนั้นไม่มีอะไรเลย ไม่จำเป็นต้องสมัครทางอินเทอร์เน็ต และผู้คนไม่จำเป็นต้องมีคุณสมบัติในการใช้งาน

 

ฟูดส์แบงค์

 

[สถานที่ให้บริการ ‘경기 먹거리 그냥드림 코너’]

성남열린 푸드마켓 – 성남시 분당구 탄천로 215

광명 푸드뱅크 마켓 – 광명시 광삼로 9

평택 푸드마켓 – 평택시 송탄로 191

 

คย็องกีโดมีแผนจะเพิ่มจำนวน “경기 먹거리 그냥드림 코너” เป็น 31 แห่งในปีนี้

 

นอกจากนี้ยังมี “ตู้เย็นบริจาค(공유 냉장고)” ในซูวอนซึ่งทุกคนสามารถนำอาหารมาบริจาคเพื่ออีกหลายคนที่ทุกช์ยากได้มีโอกาสได้มาใช้งานอีกด้วย

อย่างไรก็ตามดูเหมือนว่าจำนวนตู้เย็นที่ใช้บริจาคนี้ได้เพิ่มขึ้น ณ วันที่ 14 สิงหาคมที่ผ่านมา กว่า 26 ตู้ตามคำร้องขอของผู้อยู่อาศัย

เริ่มเห็นจุดสิ้นสุด ‘โควิด -19 ระบาดรอบ 3’

 

“การระบาดใหญ่ครั้งที่ 3” ของ โควิด-19 ที่ยาวนานเริ่มจะสิ้นสุดลงด้วยการกักกันโรคตามระบอบประชาธิปไตยของรัฐบาลเกาหลี ด้วยความเสียสละและความอดทนของประชาชน และด้วยความพยายามของเจ้าหน้าที่ทางการแพทย์

แม้ว่านักการเมืองฝ่ายค้านได้กระตุ้นให้เกิดวิกฤตโดยสร้างทฤษฎี “K-quarantine failure” ที่ว่ากันว่าเกาหลีอยู่ได้ด้วยปาฏิหาริย์ในทุกวันเมื่อเทียบกับทั่วโลก แม้แต่สหรัฐฯและยุโรปก็ยังชัตดาวน์ลงเนื่องจากปัจจัยตามฤดูกาลและไวรัสที่กลายพันธุ์

ตามข้อมูลของหน่วยงานกักกันโรคเมื่อวันที่ 16 มกราคม จำนวนผู้ป่วยที่ได้รับการยืนยันใหม่คือ 580 ราย

 

โควิด

 

จำนวนผู้ป่วยที่ได้รับการยืนยันเฉลี่ยรายวันสูงสุดที่ 1,016 จนถึงเดือนธันวาคมและต้นเดือนมกราคม แต่อย่างไรก็ตามจำนวนผู้ป่วยที่ได้รับการยืนยันนั้นจะเริ่มค่อยๆลดลง

ในจำนวนผู้ป่วยที่ได้รับการยืนยันโดยเฉลี่ยต่อวันในสัปดาห์ที่ผ่านมานั้นอยู่ที่ 523 ราย

สถานการณ์ในเกาหลียังไม่ง่ายอย่างที่คิด ประเทศส่วนใหญ่ในซีกโลกเหนือได้เข้าสู่ฤดูหนาวกันแล้วและการติดเชื้อ COVID-19 ก็กำลังแพร่ระบาดไปทั่ว

ในช่วงฤดูหนาวผู้เชี่ยวชาญส่วนใหญ่คาดการณ์การแพร่ระบาดของ COVID-19 ในอากาศหนาวขึ้นจะทำให้มีการใช้ชีวิตในที่ร่มเพิ่มขึ้นและจำนวนผู้ติดเชื้อก็จะเพิ่มขึ้นอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ เนื่อจากสถานที่ใช้งานนั้นเป็นสถานที่อเนกประสงค์แบบปิด

 

โควิด

 

ตัวอย่างเช่น ญี่ปุ่นได้ประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินเพื่อรับมือกับ COVID-19 แต่จำนวนผู้ป่วยที่ได้รับการยืนยันก็ยังไม่ได้ลดลงมาเป็นเวลานานกว่าหนึ่งสัปดาห์แล้ว

จีนก็ยังมีมาตรการกักกันที่เข้มงวด เช่น “ห้ามออกไปข้างนอก” และ “การปิดล้อมเมือง” แต่ก็ไม่สามารถบรรเทาการแพร่ระบาดได้อย่างง่ายดาย

ฝรั่งเศสได้กำหนดเคอร์ฟิวอย่างเข้มงวดเป็นเวลาอย่างน้อย 2 สัปดาห์หลัง 18.00 น.

