งานเข้า คลิปเหยียบปลาหมึก “อย. สั่งยึดผิด พ.ร.บ. สุขาภิบาลอาหาร”

เมื่อวันที่ 9 มกราคมที่ผ่านมาหลังมีคลิปดราม่าเหยียบปลาหมึกแห้งแพร่ทั่วโซเชียล กระทรวงควบคุมความปลอดภัยอาหารและยา (식품의약품안전처) จึงได้ดำเนินการเข้าตรวจสอบบริษัทปลาหมึกแห้งฐานจัดการปลาหมึกแห้งไม่สะอาดตามมาตรฐาน

คลิปเหยียบปลาหมึก

จากผลการตรวจสอบพบว่ามีการละเมิดพระราชบัญญัติสุขาภิบาลอาหารและมีการร้องขอให้หน่วยงานท้องถิ่นเข้ากำกับดูแล

เหตุเกิดจากเมื่อวันที่ 8 มกราคม มีการเผยแพร่วิดีโอความยาว 27 วินาทีในชุมชนออนไลน์โดยมีข้อความว่า “ฉันแจ้งรายงานบริษัททำปลาหมึกแห้งฐานทำอาหารไม่สะอาด” ซึ่งในวิดีโอแสดงมีคนงานไทยใส่รองเท้าแตะเหยียบปลาหมึกแห้งเป็นหลักฐานอยู่

คลิปเหยียบปลาหมึก

กระทรวงควบคุมความปลอดภัยอาหารและยาได้ตรวจสอบคลิปและพบชื่อบริษัทตามกล่องบรรจุภัณฑ์ที่ปรากฏในวิดีโอ จึงได้รับการยืนยันว่าเป็น “บริษัท (주)농어촌푸드” ซึ่งตั้งอยู่ในคังกูมย็อน, ย็องด็อกกุน, คย็องซังบุกโด (경북 영덕군 강구면) และทางการได้ทำการสำรวจภายในสถานที่ทำงานนั้นทันที

กระทรวงควบคุมความปลอดภัยอาหารและยาตรวจพบการละเมิดดังนี้ ▲ ขั้นตอนการทำปลาหมึกแห้งไม่สะอาด เช่น มีการเหยียบและคลี่ปลาหมึกแห้งด้วยรองเท้าในที่ทำงาน ▲ พนักงานไม่สวมหมวกและหน้ากากอนามัย ▲ สภาพแวดล้อมภายในโรงงานไม่มีความสะอาด

บริษัทไม่ได้ดำเนินการตามมาตรการด้านสุขอนามัยในการบรรจุภัณฑ์ปลาหมึกแห้งลงในถุง และกระบวกการทำอาหารไม่สะอาด เช่น มีการเหยียบและคลี่ปลาหมึกที่งอด้วยรองเท้าในที่ทำงาน

นอกจากนี้ ได้รับการยืนยันว่าพนักงานไม่สวมหมวกหรือหน้ากากอนามัยขณะทำงาน ซึ่งเป็นหลักพื้นฐานโดยทั่วไปอยู่แล้ว แต่กลับไม่ปฏิบัติตามข้อกำหนดด้านความสะอาด อีกทั้งพบการรับประทานบะหมี่ร่วมกันภายในพื้นที่จัดการอาหารอีกต่างหาก

คลิปเหยียบปลาหมึกกระทรวงควบคุมความปลอดภัยอาหารและยากล่าวว่า “การละเมิดความปลอดภัยอาหารของบริษัทเช่นนี้ได้มีการดำเนินการมาตั้งแต่วันที่ 26 ตุลาคม 2021 ถึง 8 มกราคม 2022 และปลาหมึกที่ผลิตได้ประมาณ 3,898 กิโลกรัมในช่วงเวลานั้น และได้มีการยืนยันว่าสินค้าจะถูกจัดเก็บไม่ให้วางจำหน่ายในตลาด”

กระทรวงควบคุมความปลอดภัยอาหารและยาสั่งแบนและยึดปลาหมึกที่บรรจุภัณฑ์ไว้ตามมาตรการป้องกันเพื่อมิให้จำหน่ายในตลาด

และมีแผนที่จะปราบปรามการแปรรูปอาหารที่ไม่สะอาดอย่างจริงจังและต่อเนื่องในอนาคต

ขอบคุณที่มาจาก : แหล่งข่าว

ดราม่าคลิปไทยในเกาหลี เหยียบปลาหมึกแห้งด้วยเท้า

มีกระแสวิพากษ์วิจารณ์คลิปวิดีโอแนะนำวิธีการผลิตปลาหมึกแห้งของแรงงานไทยที่มีการใช้เท้าเหยียบปลาหมึกแห้งในบริษัทผลิตอาหารแห่งหนึ่ง เนื่องจากชาวเกาหลีรับประทานปลาหมึกเป็นจำนวนมาก วิดีโอนี้จึงถูกแพร่กระจายไปอย่างรวดเร็วบนโลกโซเชียลเน็ตเวิร์กและชุมชนต่างๆ จนเกิดเป็นประเด็นดราม่าเรื่องสุขอนามัย

