คดี ผีน้อยสาวไทยถูกฆาตกรรมในเกาหลี ยังไม่จบ!

คดี ผีน้อยสาวไทยถูกฆาตกรรมในเกาหลี ยังไม่จบ!

ผีน้อยสาวไทยถูกฆาตกรรมในเกาหลี

ถ้าพวกเรารวยลูกเราก็คงไม่ต้องไปเกาหลี … และเธอก็คงไม่ตาย มันปวดหัวใจทุกครั้งที่ฉันคิดถึงเรื่องนี้ ” พ่อของชุติมา นายสัมฤทธิ์กล่าวไว้

ชุติมาเดินทางมาเกาหลีตอนเธออายุเพียง 18 ปี ในฐานะผู้มีวีซ่า ท่องเที่ยว หลังจากนั้นวีซ่าเธอได้หมดอายุลงในปี 2006 เธอกลาย แรงงานผีน้อยหลังจากนั้นเป็นต้นมา เธอเลือกทำงานในโรงงาน ผลิตชิ้นส่วนรถยนต์ โดยเธอส่งเงินประมาณ 1 ล้านวอนกลับบ้าน ไปให้ครอบครัวของเธอในชนบทของประเทศไทยทุกเดือน เป็นผล ให้เธอใช้เวลามากกว่า 10 ปีในประเทศเกาหลี

ในเดือนพฤศจิกายนของปีที่แล้ว ชุติมาถูกพบเป็นศพบริเวณ หน้าผา คนร้ายเป็นชายชาวเกาหลี นายคิม ซึ่งเป็นเพื่อนร่วมงาน ในโรงงานเดียวกันกับเธอ วันหนึ่ง คิมชวนชุติมาว่า “เดี๋ยวจะพาคุณไปที่ที่ปลอดภัยนะตอนนี้ มีการปราบปรามผู้อพยพผิดกฎหมาย” แต่นั้นเป็นกลลวงเพื่อพา เธอไปยังที่เปลี่ยว และพยายามข่มขืนเธอ แต่ล้มเหลวทำให้เขา ตัดสินใจฆ่าเธอในวันนั้น

 

ผีน้อยสาวไทยถูกฆาตกรรมในเกาหลี

ตอนแรกสื่อมวลชนให้ความสนใจกับข่าวดังกล่าวอย่างมาก โดยเล็ง ไปยังประเด็น “แรงงานผิดกฎหมาย” “ความรุนแรงทางเพศ” และ  “การฆาตกรรม” และนั่นได้ดึงดูดความสนใจของผู้คนเป็นอย่าง มากในช่วงนั้น ในประเทศไทยเองมีหนังสือพิมพ์ไทยรายงานว่า
“หญิงไทยถูกสังหารในแดนกิมจิ”

 

แต่ทว่า เรื่องก็เงียบไป …

 

คดีของชุติมายังคงดำเนินต่อไป เธอเป็นผู้อพยพผิดกฎหมายจึง ไม่สามารถรับความช่วยเหลือจากเกาหลีได้ สื่อเกาหลีและไทยจึง เลิกสนใจเหตุการณ์ดังกล่าวนั่นเอง

กระทรวงยุติธรรมของเกาหลีแจงว่าจะทบทวนคดี แต่แล้ว 1 ปี ผ่านไปก็ไม่มีข่าวใด ๆ คืบหน้าเลย

ครอบครัวชุติมาเองก็ยังไม่ได้รับความช่วยเหลือจากประเทศไทย เช่นกัน ตามที่สื่ออย่าง หนังสือพิมพ์ไทยรายงานไปก่อนหน้านี้ว่า  สถานเอกอัครราชทูตไทยประจำเกาหลีใต้ สัญญาว่าจะสนับสนุน การดำเนินการขนส่งศพกลับ

แต่…

“การสนับสนุนไม่ได้หมายถึงการสนับสนุนด้านค่าใช้จ่าย แต่ เป็นเพียงการให้ข้อมูลเท่านั้น”