ในสหราชอาณาจักรไวรัสกลายพันธุ์เป็นที่ถกเถียงกัน อย่างมากซึ่งไวรัสกลายพันธุ์ตัวนี้กำลังแพร่กระจายไปยังยุโรปสหรัฐอเมริกาและเอเชีย

สหรัฐอเมริกาซึ่งกำลังตรึงความหวังในการเปิดตัววัคซีนกับสหราชอาณาจักรยังมีผู้ป่วยที่ได้รับการยืนยันสูงกว่า 230,000 รายเพียงวันเดียวอยู่ วัคซีนไม่สามารถกระจายได้ทันเท่าการแพร่ระบาดของ COVID-19

ทางด้านเกาหลียังไม่ได้เริ่มการฉีดวัคซีนและแม้ว่าจะไม่ได้ใช้นโยบายชัตดาวน์ที่เข้มงวดเหมือนประเทศอื่น ๆ แต่เชื่อว่าผลลัพธ์มาจากความเสียสละและความอดทนของประชาชนพร้อมกับการกักกันโรคตามระบอบประชาธิปไตยของรัฐบาลและความพยายามของเจ้าหน้าที่ทางการแพทย์

แม้ว่าการเว้นระยะห่างทางสังคมระดับ 2.5 จะดำเนินต่อไปนานกว่าหนึ่งเดือนแล้ว แต่ก็มีการเบี่ยงเบนที่สำคัญบางประการจากงานปีใหม่ขนาดใหญ่ในสหรัฐอเมริกาและยุโรป

อย่างไรก็ตามก็มีความน่าเศร้าอยู่บ้าง เนื่องจากสถานการณ์ COVID-19 ยืดเยื้อการเว้นระยะห่างทางสังคมก็ยืดเยื้อเช่นกัน ผู้ประกอบอาชีพอิสระที่ถูกพักงานเนื่องจากการเว้นระยะห่างทางสังคมต่างต้องการค่าตอบแทนที่เหมาะสมจากรัฐบาล

 

โควิด

 

ภายใต้สถานการณ์เหล่านี้การติดเชื้อโดยรวมก็ยังคงดำเนินต่อไปตามศูนย์กลางของสถานที่ทางศาสนา เช่น ชินชอนจิ (신천지), โบสถ์ซารังแจอิล(사랑제일교회) และ ศูนย์ BTJ (BTJ 열방센터, 인터콥선교회)

ความขัดแย้งที่ใหญ่กว่าคือศาลเข้ามามีส่วนตัดสินหัวหน้าของ ชินชอนจิ นาอีมันฮี (이만희) และบาทหลวงจอนควังฮุน (사랑제일교회 전광훈 목사) ให้พ้นผิด

การวิพากษ์วิจารณ์ทางออนไลน์ยังคงดำเนินต่อไปว่าการรับรู้ของประชาชนทั่วไปและการรับรู้ของผู้พิพากษานั้นแตกต่างกันเกินไป

ชาวเน็ตคนหนึ่งกล่าวว่า “ผู้ร้ายคือผู้พิพากษาต่างหากที่ดูจะร้ายมากกว่าลีมันฮีและจอนควังฮุนและศูนย์ BTJอีก”

ในทางกลับกันรัฐบาลได้ประกาศแผนปรับระยะห่างทางสังคมในวันที่ 16 ม.ค. โดยมีการขยายการเว้นระยะห่างทางสังคมยาวต่อไปถึงวันที่ 31 มกราคม และมีมาตรการกักกันโรคพิเศษในช่วงวันซอลนัลหรือวันปีใหม่เกาหลีที่กำลังจะมาถึงเดือนหน้านี้ด้วย

ตรวจโควิดฟรีที่ “นาจู,นนซาน,กงจู”

 

พบคู่รักต่างชาติชาวซีเรียติดเชื้อโควิดในเมืองนาจู จอลลานัมโด (전남 나주시) ส่งผลให้มีการเร่งตรวจสอบแรงงานต่างชาติทั้งหมดในเมืองนาจูเนื่องจากยังไม่มีการระบุเส้นทางของการติดเชื้อ