เมื่อวันที่ 8 มกราคม หัวเรื่องคลิประบุ “ฉันแจ้งรายงานไปยังบริษัทที่ทำปลาหมึกแห้งว่าการทำปลาหมึกแห้งเช่นนี้มันไม่ถูกสุขอนามัย” และคลิปก็ถูกโพสต์บนชุมชนออนไลน์
ผู้เขียนบทความนามสมมุติ ผู้ใช้งาน เอ กล่าวถึงกระบวนการผลิตปลาหมึกแห้งในโรงงานภายในวิดีโอมีคนงานชาวไทยทำงานอยู่ซึ่งได้มีการโพสต์ต่อๆกันบน TikTok และแชร์กับชุมชนออนไลน์อื่นๆ

ไทยในเกาหลี

ในวิดีโอความยาว 27 วินาทีเผยภาพคนงานสวมชุดวอร์มกันหนาววางปลาหมึกแห้งบนพื้นและเหยียบย่ำด้วยรองเท้าสีขาว และมีคนงานคนนึงนั่งหลบบริเวณมุมห้องแอบแทะกินปลาหมึกที่ตากแห้งไว้

ภาพที่ผู้ใช้งานเอ เผยแพร่เป็นคลิปที่คนงานกำลังเตรียมเทปกล่องจัดส่งปลาหมึกแห้ง

บริเวณกล่องจะมองเห็นชื่อบริษัทผ่านคลิปได้เลยและเชื่อกันว่าเป็นห้างสรรพสินค้าแห่งหนึ่งในคย็องซังบุกโด

ไทยในเกาหลี

ผู้ใช้งานเอ กล่าวว่า “ผู้ใช้ TikTok รายนี้ดูเหมือนจะเป็นแรงงานไทยในเกาหลี ทำงานใช้เท้าเหยียบปลาหมึกแห้ง (ดูยังไงก็ไม่สะอาด) จึงได้ยื่นเรื่องร้องเรียนต่อกระทรวงความปลอดภัยอาหารและยาแล้ว (식품의약품안전처)”

เมื่อวิดีโอถูกปล่อยออกมา ชาวเน็ตก็เริ่มมีการแสดงความเห็นวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนัก

ไทยในเกาหลี

ชาวเน็ตรายหนึ่งกล่าวว่า “ตอนที่ผึ่งปลาหมึกใหม่ๆ ปลาหมึกจะค่อยๆหดลงและม้วนเป็นลักษณะกลมๆ คนงานก็จะมีหน้าที่แผ่ปลาหมึกให้กางออกอีกครั้ง แต่ส่วนมากจะใช้มือทำแต่สงสัยที่นี่จะเป็นโรงงานที่อยากจะประหยัดเงินและประหยัดเวลา “

ชาวเน็ตอีกคนหนึ่งชี้ว่า “เป็นเรื่องปกติที่จะใส่อะไรลงไปบนปลาหมึกแห้งอยู่แล้ว”

ไทยในเกาหลี

 

จับไทยในเกาหลีปาร์ตี้ท้ายปี ‘หนึ่งในนั้นโดนจับซ้ำ 2 รอบ’

เจ้าหน้าที่ตำรวจเผยจับชาวต่างชาติ 26 คนที่อาศัยอยู่ในเกาหลีอย่างผิดกฎหมายหลังจัดงานเลี้ยงตอนสิ้นปี

ไทยในเกาหลี

เมื่อวันที่ 3 มกราคม สถานีตำรวจซูวอนนัมบู (수원남부경찰서) ยืนยันว่าชาวต่างชาติ 26 คนถูกจับที่คลับไทยใน อินกเยดง, ซูวอน (수원 인계동) ในวันคริสต์มาส ก่อนถูกส่งตัวไปที่สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง และพบว่าส่วนใหญ่เป็นคนไทย

พวกเขาถูกสงสัยว่าเข้าประเทศเกาหลีใต้เมื่อไม่นานมานี้ก่อนอยู่อย่างผิดกฎหมาย พวกเขาถูกจับเมื่อช่วงเวลาประมาณ 08:00 น. โดยตำรวจซึ่งถูกส่งตัวไปหลังจากได้รับรายงานวันนั้นฐานละเมิดพระราชบัญญัติควบคุมคนเข้าเมือง

