เตือนคลื่นความเย็นติดลบกลางฤดูใบไม้ร่วง

 

ทางการได้มีการออกคำเตือนคลื่นความเย็นระลอกแรก (한파주의보) ในช่วงฤดูใบไม้ร่วงนี้โดยจะส่งผลต่อทางตอนเหนือของคย็องกีโดและทางตะวันตกเฉียงเหนือและตามภูเขาในคังวอนโด

มีการแจ้งเตือนคลื่นความเย็นอุณหภูมิต่ำในช่วงเช้าจะต่ำกว่า 3 องศา ซึ่งอุณหภูมิลดลงมากกว่า 10 องศาจากวันก่อน และอุณหภูมิตอนเช้าจะลดลงต่ำกว่า -12 องศาเป็นเวลานานกว่า 2 วัน

 

คลื่นความเย็น

 

สำนักงานอุตุนิยมวิทยาเกาหลี (KMA) ออกคำเตือนคลื่นความเย็นในวันที่ 23 ต.ค. เนื่องจากอุณหภูมิตอนเช้าน่าจะต่ำกว่าวันนี้ 10 องศา

อุณหภูมิต่ำสุดในตอนเช้าของวันพรุ่งนี้คาดว่าจะอยู่ที่ 4 องศาในโซล, 0 องศาในพาจู, 0 องศาในชอลวอน (철원) และ -1 องศาในแทกวันรย็อง (대관령) ซึ่งเตรียมตัวหนาวที่สุดในช่วงฤดูใบไม้ร่วงนี้ได้เลย

อุณหภูมิต่ำสุดในตอนเช้าของวันนี้อยู่ที่ 11.8 องศาในโซล, 7.5 องศาในพาจู, และ 6.2 องศาในชอลวอน

ในวันเสาร์คาดว่าอุณหภูมิในกรุงโซลจะลดลงเหลือแค่ 3 องศา, พาจู -1 องศาและชอลวอน -2 องศา ซึ่งจะถึงจุดต่ำสุดของคลื่นความหนาวเย็นครั้งนี้

 

คลื่นความเย็น

 

ขอบคุณที่มาจาก: แหล่งข่าว

” แคมเปญ I’m sorry ” [ขอโทษที่เกิดในประเทศเกาหลีใต้]

” แคมเปญ I’m sorry “

[ขอโทษที่เกิดในประเทศเกาหลีใต้]

แคมเปญ I'm sorry

 

“ขอโทษที่เกิดในเกาหลี”

 

แคมเปญ ‘I’m sorry’ ดำเนินไปจนถึงสิ้นเดือนพฤศจิกายนสำหรับเด็กที่เกิดในเกาหลี แต่ไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากต้องอาศัยอยู่ในเกาหลีโดยไม่มีสัญชาติ

 

การลงทะเบียนเกิดสากลเป็นระบบที่ช่วยให้มั่นใจว่าเด็กทุกคนที่เกิดสามารถลงทะเบียนกับรัฐบาลในประเทศนั้นๆที่ตนเกิดได้

 

อย่างไรก็ตาม สำหรับการลงทะเบียนเกิดในเกาหลีใต้นั้นจะขึ้นอยู่กับพ่อแม่ของเด็ก

U.N. ได้มีการแนะนำระบบการลงทะเบียนเกิดใหม่ในเกาหลีหลายครั้งตั้งแต่ปี 2011
จนถึงขณะนี้รัฐบาลเกาหลีก็ยังเฉยๆ ไม่ได้มีการนำมาปรับใช้

 

ปัจจุบันกลุ่มที่มีปัญหามากที่สุดในระบบรายงานการเกิดของเกาหลีคือเด็กที่อพยพเข้ามา

เนื่องจากระบบการลงทะเบียนเกิดในเกาหลีเป็นภาษาเกาหลีโดยทั่วไป และสำหรับชาวต่างชาติที่พ่อหรือแม่ของพวกเขาเป็นชาวเกาหลี

