คอนเฟิร์มอย่างเป็นทางการแล้ว 1 เม.ย. นี้ ชาวไทยเข้าเกาหลีแบบฟรีวีซ่า

ในที่สุดสิ่งที่หลายคนตั้งตารอก็มาถึง ชาวไทยที่ประสงค์จะเข้าเกาหลีใต้โดยใช้สิทธิ์ฟรีวีซ่า 90 วัน ผ่านระบบ K-ETA (https://www.k-eta.go.kr/) ได้มีประกาศอย่างเป็นทางการ โดยการลงทะเบียน K-ETA จะมีค่าบริการเพียงแค่ 10,000 วอนเท่านั้น

K-ETA

การเดินทางเข้าต้องมีการตรวจหาโควิดแบบ PCR ภายใน 48 ชั่วโมงก่อนเดินทาง และต้องลงทะเบียน Q-CODE เพื่ออัพเดทข้อมูลการรับวัคซีนก่อนเดินทางเข้าประเทศผ่านเว็บไซต์ https://cov19ent.kdca.go.kr/cpassportal/ เพื่อที่จะใช้สิทธิ์การเข้าประเทศโดยไม่ต้องกักตัว

การลงทะเบียน K-ETA ต้องลงทะเบียนก่อนวันเดินทางอย่างน้อย 24 ช.ม.ขึ้นไปเพื่อเผื่อเวลาการอนุมัติการเดินทางเข้า หากใช้แอปพลิเคชั่น K-ETA โดยตรงจะสามารถลงทะเบียนได้ง่ายขึ้น ในกรณีที่มีบัตรประจำตัวชาวต่างชาติ (ใบกาม่า) ไม่จำเป็นต้องลงทะเบียนผ่านทางระบบ K-ETA

K-ETA

อย่างไรก็ตาม K-ETA นี้ไม่ใช่วีซ่าแต่อย่างใด หากคุณได้รับอนุญาตเดินทางเข้าผ่านระบบก็จริงแต่ยังต้องได้รับการคัดกรองจากเจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมืองอีกครั้งเช่นเดิม ดังนั้นแม้จะได้รับการอนุญาตผ่านระบบ K-ETA ก็ไม่ได้หมายความว่าคุณจะสามารถเข้าเกาหลีใต้ได้ 100%

ในส่วนของเอกสารเพิ่มเติมที่ต้องใช้ในการลงทะเบียน K-ETA สามารถหารายละเอียดได้จาก https://www.k-eta.go.kr/portal/board/viewemailcontact.do (มีภาษาไทย)

K-ETA

ขอบคุณที่มาจาก : แหล่งข่าว

K-ETA บังคับใช้ 8 เดือนแล้ว “ระวังเว็บไซต์ลวงลงทะเบียน”

แม้ว่าจะเป็นเวลากว่า 8 เดือนแล้วที่ระบบ K-ETA ซึ่งอนุญาตให้ชาวต่างชาติสามารถที่จะได้รับใบอนุญาตเดินทางเข้าเกาหลีก่อนเดินทางจริง แต่ทางด้านกระทรวงยุติธรรม (법무부) ก็ได้ออกมาเตือนว่ามีคดีฉ้อโกงจากผู้ไม่ประสงค์ดีเรียกเก็บค่าธรรมเนียมสูงเพียงแค่จ้างยื่นเรื่องผ่านระบบ K-ETA

K-ETA

เมื่อวันที่ 13 มกราคม กระทรวงยุติธรรมกล่าวว่า “เมื่อเร็ว ๆ นี้ได้รับรายงานว่าในต่างประเทศตามช่องทางสื่อสารต่างๆ ได้มีการพยายามที่จะเก็บค่าธรรมเนียมจำนวนมากเพียงแค่ดำเนินการยื่นเรื่องผ่านแอปพลิเคชัน K-ETA ซึ่งรัฐบาลเกาหลีเองก็ไม่ได้กำหนดตัวแทนการยื่นเรื่องผ่าน K-ETA อย่างเป็นทางการไว้ด้วย”