ตำรวจจึงส่งมอบให้กับสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองซูวอน สำนักงานตรวจคนเข้าเมืองได้สั่งให้พวกเขา 25 คนออกคำสั่งเดินทางออกนอกประเทศ (출국명령) และหนึ่งในผู้ที่ถูกรวบได้นั้นได้รับการยืนยันแล้วว่าเคยถูกจับก่อนหน้านี้และมีคำสั่งบังคับออกนอกประเทศ (강제출국명령) (ถูกรวบไปเข้าห้องขังรอเนรเทศ) เพราะละเมิดคำสั่งเป็นครั้งที่สอง

ไทยในเกาหลี

คำสั่งออกเดินทางนอกประเทศ (출국명령) เป็นคำสั่งทางปกครองที่อนุญาตให้ผู้อพยพผิดกฎหมายเดินทางกลับประเทศของตนโดยสมัครใจภายในกำหนดเวลาที่กำหนด และอนุญาตให้เดินทางกลับด้วยตนเองโดยเจ้าหน้าที่ตำรวจจะปล่อยผู้อพยพผิดกฎหมายที่ถูกจับได้ครั้งแรก ตราประทับในพาสปอร์ตยืนยันคำสั่งคือ 68- (1)

คำสั่งบังคับให้ออกนอกประเทศ (강제 출국명령) จะเป็นการส่งตัวกลับไปยังประเทศบ้านเกิดโดยเจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมืองจะจับกุมไปยังสถานที่คุมขังรอจัดส่งกลับประเทศทันที ตราประทับในพาสปอร์ตยืนยันคำสั่งคือ 46-(1)

อย่างไรก็ตาม พวกเขาไม่ได้ถูกตั้งข้อหาละเมิดการชุมนุมส่วนตัวภายใต้กฎควบคุมโรคระบาด COVID-19

เจ้าหน้าที่จาก พัลทัน-กู กล่าวว่า “เราไม่ทราบว่าผู้ที่ถูกจับกุมในที่เกิดเหตุอยู่ในงานปาร์ตี้เดียวกันหรือไม่ ดังนั้นเราจึงไม่สามารถฟ้องร้องดำเนินคดีตามพระราชบัญญัติป้องกันโรคติดเชื้อได้”

ไทยในเกาหลี

ขอบคุณที่มาจาก : แหล่งข่าว

ไทยในเกาหลี บ่มระงมคิวทำพาสปอร์ตเต็มใน 2 นาที!

 

เมื่อวันที่ 21 ม.ค. ที่ผ่านมา สถานเอกอัครราชทูตไทยในเกาหลีใต้ได้เปิดให้มีการจองคิวเข้ารับการให้บริการต่อพาสปอร์ตต่อชาวไทยในเกาหลีใต้ แต่เว็บไซต์ที่ใช้ลงทะเบียนนั้นแจ้งกลับว่าคิวเต็มในช่วงเวลาสั้นๆแค่ 2 นาที!

 

 

เนื่องจากสถานการณ์โควิด-19ในเกาหลีใต้ ส่งผลให้ระบบการทำงานส่วนราชการไทยในเกาหลีเริ่มมีการปรับวิธีการบริการให้เป็นไปตามนโยบายการป้องกันการระบาดของโควิด-19 ในระยะนี้

ด้วยการปรับวิธีการให้บริการจากเดิมที่ต้อง walk in เข้ามายื่นเรื่องขอใช้บริการ เปลี่ยนมาเป็นการยื่นเรื่องผ่านออนไลน์ที่ทางสถานทูตได้จัดเตรียมไว้ให้ประชาชนชาวไทยในเกาหลีใต้ทุกคนได้มีสิทธิ์เข้าใช้งาน ซึ่งเรียกได้ว่าสะดวกสบายและประหยัดเวลาการทำงานได้มากขึ้น

 

 

 

แต่ผลตอบรับหลังจากเริ่มใช้งานระบบมาได้ 3-4 เดือนนี้ ค่อนข้างจะเป็นไปในทิศทางที่ไม่ดีนัก เนื่องจากความต้องการของชาวไทยในเกาหลีมีมากกว่าที่ทางการเปิดให้บริการในแต่ละเดือน

สิ่งที่ตามมาหากพาสปอร์ตหมดอายุแล้วไม่ได้ดำเนินการต่ออายุ

ยากต่อการใช้ทำธุรกรรมการเงินต่างๆ

ยากต่อการระบุตัวตนในกรณีอยู่ต่างแดน (พาสปอร์ตก็เหมือนบัตรประชาชนไว้ยืนยันตัวตนว่าเป็นใคร มาจากไหน) และต้องใช้พาสปอร์ตในการดำเนินการกับบางภาคส่วนของรัฐในเกาหลี เช่น การต่ออายุวีซ่า ต่างๆ

อย่างไรก็ตาม ด้วยเหตุข้างต้น ประชาชนชาวไทยในเกาหลีใต้ได้ออกมาบ่นกันระงมถึงความเดือดร้อนหลังจองคิวทำพาสปอร์ตไม่ทัน ลองแวะไปดูความเห็นกันดู

 

เจาะลึก ติดโควิด แล้วยังไงต่อ?