เมื่อวันที่ 11 มกราคม เมืองนาจูเผยถึงการจัดตั้งคลินิกคัดกรองโควิดที่ศูนย์การเกษตรดงซู (동수농공단지) และได้มีการทำการทดสอบ COVID-19 กับแรงงานต่างชาติ 315 คน

ศูนย์อุตสาหกรรมการเกษตรแห่งนี้มีโรงงานล้อมรอบหนาแน่นและมีคนงานต่างชาติจำนวนมาก ซึ่งอาจกลายเป็นการติดเชื้อแบบกลุ่มได้

ด้วยเหตุนี้จึงต้องทำการทดสอบทั้งหมด

ศูนย์สุขภาพนาจูจะดำเนินการทดสอบโควิด-19 ในแรงงานต่างชาติ 800 คน และนักศึกษาต่างชาติแบบเต็มรูปแบบ ระหว่างวันที่ 13 มกราคมถึง 15 มกราคมในโรงพยาบาลมหาวิทยาลัยและบริษัทขนส่งในเมืองนาจู

 

ตรวจโควิดฟรีที่

 

นอกจากนี้จะมีการทดสอบโควิด -19 โดยไม่เสียค่าใช้จ่ายใน นนซาน, ชุงช็องนัมโด (충남논산시) ในกลุ่มประชาชนทั่วไปและรวมถึงแรงงานต่างชาติด้วย

เมืองนนซานจะดำเนินการคลินิกคัดกรองโควิด -19 กว่า 11 แห่งตั้งแต่วันที่ 11 ถึง 17 มกราคมนี้

 

ตรวจโควิดฟรีที่

 

ทางด้านกงจูชี, ชุงช็องนัมโด ได้ออกประกาศตรวจโควิดให้ต่างชาติฟรีเช่นกัน ไม่ว่าจะเป็นผีน้อยก็สามารถเข้ารับการตรวจโควิดได้ฟรีที่ศูนย์ตรวจจนถึง 22 มกราคมนี้

 

ตรวจโควิดฟรีที่

 

 

 

สกัดกั้นโควิดศูนย์พักพิงต่างชาติ “ลั่นส่งกลับประเทศ 6,359 รายแล้ว”

 

ในขณะที่การติดเชื้อโควิด-19 ที่ศูนย์กักกันโซลดงบู (서울동부구치소) ยังคงดำเนินต่อไป กระทรวงยุติธรรมเองก็กำลังดำเนินการตรวจหาเชื้อโควิด -19 ในกลุ่มผู้ต้องขังทุกคนที่ศูนย์พักพิงต่างชาติชั่วคราว (외국인보호소)

 

กระทรวงยุติธรรมกล่าวว่า:

“เพื่อป้องกันการแพร่ระบาดของโควิด-19 เราได้ทำการตรวจหาโควิด-19 ให้กับชาวต่างชาติทั้งหมดภายในศูนย์พักพิงต่างชาติชั่วคราวมาตั้งแต่วันที่ 4 มกราคม”

 

โควิด

 

กระทรวงยุติธรรมยังอธิบายด้วยว่าผู้ต้องขังใหม่จะต้องแยกอยู่แบบโดดๆ เป็นเวลา 1 สัปดาห์ก่อนและหลังเข้าศูนย์มาแล้วจะมีการตรวจสอบโควิด-19 ก่อนจะย้ายผู้ต้องขังไปยังห้องคุ้มครองทั่วไป แต่นั่นก็ต่อเมื่อมีการระบุการตรวจหาเชื้อเป็น ‘ลบ’ เท่านั้น

ขณะเดียวกันกระทรวงยุติธรรมชี้แจงว่าสื่อบางสำนักรายงานว่าศูนย์พักพิงต่างชาติชั่วคราวไม่มอบให้หน้ากากอนามัยแก่ชาวต่างชาตินั้นไม่เป็นความจริงอย่างยิ่ง

กระทรวงยุติธรรมจัดหาหน้ากากให้กับชาวต่างชาติที่ได้รับการคุ้มครอง ตั้งแต่วันที่ 10 มีนาคม 2020 และได้ดำเนินการ “สวมหน้ากากอนามัยในศูนย์อยู่เสมอ” ตั้งแต่ปลายเดือนพฤศจิกายน