K-ETA เป็นระบบที่กำหนดให้ใช้กับพลเมืองของประเทศที่สามารถเข้าประเทศเกาหลีได้โดยไม่ต้องมีวีซ่า เพื่อที่จะเข้าถึงเว็บไซต์ K-ETA หรือแอพมือถือก่อนออกเดินทางจากประเทศก็จะต้องมีการป้อนข้อมูลและขออนุญาตเดินทางเข้าผ่านแอป K-ETA ก่อน และได้เริ่มปฏิบัติการนำร่องบังคับใช้มาตั้งแต่วันที่ 1 กันยายน 2021 แล้ว

ประเทศเป้าหมายคือ 112 ประเทศที่ได้รับอนุญาตให้มีข้อตกลงเรื่องการยกเว้นวีซ่า (วีซ่า B-1) และ (B-2) กับสาธารณรัฐเกาหลี อย่างไรก็ตาม เนื่องจากการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ทำให้ 62 ประเทศถูกระงับไม่ให้เข้าประเทศชั่วคราวโดยไม่มีวีซ่า และมีเพียง 50 ประเทศเท่านั้น อาทิสหรัฐอเมริกาและสหราชอาณาจักร ที่ยังคงมีการดำเนินการอยู่

K-ETA

หากผู้เข้าประเทศนั้นมาเพื่อวัตถุประสงค์ในการเที่ยวชม, เยี่ยมญาติ, หรือเข้าร่วมการประชุม พวกเขาสามารถเข้ามาได้ด้วยระบบ K-ETA ได้โดยไม่ต้องมีวีซ่า และหากเข้ามาเพื่อวัตถุประสงค์ต่างๆ เช่น การจ้างงาน ศึกษาต่อต่างประเทศ และการย้ายถิ่นฐาน
จะต้องได้รับวีซ่าก่อนเดินทางเข้า

ผลการบังคับใช้เปิดใช้ K-ETA กระทรวงยุติธรรมเผยว่ามีคำสั่งไม่อนุมัติชาวต่างชาติที่ไม่มีความน่าเชื่อถือว่าจะเดินทางออกจากราชอาณาจักรตามกำหนด 493 คนโดยปฏิเสธไม่ให้ขึ้นเครื่องบินจนถึงสิ้นเดือนธันวาคมปีที่แล้วและบริษัทเกาหลีได้ให้การสนับสนุนให้บริษัทต่างชาติกว่า 1,827 แห่งเชิญให้เดินทางเข้าประเทศโดยเร็ว

K-ETA

กรณีที่ดีเยี่ยมในการประเมินสถานะการเข้าประเทศ ซึ่งการยกย่องครั้งนี้จัดทำโดย UNOCT เมื่อเดือนตุลาคมปีที่แล้ว

อย่างไรก็ตามเจ้าหน้าที่จากกระทรวงยุติธรรมกล่าว “เราจะพยายามอย่างเต็มที่เพื่อให้แน่ใจว่าผู้คนทั่วโลกจะไม่มีปัญหาในการใช้ระบบ K-ETA”

ขอบคุณที่มาจาก : แหล่งข่าว

98.3% ผ่านระบบ K-ETA ฉลุย “ผู้ใช้งานปลื้มสะดวกสบายขึ้น”

ผ่านไปหนึ่งเดือนแล้วตั้งแต่เกาหลีใต้เริ่มใช้ระบบ K-ETA ในการคัดกรองผู้เดินทางเข้าประเทศ ซึ่งมีผลบังคับใช้ไปตั้งแต่วันที่ 1 กันยายน จนถึงขณะนี้อัตราการอนุญาตให้ขึ้นเครื่องและเข้าเกาหลีใต้ได้นั้นสูงถึง 98.3%