ชาวต่างชาติที่อพยพย้ายถิ่นฐานจะต้องลงทะเบียนการเกิดของตนผ่านทางสถานทูตพื้นเมืองของตน อย่างไรก็ตามผู้ลี้ภัยและชาวต่างชาติที่ไม่ได้จดทะเบียนจะไม่ได้รับอนุญาต

แคมเปญ I'm sorry

 

เด็กๆเหล่านี้กลายเป็นเด็กที่ไม่มีสัญชาติ
พวกเขาไม่สามารถไปโรงเรียนได้
พวกเขาไม่สามารถไปโรงพยาบาลได้
นี่เป็นเพราะรัฐบาลเกาหลีใต้ไม่รับพวกเขาเข้าในระบบ

โดยจำนวนของเด็กๆเหล่านี้อยู่ที่ประมาณ 20,000 คน

 

เห็นได้ชัดว่าพวกเขาเกิดและเติบโตขึ้นมาในสังคมเกาหลี แต่รัฐบาลยังไม่รู้ถึงจำนวนที่แน่ชัดของพวกเขา

เด็ก ๆ ไม่สามารถเลือกพ่อแม่ของตนเองได้
เด็กๆไม่สามารถเลือกสัญชาติได้เอง

พวกเขาอาศัยอยู่โดยไม่มีตัวตน เพียงเพราะเขาเป็นเด็กที่เกิดในประเทศเกาหลีใต้….

 

 

การลงทะเบียนเกิดสากลของกลุ่ม NETWORK ได้สร้างแคมเปญนี้ขึ้นเพื่อประชาสัมพันธ์ถึงสถานการณ์ดังกล่าวข้างต้นนี้

นอกจากนี้ยังจะมีการรณรงค์เพื่อขอให้มีการปรับปรุงกฎหมายอีกด้วย

 

Cr =PRESSIAN

 

เรียนภาษาเกาหลีในเกาหลี ช่องทางเปลี่ยนนักศึกษาเป็นผีน้อย

สถาบันสอนภาษาเกาหลีในเกาหลี ช่องทางเปลี่ยนนักศึกษาเป็นผีน้อย

สถาบันสอนภาษาเกาหลีในเกาหลี

 

ในบรรดานักเรียนต่างชาติที่เดินทางมาเกาหลีเพื่อศึกษา พบว่ามีจำนวนนักเรียนที่ต้องออกจากโรงเรียนเนื่องจากการลักลอบทำงานโดยผิดกฎหมายเพิ่มขึ้นมาก

กระทรวงยุติธรรมและกระทรวงศึกษาธิการเผย มีนักเรียนมากกว่า 10,000 คนที่ศึกษาอยู่ในเกาหลีแต่ผันตัวไปทำงานทั้งที่ยังศึกษาไม่จบระดับวิทยาลัย ซึ่งทางรัฐไม่ได้อนุญาตให้ผู้ถือวีซ่านักเรียนทำงาน ทำให้กลายเป็นบุคคลละเมิดกฎหมายการพำนักในประเทศ

 

สถาบันสอนภาษาเกาหลีในเกาหลี

 

โดยเฉพาะอย่างยิ่ง กลุ่มนักเรียนที่เรียนตามสถาบันสอนภาษาเกาหลีได้หนีการเรียนเพื่อไปทำงานเพิ่มมากขึ้น และนั่นก็มากกว่านักศึกษาระดับปริญญาตรีและระดับบัณฑิตศึกษาในเกาหลี นักเรียนเหล่านี้มีเพิ่มขึ้นถึงร้อยละ 112 หากเทียบกับเมื่อสองปีก่อน

 

นักวิจารณ์กล่าวว่าผู้คนจากบางประเทศใช้ประโยชน์จากระบบการฝึกอบรมภาษาเพื่อย้ายถิ่นที่อยู่แบบผิดกฎหมายไปในตัว