 

โควิด

 

และตั้งแต่วันที่ 16 ธันวาคมมานั้น ภายในศูนย์มีการใช้กฎต่างๆเข้มงวดขึ้น เช่น “สวมหน้ากากหากต้องอยู่ในห้องเดียวกันกับผู้อื่น”

กระทรวงยุติธรรมยังหักล้างคำวิจารณ์ของสื่อที่ว่าจำนวนผู้ต้องขังในศูนย์พักพิงชาวต่างชาติเพิ่มขึ้นเกือบสองถึงสามเท่าจากปกติ

กระทรวงยุติธรรมกำลังละเว้นจากการปราบปรามชาวต่างชาติที่เป็นผู้อพยพเข้าเมืองอย่างผิดกฎหมายให้มากที่สุด และรักษาอัตราการคุ้มครองต่างชาติเฉลี่ยไม่เกิน 60% ของพื้นที่ๆ สามารถรองรับได้

 

โควิด

 

ซึ่งหมายความว่า ผู้อพยพผิดกฎหมายที่มีคดีหรือกำลังถูกปราบปราม แต่ผู้อพยพผิดกฏหมายที่หลบเข้ามาทำงานนั้นจะได้รับการละเว้นจากการปราบปราม

กระทรวงยุติธรรมประสบปัญหาในการส่งชาวต่างชาติที่ได้รับการคุ้มครองในศูนย์พักพิงชั่วคราวนี้กลับประเทศ เนื่องจากมีการระงับเที่ยวบินระหว่างประเทศเพราะผลกระทบจากโควิด-19 แต่ได้มีการเรียกร้องให้มีการเปิดบริการเที่ยวบินกลับประเทศจนกระทั่งมีเที่ยวบินกว่า 173 เที่ยวที่ให้ความร่วมมือกับกระทรวงการต่างประเทศมาตั้งแต่เดือนเมษายน 2020

ผลที่ตามมาระบุว่ามีการส่งผู้อพยพเข้าเมืองผิดกฎหมายกว่า 6,359 คนกลับประเทศเป็นที่เรียบร้อยแล้ว

 

ขอบคุณที่มาจาก: แหล่งข่าว

จับผู้ป่วยโควิดหลบหนีระหว่างทาง

 

ผู้ได้รับการยืนยันว่าติดเชื้อโควิด-19 ที่หลบหนีหลังจากมีการถูกส่งตัวจากอึมซ็องกุน, ชุงบุก (충북 음성) ไปยังกรุงโซล ถูกตำรวจจับได้แล้วในช็องจู ชุงบุก(충북 청주) ใน 2 ชั่วโมงหลังการหลบหนี

ตามรายงานจากเจ้าหน้าที่ตำรวจเมื่อวันที่ 20 ธันวาคม (วันนี้) นายเอ (58) ซึ่งแอบหลบหนีขึ้นรถแท็กซี่ระหว่างอยู่ในขั้นตอนการนำตัวส่งศูนย์สุขภาพจิตแห่งชาติ (국립정신건강센터) ในควังจินกู, กรุงโซลเขาสวมชุดผู้ป่วยจากร.พ.อึมซ็อง (음성소망병원) และหลบหนีไป แต่ถูกพบตัวใกล้กับสถานีตำรวจในซอวอนกู, ชุงช็องบุกโด (충북 청주시 서원구) เวลาประมาณ 13.00 น.

 

โควิด

 

คนขับรถแท็กซี่ซึ่งกำลังจะพาผู้ติดเชื้อไปยังช็องจูเผยว่า มันรู้สึกแปลกๆ ที่นายเอ พูดจาพิลึกและอยากจะไปที่ป้อมตำรวจบุนพย็อง (분평지구대)

วันนี้เขากำลังจะถูกนำตัวส่งไปที่ศูนย์สุขภาพจิตแห่งชาติโดยรถพยาบาลฉุกเฉิน และขณะที่เจ้าหน้าที่กู้ชีพจาก 119 ลงจากรถเพื่อเข้าไปในโรงพยาบาลได้สักพักนายเอ ก็ปลดเข็มขัดนิรภัยออกก่อนจะวิ่งหลบหนีไป