 

จากเหตุที่มีคนไทยหลายเคสที่ได้รับการยืนยันในชอน่าน

แต่ดูเหมือนอาการของ COVID-19 ในกลุ่มผู้ได้รับการยืนยันนั้นไม่รุนแรงมากนัก เนื่องจากคนไทยที่ได้รับการยืนยันส่วนใหญ่อายุยังน้อยอยู่ในช่วงอายุ 20 ~ 30 ปี

ในเกาหลีผู้ป่วยที่มีอาการ COVID-19 ไม่รุนแรงจะถูกแยกไปกักตัวที่ศูนย์ไลฟ์ทรีทเม้นท์และผู้ป่วยที่มีอาการรุนแรงจะถูกแยกไปเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาล

เนื่องจากคนไทยที่ได้รับการยืนยันการติดเชื้อส่วนใหญ่คาดว่าจะเป็นผู้ป่วยที่มีอาการไม่รุนแรง ไทยกุกจึงขออธิบายเกี่ยวกับผู้ป่วยที่ไม่มีอาการรุนแรงว่าหากได้รับการยืนยันการติดเชื้อแล้วขั้นตอนต่อไปคืออะไร!?

 

* ข้อมูลส่วนใหญ่จัดทำขึ้นอิงตามประกาศจากหน่วยงานกักกันและจากประสบการณ์การเข้ารับการรักษาของผู้ป่วยติดเชื้อในศูนย์ไลฟ์ทรีทเม้นท์ (อาจแตกต่างจากข้อมูลจริงบ้างเล็กน้อย)

 

เมื่อได้รับการยืนยันการติดเชื้อโควิด-19 ผ่านทางข้อความแจ้งผลตรวจแล้ว จากนั้นคุณจะต้องรออยู่ที่บ้านและห้ามติดต่อใคร

ก่อนจะมีการส่งตัวเข้ารับการรักษาในศูนย์ไลฟ์ทรีทเม้นท์ ทางด้านการจัดสรรสิ่งอำนวยความสะดวกในศูนย์ไลฟ์ทรีทเม้นท์จะดำเนินการโดยทีมดูแลผู้ป่วยของรัฐบาลท้องถิ่นและจะขึ้นอยู่กับอาการของผู้ป่วยของแต่ละราย คุณจะได้รับการยืนยันว่าควรจะไปศูนย์ไลฟ์ทรีทเม้นท์หรือจะต้องไปโรงพยาบาล (ช่วงนี้อาจใช้เวลาสักครู่ขึ้นอยู่กับสถานการณ์ของศูนย์ไลฟ์ทรีทเม้นท์)

* อย่างไรก็ตามคนไทยคนแรกที่ได้รับการยืนยันจากชอน่าน (천안#528) ได้เข้ารับการรักษาที่อาซานไลฟ์ทรีทเม้นท์ (아산 생활치료센터) ศูนย์แห่งนี้เป็นศูนย์ไลฟ์ทรีทเม้นท์ชั่วคราวที่ปรับปรุงมาจากสถาบันพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ของตำรวจ

 

ติดโควิด

 

หากคุณได้รับการแจ้งให้เข้ารับการรักษาที่ศูนย์ไลฟ์ทรีทเม้นท์ (ศูนย์บำบัดชีวิต) ผ่านทางข้อความ จะมีการระบุว่าคุณจะต้องรับการรักษาที่ศูนย์ใด? สิ่งที่คุณต้องทำเพียงเตรียมที่ชาร์จโทรศัพท์มือถือ, ผ้าขนหนู, อุปกรณ์อาบน้ำและชุดชั้นในติดตัวไปด้วย

* อย่างไรก็ตามเสื้อผ้าที่ใส่ในศูนย์อาจจะต้องทิ้ง ดังนั้นควรเลือกเสื้อผ้าที่สวมใส่ระหว่างอยู่ในศูนย์ไลฟ์ทรีทเม้นท์ และแยกชุดอีกชุดออกต่างหากเตรียมไว้กรณีที่ถูกปล่อยตัวกลับบ้านภายหลัง