นอกจากนี้มหาวิทยาลัยยังประมาทเอเจนซี่ที่ไม่ผ่านการรับรองให้มีส่วนในกระบวกการเรียนการศึกษาในสถาบันภาษาเกาหลี เหล่าเอเจนซี่ที่มุ่งเพื่อหาเพียงผลกำไรและนั่นทำให้เพิ่มจำนวนนักเรียนที่กำลังศึกษาอยู่ในต่างประเทศประสงค์จะเปลี่ยนสถานะการอาศัยอยู่ให้เป็นผู้ละเมิดการพำนักอย่างผิดกฎหมาย

 

สถาบันสอนภาษาเกาหลีในเกาหลี

 

ปัจจุบันจำนวนนักเรียนต่างชาติในเกาหลีเกิน 100,000 คนในปี 2016 และ เพิ่มเกินมากขึ้นกว่า 140,000 คนในปีนี้

ส่วนในประเทศอื่น ๆ ส่วนหนึ่งของนักเรียนจีนลดลง แต่พบว่าจำนวนนักศึกษาเวียดนาม นักศึกษามองโกเลีย และนักศึกษาอุซเบกิสถานเพิ่มขึ้นอย่างเห็นได้ชัด

 

โดยเฉพาะอย่างยิ่งจำนวนนักศึกษาจากเวียดนามเพิ่มขึ้น 7 เท่าจาก 2,000 คน ในปี 2016 เป็น 14,614 คนในปีที่แล้ว

ด้วยเหตุนี้ กรณีนี้จึงได้รับความสนใจเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ ส่วนใหญ่นักเรียนบางประเทศเปลี่ยนเป็นผู้อาศัยแบบผิดกฎหมาย
กระทรวงยุติธรรมกล่าวว่าจะช่วยให้การออกวีซ่าเป็นไปอย่างเข้มงวดขึ้นสำหรับนักศึกษาที่กำลังศึกษาอยู่ในต่างประเทศ

 

จากการสัมภาษณ์ของ NEWSTODAY เจ้าหน้าที่ของสถาบันภาษาเกาหลีแห่งมหาวิทยาลัยใหญ่ ๆ ในกรุงโซลทางโทรศัพท์เมื่อวันที่ 14 พฤศจิกายนว่า

เมื่อเร็ว ๆ นี้การออกวีซ่าสำหรับนักเรียนภาษาต่างชาติได้ล่าช้าในบางประเทศ เช่น เวียดนาม

 

สถาบันสอนภาษาเกาหลีในเกาหลี

 

อัตราการออกวีซ่าก็ลดลงอย่างมากเมื่อไม่กี่เดือนที่ผ่านมาเนื่องจากเห็นได้ชัดว่ารัฐบาลมีความเข้มงวดขึ้นในการออกวีซ่า

ดูเหมือนว่าบางประเทศใช้ประโยชน์จากระบบวีซ่านักเรียน (D-4 VISA) เนื่องจากขั้นตอนการเข้าประเทศในเกาหลีถูกกำหนดเข้มงวดมากขึ้น และหากทำวีซ่าก็มีราคาถูกกว่าหรือไม่ก็ราคาใกล้ๆกันกับจำนวนที่จ่ายให้กับเอเจนซี่ในการเดินทางเข้าประเทศเกาหลีนั้นเอง

 

ขอบคุณที่มา : แหล่งข่าว

คดี ผีน้อยสาวไทยถูกฆาตกรรมในเกาหลี ยังไม่จบ!

คดี ผีน้อยสาวไทยถูกฆาตกรรมในเกาหลี ยังไม่จบ!