เขาเพิ่งจะได้เข้ารับการรักษาในโรงพยาบาล เพื่อรักษาทางจิตเวชที่โรงพยาบาลโซมัง ซึ่งสถานการณ์ล่าสุดที่นั่นมีผู้ติดเชื้อโควิดกว่า 37 ราย และนายเอก็เป็นหนึ่งในนั้น ตัวเขาได้รับการยืนยันว่าเป็น โควิด-19 เมื่อวันที่ 18 ธันวาคมที่ผ่านมา

ทำให้มีการส่งตัวเขาไปให้กับเจ้าหน้าที่กักกันโรคที่ป้อมตำรวจบุนพย็อง

เจ้าหน้าที่กักกันโรคจะย้าย นายเอ กลับไปยังศูนย์จิตเวทและแยกกักตัวเขาออกไปลำพัง

 

โควิด

 

เจ้าหน้าที่กักกันยังมีแผนที่จะทำการตรวจสอบผู้ติดต่อเช่น ผู้ขับรถแท็กซี่ที่ไปส่งนายเอที่ช็องจูเพิ่มเติม

นอกจากนี้ยังมีรายงานว่านายเอแวะไปบริเวณรอบนอกของป้อมตำรวจ แต่ป้อมตำรวจต้องปิดและมีการฆ่าเชื้อเนื่องจากคนขับแท็กซี่ให้ผู้ติดเชื้อได้แวะเข้าไปในป้อมสถานีตำรวจนั้น

 

ขอบคุณที่มาจาก: แหล่งข่าว

ลักลอบเปิดสถานบันเทิง ‘2 หญิงไทยติดร่างแห’

 

เนื่องจากมาตราการเว้นระยะห่างทางสังคมระดับ 2.5 ทำให้สถานบันเทิงหลายแห่งถูกระงับไม่ให้เปิดให้บริการ

อย่างไรก็ตามกลับมีสถานบันเทิงแห่งหนึ่งในเมืองซูวอนละเมิดกฎหมายและนำมาซึ่งการปราบปรามจากทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ ซึ่งเจ้าหน้าที่จับกุมได้หลังปิดกั้นช่องทางเข้าออกสถานบันเทิง ที่แอบนำลูกค้าเข้าร้านจากทางเข้าอื่นที่ไม่ใช่ทางเข้าปกติ

 

สถานบันเทิง

 

เมื่อวันที่ 15 ธันวาคม เวลาประมาณตี 3:35 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจสถานีตำรวจซูวอนใต้ (수원남부경찰서) ได้เข้าจับกุมผู้ฝ่าฝืนได้ทั้งหมด 14 ราย เป็นชาย 9 ราย และหญิง 5 ราย รวมทั้งพนักงานและนักท่องราตรีในสถานบันเทิงในข้อหาฝ่าฝืนพระราชบัญญัติป้องกันและจัดการโรคติดเชื้อ

โดยเฉพาะอย่างยิ่งในนั้นพบหญิงไทย 2 ราย ซึ่งถูกระบุว่าเป็นแรงงานผีน้อยในภายหลังจึงถูกนำตัวส่งไปยังสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองซูวอนทันที

 

สถานบันเทิง

 

ตามที่ตำรวจระบุว่าสถานบันเทิงแห่งนี้ปิดป้ายไฟบริเวณทางเข้าและลิฟต์ไว้ แต่กลับแอบเปิดกิจการให้เข้าไปสถานบันเทิงผ่านทางออกฉุกเฉินที่มีช่องทางออกไปสู่โมเต็ล

เจ้าหน้าที่ตำรวจพัลทันกู เมืองซูวอน (수원시팔달구) ได้รับการแจ้งความเข้ามาจึงเข้าตรวจสอบ และมีการเข้าจับกุมพร้อมกำหนดโทษปรับทั้งผู้ใช้บริการและเจ้าของกิจการ

 

สถานบันเทิง

 

นอกจากนี้ในวันที่ 3 ธันวาคม นายเอ ซึ่งทำธุรกิจบันเทิงในกังนัมกู, กรุงโซล ก็ถูกตั้งข้อหาตกแต่งและดำเนินกิจการห้องพักในโรงแรมที่เหมือนสถานบันเทิงโดยมี นายบี ดูแลกิจการให้

ในกรณีนี้ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้รับรายงานเข้ามาจากผู้ที่เข้าไปใช้บริการห้องพักในโรงแรมนั้น