 

ติดโควิด

 

และเมื่อคุณเข้าศูนย์ไลฟ์ทรีทเม้นท์ (ศูนย์บำบัดชีวิต) คุณจะไม่ได้รับการดูแลเป็นพิเศษ ปัจจุบันยังไม่มียาใดๆที่สามารถรักษา COVID-19 ได้ ดังนั้นการแยกกักตัวครั้งนี้จึงมีวัตถุประสงค์เพื่อแยกผู้ติดเชื้อออกจากแหล่งชุมชนและรักษาตามอาการ

 

นอกจากนี้เกณฑ์สำหรับการแยกกักตัวจะมีดังต่อไปนี้.

 

[การแยกผู้ป่วยที่ได้รับการยืนยันแบบไม่แสดงอาการ]

– (กลุ่มผู้มีอาการเกณฑ์มาตรฐาน) กลุ่มคนป่วยที่รักษาหลังทราบการยืนยัน 10 วันแล้วยังไม่มีอาการใด ๆ เกิดขึ้นในช่วงเวลานั้น

– (กลุ่มที่ต้องตรวจสอบ) หลังการยืนยันการติดเชื้อ 7 วันแล้วผลการทดสอบ PCR พบว่าผลตรวจออกมาเป็นลบ 2 ครั้งติดต่อกันในช่วงเวลานานกว่า 24 ชั่วโมง

 

[การแยกผู้ป่วยที่ได้รับการยืนยันและมีอาการ]

– (กลุ่มผู้มีอาการเกณฑ์มาตรฐาน) กลุ่มผู้ป่วยที่รักษาหลังทราบการยืนยัน 10 วันแล้วหลังจากนั้นอย่างน้อย 72 ชั่วโมงพบว่าไม่มีไข้โดยที่ไม่ต้องใช้ยาลดไข้แล้วอาการดีขึ้น

– (กลุ่มที่ต้องตรวจสอบ) หลังการยืนยันการติดเชื้อ 7 วัน อาการควรจะดีขึ้นโดยไม่ต้องใช้ยาลดไข้ และมีผลการทดสอบ PCR พบว่าเป็นลบ 2 ครั้งติดต่อกันในช่วงเวลานานกว่า 24 ชั่วโมง

 

การแยกกักตัวจะใช้เวลาประมาณ 2 สัปดาห์ หากมีอาการอยู่ก็สามารถขยายระยะการกักตัวเพิ่มเติมได้

 

ติดโควิด

 

“และสำหรับชาวต่างชาติที่ได้รับการยืนยันในเกาหลีรัฐบาลเกาหลีจะจ่ายค่าใช้จ่ายในการแยกตัวและการรักษาให้ฟรี”

ตามที่ศูนย์ไลฟ์ทรีทเม้นท์ (ศูนย์บำบัดชีวิต) เผยนั้นจะมีการเตรียมอาหารให้ 3 มื้อต่อวัน (เช้าตอน 7:30 น., กลางวันตอน 12:00 น., และตอนเย็น 18:00 น.) เป็นแบบกล่องอาหารกลางวันและมีการตรวจสุขภาพวันละ 2 ครั้ง (คุณต้องตรวจตัวเองด้วยแอปของรัฐบาล)

 

ติดโควิด

[การวัดไข้จะต้องทำทุกวันตอน 8:00 เช้า และ บ่าย 16:00 น. และส่งข้อมูลผ่านแอป]

นอกจากนี้ศูนย์ไลฟ์ทรีทเม้นท์ (ศูนย์บำบัดชีวิต) ยังแยกเป็นแบบกักตัวอยู่คนเดียวเดี่ยวๆ หรืออยู่กัน 2 คนแบบแยกสัดส่วนกัน

 

ติดโควิด

 

การทิ้งขยะจะต้องปิดถังขยะให้มิดชิดจะมีเจ้าหน้าที่มาเก็บถังขยะทุกครั้งหลังเที่ยงวัน ในเรื่องการจัดเตรียมสิ่งของเครื่องใช้ต่าง ๆ และการใช้ชีวิตประจำวันภายในศูนย์นั้น ผู้ป่วยควรซักเสื้อผ้าและผ้าเช็ดตัวด้วยตัวเอง และที่สำคัญต้องหมั่นทำความสะอาดที่พักตนเองสม่ำเสมอ

 

ติดโควิด

ติดโควิด

[ตัวอย่างการจัดการกับขยะประจำวันที่ต้องทำให้ในทุกวัน ปิดขยะมิดชิดเพราะขยะทุกชิ้นมีเชื้อ]