ผีน้อยสาวไทยถูกฆาตกรรมในเกาหลี

ถ้าพวกเรารวยลูกเราก็คงไม่ต้องไปเกาหลี … และเธอก็คงไม่ตาย มันปวดหัวใจทุกครั้งที่ฉันคิดถึงเรื่องนี้ ” พ่อของชุติมา นายสัมฤทธิ์กล่าวไว้

ชุติมาเดินทางมาเกาหลีตอนเธออายุเพียง 18 ปี ในฐานะผู้มีวีซ่า ท่องเที่ยว หลังจากนั้นวีซ่าเธอได้หมดอายุลงในปี 2006 เธอกลาย แรงงานผีน้อยหลังจากนั้นเป็นต้นมา เธอเลือกทำงานในโรงงาน ผลิตชิ้นส่วนรถยนต์ โดยเธอส่งเงินประมาณ 1 ล้านวอนกลับบ้าน ไปให้ครอบครัวของเธอในชนบทของประเทศไทยทุกเดือน เป็นผล ให้เธอใช้เวลามากกว่า 10 ปีในประเทศเกาหลี

ในเดือนพฤศจิกายนของปีที่แล้ว ชุติมาถูกพบเป็นศพบริเวณ หน้าผา คนร้ายเป็นชายชาวเกาหลี นายคิม ซึ่งเป็นเพื่อนร่วมงาน ในโรงงานเดียวกันกับเธอ วันหนึ่ง คิมชวนชุติมาว่า “เดี๋ยวจะพาคุณไปที่ที่ปลอดภัยนะตอนนี้ มีการปราบปรามผู้อพยพผิดกฎหมาย” แต่นั้นเป็นกลลวงเพื่อพา เธอไปยังที่เปลี่ยว และพยายามข่มขืนเธอ แต่ล้มเหลวทำให้เขา ตัดสินใจฆ่าเธอในวันนั้น

 

ผีน้อยสาวไทยถูกฆาตกรรมในเกาหลี

ตอนแรกสื่อมวลชนให้ความสนใจกับข่าวดังกล่าวอย่างมาก โดยเล็ง ไปยังประเด็น “แรงงานผิดกฎหมาย” “ความรุนแรงทางเพศ” และ  “การฆาตกรรม” และนั่นได้ดึงดูดความสนใจของผู้คนเป็นอย่าง มากในช่วงนั้น ในประเทศไทยเองมีหนังสือพิมพ์ไทยรายงานว่า
“หญิงไทยถูกสังหารในแดนกิมจิ”

 

แต่ทว่า เรื่องก็เงียบไป …

 

คดีของชุติมายังคงดำเนินต่อไป เธอเป็นผู้อพยพผิดกฎหมายจึง ไม่สามารถรับความช่วยเหลือจากเกาหลีได้ สื่อเกาหลีและไทยจึง เลิกสนใจเหตุการณ์ดังกล่าวนั่นเอง

กระทรวงยุติธรรมของเกาหลีแจงว่าจะทบทวนคดี แต่แล้ว 1 ปี ผ่านไปก็ไม่มีข่าวใด ๆ คืบหน้าเลย

ครอบครัวชุติมาเองก็ยังไม่ได้รับความช่วยเหลือจากประเทศไทย เช่นกัน ตามที่สื่ออย่าง หนังสือพิมพ์ไทยรายงานไปก่อนหน้านี้ว่า  สถานเอกอัครราชทูตไทยประจำเกาหลีใต้ สัญญาว่าจะสนับสนุน การดำเนินการขนส่งศพกลับ

แต่…

“การสนับสนุนไม่ได้หมายถึงการสนับสนุนด้านค่าใช้จ่าย แต่ เป็นเพียงการให้ข้อมูลเท่านั้น”

ผีน้อยสาวไทยถูกฆาตกรรมในเกาหลี

ในที่สุดการขนส่งร่างไร้วิญญาณของชุติมาก็ได้รับการสนับสนุน จากนายจ้างโรงงานที่ทำงานของเธอ

ยังไม่จบ ปัญหาคือ ครอบครัวของเธอไม่สามารถเปิดบัญชีเงินฝาก ของชุติมาที่ทำไว้ในเกาหลีได้

อย่างไรก็ตาม สิ่งที่เร่งด่วนที่สุด คือ เงินชดเชยที่ธนาคาร ขอให้ นายสัมฤทธิ์ ผู้เป็นพ่อของนางสาวชุติมา นำเอกสารมายืนยัน ตัวตนว่าเป็นบิดาแท้ๆ