เนื่องจากโควิด -19 แพร่กระจายไปทั่วประเทศสถานการณ์ยังคงเกิดขึ้นโดยที่ธุรกิจต่างๆก็ยังไม่ใส่ใจ และยังคงแอบดำเนินการอย่างไร้เหตุผล จนก่อให้เกิดอันตรายต่อผู้อื่นอยู่ เจ้าหน้าที่จึงต้องออกมาปราบปรามอย่างเข้มงวด

 

สถานบันเทิง

 

ขอบคุณที่มาจาก: 경기일보

ยอดโควิดพุ่งอีกระลอก กับ “คำโกหกของสมาชิกโบสถ์”

 

วันนี้ (13 ธันวาคม) พบว่ามีผู้ติดเชื้อโควิดแบบกลุ่ม 40 คน และในจำนวนนั้นมี 31 คนที่เป็นสมาชิกคริสตจักรของโบสถ์แห่งหนึ่งในเมืองทังจิน, จังหวัดชุงชองนัมโด (충남 당진)

สาเหตุที่มีการระบาดพบว่าคริสตจักรนั้นไม่ได้ขึ้นทะเบียนเป็นคริสตจักรท้องถิ่น ดังนั้นจึงถูกละไว้ไม่มีการตรวจสอบการใช้มาตราการกักกันโรค

 

โควิด

 

ทางด้านโบสถ์แห่งหนึ่งในเมืองเจชอน, จังหวัดชุงชองบุกโด (충북 제천) ก็พบว่ามีผู้ติดเชื้อโควิด-19 แบบหมู่กว่า 13 คน ซึ่งมีสมาชิกคริสตจักรรายหนึ่งไม่ให้ความร่วมมือและขัดขวางการสอบสวนทางระบาดวิทยาโดยการโกหก

ในการสืบสวนทางระบาดวิทยา นางสาวเอ ระบุว่าเธอแค่ออกไปเดินเล่น แต่เธอพยายามซ่อนความจริงบางอย่างไว้ อย่างไรก็ตามเจ้าหน้าที่กักกันโรคได้ยืนยันแล้วว่า เธอได้แวะที่โบสถ์จริงหลังจากมีตรวจสอบเส้นทางผ่าน GPS

ส่งผลให้ทางด้านหน่วยงานกักกันยื่นคำร้องต่อตำรวจว่า นางสาวเอ นั้นละเมิดกฎการกักกันโรค

 

โควิด

 

นอกจากนี้ยังมีการติดเชื้อไวรัสโควิด-19 แบบกลุ่มอีก 28 รายโบสถ์ในเมืองแทกู (대구) และมีการยืนยันแล้วว่าโบสถ์บางแห่งนั้นเข้าภาวนาโดยไม่มีการสวมหน้ากากอนามัยอีกด้วย

จากการสืบสวนพบว่ามีสมาชิกคริสตจักร 10 คนที่เข้าไปภาวนาโดยไม่สวมหน้ากากเป็นเวลากว่า 30 นาทีอีกทั้งยังมีการร่วมรับประทานอาหารหลังการชุมนุมเล็ก ๆ ในโบสถ์ด้วย

ทางด้านสถานการณ์ในกรุงโซลพบการติดเชื้อในกลุ่มคริสตจักรในกังซอกูกว่า 91 คน จนต้องมีการสั่งปิดโบสถ์ไป (서울 강서구)

 

เป็นการกลับมาอีกครั้งของผู้ป่วยโควิด-19 ที่มาจากกิจกรรมทางศาสนาตามคริสตจักร

 

โควิด

 

ในการตอบสนองของทางรัฐบาลนั้นก็ได้มีรายงานว่าทางรัฐบาลกำลังพิจารณาจะนำการเว้นระยะห่างทางสังคมระดับ 3 เข้ามาใช้

หากถูกยกระดับขึ้นเป็นระดับ 3 สถานที่จัดงานแต่งงาน, และห้างสรรพสินค้าจะต้องปิดตัวลง และห้ามมีการรวมตัวกันมากกว่า 10 คน

 

โควิด

 

โรงเรียนในกรุงโซลจะต้องหยุดโรงเรียนทันที

โรงเรียนทุกแห่งในโซลได้ตัดสินใจที่จะหยุดไม่ให้นักเรียนเดินทางไปโรงเรียนตั้งแต่วันที่ 15 ธันวาคมนี้ ทางด้านคย็องกีโดและอินชอนก็กำลังพิจารณาที่จะระงับไม่ให้นักเรียนต้องเดินทางไปโรงเรียน