ผีน้อยสาวไทยถูกฆาตกรรมในเกาหลี

ในที่สุดการขนส่งร่างไร้วิญญาณของชุติมาก็ได้รับการสนับสนุน จากนายจ้างโรงงานที่ทำงานของเธอ

ยังไม่จบ ปัญหาคือ ครอบครัวของเธอไม่สามารถเปิดบัญชีเงินฝาก ของชุติมาที่ทำไว้ในเกาหลีได้

อย่างไรก็ตาม สิ่งที่เร่งด่วนที่สุด คือ เงินชดเชยที่ธนาคาร ขอให้ นายสัมฤทธิ์ ผู้เป็นพ่อของนางสาวชุติมา นำเอกสารมายืนยัน ตัวตนว่าเป็นบิดาแท้ๆ

เขาจึงติดต่อสอบถามขั้นตอนจากสถานทูตไทย แต่กระบวนก็ยังคง อยู่ในขั้น การยืนยันอยู่ระหว่างดำเนินการ

มันเป็นเรื่องยากเกินไปที่นายสัมฤทธิ์จะจัดการเรื่องราวต่างๆด้วย ตัวเอง เพราะเขาไม่มีเงินเพียงและแก่เกินไป …

เขาเดินทางมาเกาหลีครั้งหนึ่งในระหว่างการพิจารณาคดีฆาตกรรม ของลูกสาว แต่เขาไม่สามารถเดินทางเข้าออกบ่อยๆได้

ขณะนี้ นายสัมฤทธิ์ กังวลเฉพาะเรื่อง “เพราะชุติมาเป็นแรงงาน ไทยผิดกฎหมาย อาจจะทำการพิจารณาคดีจะมีการดำเนินไป อย่างถูกต้องหรือไม่ “

นายคิม ถูกตัดสินจำคุก 20 ปีในข้อหาฆาตกรรม แต่ข้อหาข่มขืน กลับไม่ได้รับการยอมรับเนื่องจากยังขาดหลักฐาน

สาเหตุของการเสียชีวิตของชุติมายังคงเป็นเรื่องเกี่ยวกับ “การปราบปรามแรงงานผิดกฎหมาย” ที่นำมาซึ่งการถึงแก่ชีวิต

ยังไงก็ตาม กระทรวงยุติธรรมประกาศในเดือนกันยายนว่าจะ เสริมกำลังการปราบปรามแรงงานผิดกฎหหมายในประเทศอย่าง ต่อเนื่องต่อไป

เกาหลียังมีสนธิสัญญาระหว่างประเทศเกี่ยวกับการชดเชยค่าเสียหาย ในเหตุอาชญากรรม แต่ดูเหมือนว่าสัญญาดังกล่าวจะเอื้อต่อชาวยุโรป และโอเชียเนีย เสียมากกว่า

ซึ่งในความเป็นจริงแล้วเหยื่ออาชญากรรมส่วนใหญ่ในประเทศเกาหลี คือ ชาวเอเชีย

ดังนั้น นี่อาจจะทำให้มีเคสแบบชุติมาอีกครั้งแล้วครั้งเล่า, และนั่นก็นำปัญหาอื่น ๆ เกิดตามขึ้นมา เมื่อมีคนถูกฆ่าตาย แต่กลับ ไม่ได้รับการชดเชย หรือได้รับความรับผิดชอบจากภาคส่วนต่างๆ

ไม่มีใครช่วยเรื่องสิทธิมนุษยชนของคนต่างด้าวที่ผิดกฎหมาย ในประเทศเกาหลี นอกจากตัวคุณเองออกมาเรียกร้องสิทธิใน ความเป็นมนุษย์ของคุณ

ถึงเวลาแล้วหรือยังที่คุณควรต้องเปลี่ยนก่อน ดีกว่ารอการเปลี่ยนแปลง …

 

Cr = MEDIATODAY