เขาจึงติดต่อสอบถามขั้นตอนจากสถานทูตไทย แต่กระบวนก็ยังคง อยู่ในขั้น การยืนยันอยู่ระหว่างดำเนินการ

มันเป็นเรื่องยากเกินไปที่นายสัมฤทธิ์จะจัดการเรื่องราวต่างๆด้วย ตัวเอง เพราะเขาไม่มีเงินเพียงและแก่เกินไป …

เขาเดินทางมาเกาหลีครั้งหนึ่งในระหว่างการพิจารณาคดีฆาตกรรม ของลูกสาว แต่เขาไม่สามารถเดินทางเข้าออกบ่อยๆได้

ขณะนี้ นายสัมฤทธิ์ กังวลเฉพาะเรื่อง “เพราะชุติมาเป็นแรงงาน ไทยผิดกฎหมาย อาจจะทำการพิจารณาคดีจะมีการดำเนินไป อย่างถูกต้องหรือไม่ “

นายคิม ถูกตัดสินจำคุก 20 ปีในข้อหาฆาตกรรม แต่ข้อหาข่มขืน กลับไม่ได้รับการยอมรับเนื่องจากยังขาดหลักฐาน

สาเหตุของการเสียชีวิตของชุติมายังคงเป็นเรื่องเกี่ยวกับ “การปราบปรามแรงงานผิดกฎหมาย” ที่นำมาซึ่งการถึงแก่ชีวิต

ยังไงก็ตาม กระทรวงยุติธรรมประกาศในเดือนกันยายนว่าจะ เสริมกำลังการปราบปรามแรงงานผิดกฎหหมายในประเทศอย่าง ต่อเนื่องต่อไป

เกาหลียังมีสนธิสัญญาระหว่างประเทศเกี่ยวกับการชดเชยค่าเสียหาย ในเหตุอาชญากรรม แต่ดูเหมือนว่าสัญญาดังกล่าวจะเอื้อต่อชาวยุโรป และโอเชียเนีย เสียมากกว่า

ซึ่งในความเป็นจริงแล้วเหยื่ออาชญากรรมส่วนใหญ่ในประเทศเกาหลี คือ ชาวเอเชีย

ดังนั้น นี่อาจจะทำให้มีเคสแบบชุติมาอีกครั้งแล้วครั้งเล่า, และนั่นก็นำปัญหาอื่น ๆ เกิดตามขึ้นมา เมื่อมีคนถูกฆ่าตาย แต่กลับ ไม่ได้รับการชดเชย หรือได้รับความรับผิดชอบจากภาคส่วนต่างๆ

ไม่มีใครช่วยเรื่องสิทธิมนุษยชนของคนต่างด้าวที่ผิดกฎหมาย ในประเทศเกาหลี นอกจากตัวคุณเองออกมาเรียกร้องสิทธิใน ความเป็นมนุษย์ของคุณ

ถึงเวลาแล้วหรือยังที่คุณควรต้องเปลี่ยนก่อน ดีกว่ารอการเปลี่ยนแปลง …

 

Cr = MEDIATODAY

สกีรีสอร์ทเกาหลีเริ่มเปิดให้บริการ 11 พฤศจิกายนนี้ ป่ะไปกัน!!!!

สกีรีสอร์ทเกาหลีเริ่มเปิดให้บริการ 11 พฤศจิกายนนี้ ป่ะไปกัน!!!!