K-ETA

เมื่อวันที่ 5 ตุลาคม ศูนย์บริการตรวจคนเข้าเมืองแห่งเกาหลีประกาศว่า เป็นเวลาหนึ่งเดือนแล้วตั้งแต่เริ่มใช้ระบบ K-ETA และความสะดวกของการยื่นเรื่องและระบบการชำระค่าธรรมเนียมนั้นดำเนินการได้อย่างดี จึงได้รับการตอบรับที่ดีจากผู้ใช้บริการเป็นอย่างมาก

ระบบนี้เป็นระบบที่อนุญาตให้เฉพาะผู้ที่ยื่นเรื่องเข้าประเทศเกาหลีผ่านทางเว็บไซต์หรือแอพ K-ETA ก่อนจะขึ้นเครื่องเดินทางมาจาก 112 ประเทศที่ทางการเกาหลีอนุญาตให้เข้าเกาหลีได้โดยไม่ต้องมีวีซ่า

เนื่องจากสถานการณ์ COVID-19 ในปัจจุบันระบบ K-ETA จึงดำเนินการใน 49 ประเทศเท่านั้น และขณะนี้ประเทศไทยก็ยังไม่อยู่ในระบบ K-ETA แต่ถ้าหากไทยอนุญาตให้ชาวเกาหลีเข้าประเทศไทยโดยไม่มีวีซ่าได้ ไทยก็จะกลายเป็นประเทศเป้าหมายสำหรับ K-ETA ทันที

K-ETA

สาเหตุที่ K-ETA ได้เริ่มต้นขึ้นนั่นก็เพราะมีความกังวลอย่างมากเกี่ยวกับความขัดแย้งทางการทูตเนื่องจากมีกรณีการปฏิเสธการเข้าเมืองเพิ่มสูงขึ้น (กรณีที่ทาง ตม. เกาหลีปฏิเสธการเข้าเมืองเฉลี่ย 160 เคสต่อวันณ ปี 2019) ในหมู่พลเมืองของบางประเทศที่ไม่ต้องใช้วีซ่าในการเข้าเมืองและอีกสาเหตุนั่นคือเพื่อลดผลข้างเคียงของการพำนักอยู่อย่างผิดกฎหมายหลังจากเดินทางเข้าประเทศซึ่งเฉลี่ยกว่า 45% ของผู้อพยพผิดกฎหมายและส่วนใหญ่ก็เป็นคนไทย

จากการดำเนินการระบบ K-ETA เป็นเวลา 1 เดือน ตั้งแต่วันที่ 1 กันยายน มีผู้ยื่นเรื่องทั้งหมด 15,811 คน โดยมีผู้ที่ได้รับใบอนุญาตขึ้นเครื่อง (OK) จำนวน 15,556 คน และไม่ได้รับใบอนุญาตขึ้นเครื่อง 88 คน (ไม่ผ่านการตัดกรอง) และ 167 คนได้รับอนุญาตเข้าเมืองได้แบบมีเงื่อนไข (Selectee) ซึ่งกลุ่มนี้จะได้รับการตรวจสอบอย่างละเอียดหลังจากมาถึงเกาหลีอีกครั้ง

K-ETA

ตามสัญชาติที่เดินทางเข้าประเทศผ่านระบบนี้ แบ่งเป็น ชาวอเมริกัน 10,710 คน (68%) ฝรั่งเศส 981 คน (6%) เยอรมนี 952 คน (6%) สหราชอาณาจักร 666 คน (4%) เนเธอร์แลนด์ 307 คน (2%) และอีก 2,195 คน จากประเทศอื่นๆ (14%)

อย่างไรก็ตาม หากรัฐบาลไทยยกเลิกการจำกัดการเข้าประเทศให้กับชาวเกาหลีโดยให้สามารถเดินทางเข้าได้แบบไม่มีวีซ่าในเดือนพฤศจิกายนนี้ คาดว่าชาวไทยที่ต้องการไปเกาหลีก็จะได้ลองยื่นขอ K-ETA ด้วยเช่นกัน!

ขอบคุณที่มาจาก : แหล่งข่าว