จากประสบการณ์ของผู้ที่เคยได้รับการกักกันที่ศูนย์ไลฟ์ทรีทเม้นท์ (ศูนย์บำบัดชีวิต) แล้วนั้นกล่าวว่า พวกเขาไม่มีความไม่สะดวกในชีวิตมากนัก

 

ติดโควิด ติดโควิด

 

จำคุกไทยแก๊งต้มตุ๋น ลวงเงิน 140 ล้านวอน

 

เนื่องจากมีผู้ที่ได้รับความเสียหายจากคดี “โรมานซ์สแกม” (การหลอกลวงผู้เสียหายด้วยกลลวงเชิงชู้สาว) ผ่านทาง SNS เพิ่มขึ้น จึงจำเป็นต้องใช้ความระมัดระวังกันอย่างมาก

เมื่อเร็ว ๆ นี้มีกรณีผู้ได้รับความเสียหายลักษณะดังกล่าวในแทจอน

ผู้เสียหายจำนวนมากได้รับความเสียหายจากผีน้อยชาวไทยและผีน้อยชาวฟิลิปปินส์

 

แก๊งต้มตุ๋น

 

ศาลแขวงแทจอน (대전지방법원) ตัดสินให้คนไทยจำคุก 2 ปีครึ่งและชาวฟิลิปปินส์ให้จำคุก 1 ปี

ชาวไทยแสร้งทำเป็นชาวอเมริกันและทอดสะพานรักกับผู้เสียหายก่อน

ต่อมาชาวไทยลวงเงิน 3.5 ล้านวอนจากผู้เสียหายโดยอ้างว่าตนส่งเงิน 9,000 ดอลลาร์มาให้ผู้เสียหายพร้อมกับของขวัญ หากต้องรับของจำต้องจ่ายค่าภาษีและค่าธรรมเนียมการแลกเปลี่ยนเงินตราก่อน

และเขายังลวงว่าตนวางแผนที่จะมาเที่ยวพักผ่อนในเกาหลี จึงพยายามส่งเงินให้ผู้เสียหายเพื่อให้ซื้อรถและจองที่พัก แต่จู่ๆเขากลับบอกว่าบัญชีของเขาถูกอายัด

และด้วยวิธีนี้ทำให้เขารีดไถเงินจากผู้เสียหายไปกว่า 140 ล้านวอน

 

แก๊งต้มตุ๋น

 

นอกจากนี้ชาวฟิลิปปินส์ซึ่งเข้าสู่ระบบกลลวงเชิงชู้สาวทางอินเทอร์เน็ตในเดือนเมษายนและเริ่มมีการสนทนากับผู้เสียหายรายต่อไป

ชาวฟิลิปปินส์พยายามสร้างไมตรีต่อผู้เสียหายและลวงผู้เสียหายว่าตนเป็นพนักงานจากบริษัทเครื่องมือแพทย์ในสหรัฐอเมริกา

ตั้งแต่นั้นมาเขาก็ส่งรูปถ่ายให้ผู้เสียหายและแสร้งทำเป็นบอกว่าจะส่งของขวัญมูลค่ารวม 90 ล้านวอน จำพวก MacBooks, iPhone และนาฬิกามาให้

 

และเขาพูดกับผู้เสียหายว่า

“คุณต้องเสียภาษี 1.3 ล้านวอนก่อนรับพัสดุนะ” หรือไม่ก็แสร้งบอกว่า “พัสดุถูกตรวจพบว่าเป็นสิ่งของอันตรายที่สนามบิน คุณต้องจ่ายเงิน 3 ล้านวอนให้กับตำรวจเพื่อเจรจาก่อนนะ”

 

ท้ายที่สุดผู้เสียหายถูกหลอกและส่งสูญเงินไป 4.3 ล้านวอน

 

ผู้พิพากษา ซงจินโฮ เปิดเผยเหตุผลของคดีดังกล่าวว่า

“การหลอกลวงเชิงชู้สาวหรือการหลอกลวงทางธุรกิจกำลังมีการดำเนินการอย่างเป็นระบบและกระทำเป็นการกระทำด้วยเจตนา และผู้เสียหายก็มีจำนวนมากจากอาชญาก”

 

ขอบคุณที่มาจาก: 대전일보(daejonilbo)

ตร.ทะเลมกโพถ่อช่วยแม่ไทยคลอดลูก

 

แม้ว่าจะมีข้อความเตือนเรื่องคลื่นลมทะเลแรงในช่วงสุดสัปดาห์นี้ แต่ตำรวจลาดตระเวนทางทะเลมกโพ (목포해양경찰) ก็ยังเข้าช่วยเหลือหญิงตั้งครรภ์ชาวไทยที่กำลังจะคลอดลูกบนเกาะในชีนันกุนและนำส่งโรงพยาบาลได้ทัน