สกีรีสอร์ทเกาหลีเริ่มเปิดให้บริการ

เนื่องด้วยอุณหภูมิลดลงอย่างรวดเร็วและความหนาวเย็นก็ได้เริ่มขึ้น

กีฬาสกีไฮไลท์แห่งฤดูหนาวก็เริ่มเปิดให้บริการตามสกีรีสอร์ทเช่นกัน

ในบรรดาสกีรีสอร์ทในเกาหลี Yongpyong Resort และ Phoenix Park ใน Pyeongchang Gangwon-Do กำลังจะเปิดให้บริการอย่าง รวดเร็ว ซึ่งมีกำหนดเปิดในวันที่ 11 พฤศจิกายนนี้

 

สกีรีสอร์ทเกาหลีเริ่มเปิดให้บริการ

อุณหภูมิลดลงถึง 2.9 องศาเซลเซียสที่ Gangwon-Do ในตอนต้น ของวันที่ 30 และรีสอร์ท Yongpyong เริ่มสร้างหิมะ เพื่อเป็นการโปรโมท ต่อคนรักกีฬาสกี

Elisian ใน Chuncheon, Weliheli Park ใน Hoengseong และ Hiwon Resort ใน Jeongseon (ใน Gangwon-Do) จะเปิด ให้บริการกันในวันที่ 24 พฤศจิกายนที่จะถึงนี้

 

สกีรีสอร์ทเกาหลีเริ่มเปิดให้บริการ

วันที่ 25 พ.ย. Hansol Ock Valley ใน Wonju, Vivaldi Park ใน Hongcheon (Gangwon-do) และ Deogyusan Resort ใน Muju Jeollabuk-do ก็จะเริ่มเปิดให้บริการด้วย

ในทางกลับกันสิ่งสำคัญคือ ต้องตระหนักด้วยว่า อุบัติเหตุที่ เกิดที่สกีรีสอร์ทเองก็มีอัตราเพิ่มขึ้นสูงในช่วงฤดูหนาวเช่นกัน

 

สกีรีสอร์ทเกาหลีเริ่มเปิดให้บริการ

ประการแรก แว่นตา มีความจำเป็นเพื่อรักษาความปลอดภัยให้กับ การมองเห็นและป้องกันรังสีอัลตราไวโอเลตที่สะท้อนในหิมะขาว คุณควรเตรียมครีมกันแดด, ชุดชั้นใน, และถุงเท้า ขอแนะนำถุงเท้ายาว ๆ ที่ยาวเกินข้อเท้าของคุณเพื่อไม่ให้ถุงเท้า หลุดออกขณะเล่นสกีหรือสโนว์บอร์ด

 

สกีรีสอร์ทเกาหลีเริ่มเปิดให้บริการ

อย่าลืมถุงมือ, หมวก, ผ้าพันคอและฮ๊อตแพ็คติดตัวไปด้วย ส่วน อุปกรณ์เล่นสกีมีบริการให้เช่าอุปกรณ์สกีบริเวณสกีรีสอร์ท

 

สกีรีสอร์ทเกาหลีเริ่มเปิดให้บริการ

Cr= INSIGHT

หนาวฤดูใบไม้ร่วง โซรัคซานอุณภูมิติดลบ 8 องศา

หนาวฤดูใบไม้ร่วง โซรัคซานอุณภูมิติดลบ 8 องศา

โซรัคซานอุณหภูมิติดลบ

ตะลึงความเย็นในฤดูใบไม้ร่วงบนภูเขาโซรัคซาน อุณหภูมิ -8 องศา หรือหน้าหนาวจะคืบคลานเข้ามาแล้ว

 

นี่เพียงเพิ่งจะสิ้นเดือนตุลาคม แต่ดูเหมือนว่าเข้าหน้าหนาวเสียแล้ว จากการวัดอุณหภูมิบริเวณภูเขาโซรัคซานพบว่าอุณหภูมิต่ำลงมา แตะ -8 องศา และบริเวณบางพื้นที่ของโซลอุณหภูมิติดลบศูนย์องศา ความหนาวเย็นนี้จะยังคงอยู่ไปจนถึงสิ้นสัปดาห์นี้

 

โซรัคซานอุณหภูมิติดลบ

ในขณะที่ลมเย็นยะเยือกขึ้นเรื่อยๆ ผู้คนก็เริ่มใส่เสื้อโค้ชหนาขึ้นตาม สภาพอากาศไปด้วย