 

โควิด

 

ทางด้านการรักษา เนื่องจากไม่มีเตียงรักษาในโรงพยาบาลคย็องกีโด จึงมีการเร่งระดมหอพักของมหาวิทยาลัยมาใช้เป็นเตียงพยาบาลสำหรับรักษาผู้ป่วย COVID-19 โดยเฉพาะ

หน่วยงานกักกันโรคได้ประกาศแผนการที่จะเตรียมความพร้อมจัดเตรียมเตียงพยาบาลกว่า 10,000 เตียงให้ได้ภายในสิ้นปีนี้

 

[สถานะเตียงผู้ป่วยในเขตกรุงโซล] – ณ วันที่ 13 ธันวาคม

ศูนย์แยกกักกันโรคลิฟวิ่งทรีทเมนเซนเตอร์ – รองรับได้ทั้งหมด 4,805 เตียง (รองรับได้อีก 2,095 เตียง) + สิ้นปีคาดรองรับเพิ่มจากเดิมได้อีก 4,095 เตียง

โรงพยาบาลควบคุมโรคติดเชื้อ – รองรับได้ทั้งหมด 2,280 เตียง (รองรับได้อีก 440 เตียง) + สิ้นปีคาดรองรับเพิ่มจากเดิมได้อีก 2,260 เตียง

เตียงดูแลผู้ป่วยอาการรุนแรง – รองรับได้ทั้งหมด 333 เตียง (รองรับได้อีก 12 เตียง) + สิ้นปีคาดรองรับเพิ่มจากเดิมได้อีก 287 เตียง

8 ธันวาคม เขตปริมณฑลเตรียม ยกระดับการป้องกันโควิด 2.5

 

“ระยะห่างทางสังคมระดับ 2.5 คือป้อมปราการสุดท้ายก่อนที่จะเข้าสู่มาตราการควบคุมอย่างเต็มที่”

 

ภายในวันที่ 8 ธันวาคมยาวไปจนถึง 28 ธันวาคมหน่วยงานกักกันได้ตัดสินใจที่จะยกระดับการเว้นระยะห่างทางสังคมท่ามกลางวิกฤติ COVID-19 ในเขตเมืองหลวงขึ้นเป็นระดับ 2.5 และพื้นที่ที่ไม่ใช่เมืองหลวงจะอยู่ในระดับ 2

* ปริมณฑล = โซล, คยองกี, อินชอน

* พื้นที่ที่ไม่ใช่เมืองหลวง = ทุกพื้นที่ยกเว้นเขตปริมณฑล

 

โควิด

 

จำนวนผู้ป่วยที่ได้รับการยืนยันโดยเฉลี่ยต่อวันตั้งแต่วันที่ 30 พฤศจิกายนถึง 6 ธันวาคมอยู่ที่ 514 รายโดย 375 รายได้รับการยืนยันการติดเชื้อจากเขตปริมณฑล

นอกจากนี้การเคลื่อนที่ระหว่างพื้นที่ในช่วงสุดสัปดาห์จะลดลงมากกว่า 20% เนื่องจากการเว้นระยะห่างทางสังคมระดับ 1.5 แต่ดูเหมือนว่าจะไม่มีแนวโน้มที่ผู้ป่วย COVID-19 จะลดลงเลย

ดังนั้นสรุปได้ว่าผลของระยะห่างทางสังคมที่นำมาใช้ในการป้องกันแรกนั้นแนวโน้มและการลดลงของผู้ป่วย COVID-19 ยังไม่ได้แสดงให้เห็นอย่างเต็มที่นัก

นอกจากนี้จำนวนผู้ป่วยยังคงเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ และภาระในระบบการแพทย์ก็เพิ่มมากขึ้น

หากใช้ระยะห่างทางสังคมระดับ 3 กิจกรรมทางสังคมจะถูกจำกัดออสระอย่างสมบูรณ์ ระดับ 2.5 นั้นถือเป็นป้อมปราการสุดท้ายที่จะป้องกันได้

หากการยกระดับ 2.5 ไม่ได้ช่วยให้การติดเชื้อ COVID-19 ลดลงก็จะกลายเป็นการแพร่ระบาดทั่วประเทศ และระบบการแพทย์นั้นก็อาจะล่มจริงๆก็เป็นได้