ตำรวจลาดตระเวนทางทะเลมกโพได้รับรายงานเมื่อเวลา 06:12 น.ของวันที่ 28 พ.ย. ว่านางบี (26) หญิงตั้งครรภ์ชาวไทยต้องรีบเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาลด่วน เนื่องด้วยน้ำคร่ำแตกใกล้คลอดในโรงพยาบาลในเมืองบิกึม – โด, ซินัน -กุน, จอลลานัมโด (전남 신안군 비금도) แต่ต้องย้ายไปที่โรงพยาบาลขนาดใหญ่กว่านี้

หลังจากได้รับรายงานตำรวจทะเลก็ได้ส่งเรือลาดตระเวนไปรับแม่ชาวไทยและญาติทันที พร้อมใช้ระบบการแพทย์ฉุกเฉินทางไกลเพื่อติดตามอาการของเธอ

 

แม่ไทยคลอดลูก

 

เรือลาดตระเวนมาถึงท่าเทียบเรือของเกาะอันจวาโดในชิอันกุน(신안군 안좌도) เวลาประมาณ 20:08 น. และส่งแม่ชาวไทยขึ้นฝั่งให้กับทีมช่วยเหลือ 119 ได้อย่างปลอดภัย

ตามที่ตำรวจลาดตระเวนทางทะเลเผย แม่ชาวไทยได้ให้กำเนิดลูกสาวที่น่ารักที่โรงพยาบาลในมกโพเมื่อเวลาประมาณ 12:50 น. และมีรายงานว่าทั้งแม่และเด็กมีสุขภาพแข็งแรงดีทั้งคู่

 

แม่ไทยคลอดลูก

 

คู่สามีภรรยากล่าวขอบคุณตำรวจลาดตระเวนทางทะเลที่ช่วยให้เธอกำเนิดบุตรสาว

“ภรรยาของผมมีอาการน้ำคร่ำแตกอย่างกะทันหัน 2 สัปดาห์ก่อนวันครบกำหนดคลอด แต่ด้วยความช่วยเหลืออย่างรวดเร็วของตำรวจทางทะเล ผมจึงสามารถปกป้องภรรยาและลูกที่รักของผมได้”

 

ในช่วงเวลาของการย้ายแม่ชาวไทยนั้นมีการประกาศเตือนคลื่นแรงทั่วทะเลตะวันตกของภาคใต้โดยสภาพอากาศในมหาสมุทรมีคลื่นสูงถึง 2 เมตรและความเร็วลม 12 ถึง 14 เมตร / วินาทีในเวลานั้น

 

ขอบคุณที่มาจาก: 목포해양경찰

ยอดไทยในเกาหลีลด 4,468 คนในหนึ่งเดือน

 

[ณ วันที่ 31 มีนาคม 2020]

สถิติชาวต่างชาติอาศัยอยู่ในเกาหลี 2,203,209 คน ซึ่งมีการลดลง 3% จากสิ้นเดือนกุมภาพันธ์ (2,271,372)

ในหมู่ชาวต่างชาติที่อาศัยอยู่ในเกาหลีมีชาวจีนอยู่ 978,096 คน (44.4%), เวียดนาม 219,784 คน (10%), ชาวไทย 191,852 คน (8.7%), ชาวอเมริกัน 145,949 คน (6.6%) และ ชาวอุซเบกิสถาน 73,706 คน (3.3%)

ในส่วนของจำนวนนักท่องเที่ยวไทยมีจำนวน 2,642 คนในเดือนมีนาคมซึ่งลดลง 95.1% จากปีก่อน (นทท.ไทย 53,822 คน ในเดือนมีนาคม 2562)

 

ไทยในเกาหลี

 

จำนวนผู้อพยพผิดกฎหมายในเกาหลีใต้อยู่ที่ 387,001 ณ สิ้นเดือนมีนาคม เมื่อเทียบกับสิ้นเดือนกุมภาพันธ์แล้วยอดลดลง 7,367 คน (ยอดผู้อพยพผิดกฎหมายเดิม 394,368 คน ณ สิ้นเดือนกุมภาพันธ์)

 

[เส้นทางการเข้าพักที่ผิดกฎหมาย]