ใบไม้ร่วงเริ่มร่วงเร็วกว่าปกติเพราะอากาศที่หนาวเย็นขึ้นกระทันหัน

ภูเขาโซรัคซาน, กังวอนโด พบอุณหภูมิ -8 องศา, จอนบุค, มูจู อุณหภูมิอยู่ที่ -6.6 องศา, กังวอนโด, ชอลวอน อุณหภูมิอยู่ที่ -6.3 องศา

 

โซรัคซานอุณหภูมิติดลบ

อุณหภูมิจะยังคงหนาวต่อไปเรื่อยๆตลอดระยะเวลาหนึ่งสัปดาห์นี้ หลังจากนั้นจะกลับเข้าสู่อุณหภูมิปกติ

ในเดือนพฤศจิกายนอุณหภูมิเฉลี่ยน่าจะใกล้เคียงหรือสูงกว่าปีที่แล้ว แต่มีความเป็นไปได้ที่อุณหภูมิจะลดลง 2-3 เท่า

 

โซรัคซานอุณหภูมิติดลบ

 

Cr = NAVER NEWS

ค่าแท็กซี่โซลปรับขึ้น!! เริ่ม 3,800 วอน

ค่าแท็กซี่โซลปรับขึ้น!! เริ่ม 3,800 วอน

ค่าแท็กซี่โซลขึ้น

โซลมีแผนปรับค่าบริการรถโดยสารประเภทแท็กซี่จากเดิมที เริ่มที่ 3,000 วอน ปรับเป็นเริ่มต้นที่ 3,800 วอน โดยจะเริ่มใช้มาตราการนี้ในปีหน้า (2019)

กรุงโซลได้จัดงานแถลงข่าวในวันที่ 24 ตุลาคมที่ผ่านมา โดยแถลงเกี่ยวกับ แผนการปรับภาษี

 

 

ค่าแท็กซี่โซลขึ้น

จากเดิมที่ค่าแท็กซี่โดยสารปกติเริ่มที่ 3,000 วอน ได้ขยับขึ้นมาอีก 800 วอน เป็นเริ่มค่าบริการตามมิเตอร์ที่ 3,800 วอนในปีหน้า

นี่เป็นไปตามคำแนะนำของสภาพนักงานขับรถแท็กซี่ เอ็นจีโอ (NGOs)และ ผู้เชี่ยวชาญก็มีส่วนร่วมนำเสนอ นั่นก็เพราะเป็นผลจากการเพิ่มขึ้นของค่าจ้าง ที่จะถูกปรับขึ้นในปีหน้านั่นเอง

 

ค่าแท็กซี่โซลขึ้น

เพื่อป้องกันการปฏิเสธการรับผู้โดยสารในตอนกลางคืน ได้มีการเพิ่มเวลา พิเศษโดยเดิมทีนั้นเริ่ม เวลาเที่ยงคืน ถึง ตี 4 แต่ขยายเวลาเพิ่มโดย เริ่ม 23.00 น. ถึง ตี 4:00 น.

ระยะทางเดินรถขั้นพื้นฐานจะขยายจาก 2 กิโลเมตรเป็น 3 กิโลเมตรและ ค่าใช้จ่ายขั้นพื้นฐานสำหรับค่าโดยสารตอนดึกเพิ่มขึ้นจาก 3,600 วอนเป็น 5,400 วอน

 

ค่าแท็กซี่โซลขึ้น

ระยะทางขั้นพื้นฐานที่เคยเพิ่มขึ้นจะลดลง ปัจจุบันมีการเพิ่ม 100 วอนสำหรับทุกๆ 142 เมตร สำหรับโซลมีแผนที่จะลดระยะทางที่จะเพิ่มค่าบริการลงเหลือ 132 ~ 135 เมตร ต่อ 100 วอน

โซลคาดว่าจะปรับปรุงคุณภาพการให้บริการ โดยการเพิ่มค่าโดยสารรถแท็กซี่ที่ได้รับ ชะลอการขึ้นราคาตั้งแต่ปี 2013

 