 

โควิด

 

1. มาตรการที่ดำเนินการในเขตปริมณฑล (การเว้นระยะห่างทางสังคมระดับ 2.5)

 

(1) ลดการออกนอกบ้านและการเดินทางไปไหนมาไหนของพนักงานออฟฟิศและนักเรียนให้เหลือน้อยที่สุด และนำการสื่อสารโทรคมนาคมและชั้นเรียนทางไกลเข้ามาใช้งาน และห้ามไม่ให้มีการรวมตัวกันตามสถาบันต่างๆ

– ขอแนะนำอย่างยิ่งว่าผู้อยู่อาศัยในเขตเมืองไม่ควรเดินทางไปยังพื้นที่อื่น เช่น การเดินทางท่องเที่ยวหรือการเดินทางเพื่อติดต่อธุรกิจ และควรจำกัดจำนวนการจอง KTX และรถโดยสารด่วนให้น้อยลงกว่า 50%

(2) จำกัดการดำเนินงานของร้านอาหาร, โรงภาพยนตร์, ห้องพีซีรูม, ร้านทำผม, ร้านค้าข่ยของลดราคาขนาดใหญ่, ห้างสรรพสินค้า, และสวนสนุก หลังเวลา 21:00 น. เพื่อหยุดการพบปะและการนัดหมายให้มากที่สุด

– งานแต่งงาน, พิธีการ, และการนำเสนองานต่างๆ จะถูกจำกัดไว้ที่ 50 คน และห้ามมีงานปาร์ตี้ที่จัดโดยโรงแรมและที่พักอื่น ๆ

(3) ห้ามสถานอำนวยความสะดวกที่มีความเสี่ยงสูงทำการ

– ห้ามใช้สถานบันเทิง

– ห้ามใช้ห้องร้องเพลง, ศูนย์ออกกำลังกาย, ห้องบิลเลียด, สถานอำนวยความสะดวกกีฬาในร่ม ฯลฯ

– สำหรับร้านกาแฟสามารถเทคเอ้าท์และจัดส่งได้เท่านั้น และห้ามใช้ห้องอาบน้ำสาธารณะ

– กิจกรรมทางศาสนาไม่ควรมีกิจกรรมหน้าต่อหน้า

(4) การปรับจำนวนการเข้าเรียน

โรงเรียนในเขตปริมณฑล (อนุบาล, ประถม, มัธยมต้น, และมัธยมปลาย) จะจำกัดจำนวนผู้เข้าเรียนให้น้อยกว่า 1 ใน 3

ธนาคารในเขตปริมณฑลจะลดระยะลดเวลาทำการ

โดยจะลดเวลาทำการลง 1 ชั่วโมง ตั้งแต่เวลา 09.30 น. ถึง 15.30 น. (เวลาทำการของธนาคารเดิมทีจะเริ่มตั้งแต่ 9.00-16.00 น.)

 

โควิด

 

2. มาตรการดำเนินการในพื้นที่ที่ไม่ใช่เมืองหลวง (การเว้นระยะห่างทางสังคมระดับ 2)

 

– ห้ามใช้สถานบันเทิง

– ร้านอาหารควรได้รับอนุญาตให้เทคเอ้าท์และจัดส่งหลัง 21:00 น. เท่านั้น

– ร้านกาแฟอนุญาตให้บรรจุหีบห่อและจัดส่งตลอดเวลาทำการ

– ห้องร้องเพลงและสนามกีฬาในร่มจะปิดให้บริการหลังเวลา 21:00 น.

– มีการเว้นระยะห่างระหว่างที่นั่งในโรงภาพยนตร์และห้องแสดงคอนเสิร์ต

– งานแต่งงานหรืองานอื่นๆ จะอนุญาตให้มีแขกเข้าร่วมได้ไม่เกิน 100 คน

– โรงเรียน (อนุบาล, ประถม, มัธยมต้น) จะจำกัด จำนวนนักเรียนที่เข้าเรียนไม่ถึง 1ใน3 ของจำนวนนักเรียน ส่วนโรงเรียนมัธยมจะจำกัดไว้ที่ 2 ใน 3 ของนักเรียนทั้งหมดในโรงเรียน

 

โควิด

 

ขอบคุณที่มาจาก: 질병관리청