แยกประเภทผู้เดินทางเข้ามาและหลบหนีไม่เดินทางกลับตามประเภทของวีซ่า ดังนี้ B-1 (วีซ่าฟรีท่องเที่ยว) 175,457 คน , C-3 (วีซ่าเยี่ยมเยือนระยะสั้น) 79,579 คน , E-9 (วีซ่าทำงานไม่ใช่มืออาชีพ) 45,354 คน , B-2 (วีซ่านักท่องเที่ยว) 28,587 คน, D-4 (วีซ่าฝึกงานทั่วไป) 19,788 คน

 

ไทยในเกาหลี

 

คนไทยทั้งหมดที่อยู่ในเกาหลีใต้รวม 191,852 คนซึ่งลดลง 4,468 คนจากสิ้นเดือนกุมภาพันธ์ (ปลายเดือนกุมภาพันธ์ 196,320 คน)

โดยทั่วไปแล้วมีคนไทย 158,403 คนที่เข้าเกาหลีด้วย B-1 (วีซ่าฟรีท่องเที่ยว) ซึ่งนั่นลดลง 4,156 จากสิ้นเดือนกุมภาพันธ์ (162,559 คน ณ วันที่ 29 กุมภาพันธ์)

ในส่วนของคนไทย 24,972 คนที่เดินทางเข้าประเทศด้วยวีซ่า E-9 (วีซ่าทำงานไม่ใช่มืออาชีพ) ลดจำนวนลง 363 จากสิ้นเดือนกุมภาพันธ์ (25,335 คน ข้อมูล ณ วันที่ 29 กุมภาพันธ์)

ทางด้านวีซ่า F-6 มีคนไทย 4,667 คนที่เดินทางเข้าประเทศด้วยวีซ่าตัวนี้ (ผู้อพยพเข้าประเทศโดยการแต่งงาน) เพิ่มขึ้น 35 คน จากสิ้นเดือนกุมภาพันธ์ (4,632 คน ณ วันที่ 29 กุมภาพันธ์)

 

ไทยในเกาหลี

 

นอกจากนี้ยังมีคนไทย 638 คนที่เดินทางเข้าประเทศด้วย F-5 (วีซ่าอาศัยอยู่ถาวร) ซึ่งจำนวนลดลงเพียง 1 คน เมื่อเทียบกับสิ้นเดือนกุมภาพันธ์กับ (639 คน ณ วันที่ 29 กุมภาพันธ์)

และท้ายที่สุดยอดคนไทย 502 คนที่เดินทางเข้าประเทศด้วย E-7 (วีซ่ามืออาชีพ) ได้ลดลง 6 คน จากสิ้นเดือนกุมภาพันธ์ (508 คน ณ วันที่ 29 กุมภาพันธ์)

 

ขอบคุณที่มาจาก: แหล่งข่าว

ชายไทยจมน้ำเสียชีวิตในนาจู

จมน้ำ

พบศพชาวไทย จมน้ำเสียชีวิตในนาจูหลังออกไปตกปลากับเพื่อนๆ และหายตัวไปในบริเวณแม่น้ำยอนซันในนาจู, จอลลานัมโด

 

พบชาวไทย นายเอ (43) จมน้ำเสียชีวิตขณะที่กำลังตกปลาในแม่น้ำยอนซันในนาจู, จอลลานัมโด

จากการรายงานของสถานีตำรวจนาจูมีการเปิดเผย เมื่อเวลาประมาณ 23.23 น. ของวันที่ 23 ในจอลนัม. (전남 나주시 산포면)

 

มีผู้แจ้งความเข้าไปว่า “ชายไทยวัย 43 ปีหายไป”

 

เจ้าหน้าที่ตำรวจและเจ้าหน้าที่ดับเพลิงจึงทำการออกตรวจค้นตามพื้นที่ที่ได้รับรายงาน สุดท้ายพบร่างผู้เสียชีวิตบริเวณแม่น้ำเมื่อเวลาประมาณบ่าย 3:27 น.

จมน้ำ

มีรายงานว่า นายเอ กำลังตกปลาตามแม่น้ำกับเพื่อนร่วมงานชาวไทยสามคน

ตำรวจให้เหตุผลว่าเนื่องจากระดับแม่น้ำที่สูงกว่าปกติ เป็นผลมาจากมีฝนตกหนักจนถึงวันก่อนหน้านี้เป็นเหตุให้เกิดอุบัติเหตุครั้งนี้ แต่อุบัติเหตุครั้งนี้ไม่พบการบาดเจ็บในร่างกายของผู้เสียชึวิต

อย่างไรก็ตาม ตำรวจพยายามหาสาเหตุที่แท้จริงของอุบัติเหตุ โดยสอบสวนกับเพื่อนๆ ที่ร่วมตกปลาด้วยกันต่อไป

ขอบคุณที่มาจาก: แหล่งข่าว