ค่าแท็กซี่โซลขึ้น

เจ้าหน้าที่รัฐบาลโซลกล่าวว่าการเพิ่มค่าโดยสารรถแท็กซี่มีวัตถุประสงค์เพื่อ เป็นการปรับปรุงการให้บริการแก่ประชาชนไปในตัวด้วย

 

ค่าแท็กซี่โซลขึ้น

 

cr = NOCUT NEWS

ลดจำนวนภาษา สอบข้อเขียนขอ ใบขับขี่เกาหลี

ลดจำนวนภาษา สอบข้อเขียนขอ ใบขับขี่เกาหลี

ใบขับขี่เกาหลี

มีการยืนยันแล้วว่าจำนวนภาษาที่ใช้ในการสอบ(ข้อเขียน) เพื่อขอรับใบขับขี่ในประเทศเกาหลีใต้ลดลง

จำนวนชาวต่างชาติที่ต้องการใบอนุญาตขับขี่ เช่น ผู้หญิงที่แต่งงานแล้ว หรือ คนขับรถบรรทุก มีการคาดการณ์ว่าจะไม่สะดวกเท่าไหร่ในเกาหลี

 

ใบขับขี่เกาหลี

การทดสอบเพื่อขอใบอนุญาตขับขี่ในเกาหลีเคยมีการถูกแปลในหลาย ภาษาก่อนหน้านี้ เช่น อังกฤษ, จีน, เวียดนาม, มองโกเลีย, รัสเซีย, ตาคาล็อก, กัมพูชา, อินเดีย รวมทั้ง ไทย

 

อย่างไรก็ตาม การทดสอบข้อเขียนในการขอใบอนุญาตขับขี่ในเกาหลีได้มี การลดจำนวนภาษาลงให้เหลือเพียงแค่ ภาษาอังกฤษ, จีน, และเวียดนาม มีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 1 กันยายน 2018 เป็นต้นมา

 

ใบขับขี่เกาหลี

นั่นเพราะผู้ขอใบอนุญาตขับขี่ส่วนใหญ่ใช้ภาษาต่างประเทศเพียงแค่ ภาษาอังกฤษ, จีน, และเวียดนาม เป็นหลักนั่นเอง

หากคุณไม่สามารถใช้3 ภาษาข้างต้น หรือ ภาษาเกาหลีได้ นั่นหมายถึง คุณก็ไม่สามารถเข้ารับการทดสอบข้อเขียนเพื่อขอใบขับขี่ได้

 

ใบขับขี่เกาหลี

เมื่อปีที่แล้ว ชาวต่างชาติที่เข้ารับการทดสอบข้อเขียนเพื่อขอรับ ใบอนุญาตขับขี่โดยใช้ภาษาอื่นๆ 7 ภาษา มีจำนวนกว่า 6,800 คน  ส่วนผู้ทดสอบที่ใช้ภาษาอังกฤษ, จีน, และ เวียดนาม มีจำนวน 49,800 ราย คิดเป็นร้อยละ 13 ของผู้สมัครทั้งหมด

ตั้งแต่เดือนกรกฎาคมปีที่แล้ว ถึง เดือนกรกฎาคมปีนี้ มีผู้เข้าทดสอบเพื่อ ขอรับใบขับขี่ด้วยภาษาต่างประเทศราว 2,854 ฉบับ ซึ่งคิดเป็น 13% ของ ผู้สมัครเข้าทดสอบทั้งหมด 27,700 คน

 

ใบขับขี่เกาหลี

อย่างไรก็ตามการลดจำนวนภาษาในการทำการทดสอบลงได้สร้าง ความกังวลว่าอาจจะมีการโกงข้อสอบที่ใช้ภาษาอังกฤษในการทดสอบ มากขึ้น

จริงๆแล้ว เมื่อปีที่แล้ว มีกลุ่มคนอาหรับที่ไม่ได้พูดภาษาอังกฤษถูกตำรวจ จับหลังจากได้รับใบอนุญาตขับรถโดยโกงข้อสอบทางโทรศัพท์มือถือ

 

ใบขับขี่เกาหลี