เริ่มเปิดสนามบินในประเทศ ‘มุ่งเพิ่มเที่ยวบิน 100 เที่ยวต่อเดือน’

รัฐบาลเกาหลีได้ตัดสินใจที่จะเพิ่มจำนวนเที่ยวบินระหว่างประเทศขึ้นอย่างมีนัยสำคัญและนั่นทำให้เที่ยวบินระหว่างประเทศตามสนามบินในท้องถิ่นกลับมาเป็นปกติ เนื่องจากการระบาดของโควิด-19 ในเกาหลีใต้ลดลงเป็นสัปดาห์ที่สาม

สนามบินในประเทศ

เมื่อวันที่ 6 เมษายน หน่วยงานสาธารณสุขเผย “จำนวนผู้ป่วยที่ได้รับการยืนยันการติดเชื้อโควิด-19 ลดลงในช่วงสามสัปดาห์ที่ผ่านมา จำนวนผู้ป่วยที่ได้รับการยืนยันโดยเฉลี่ยต่อวันในสัปดาห์ที่ผ่านมาลดลงประมาณ 30 เปอร์เซ็นต์เมื่อเทียบกับสัปดาห์ก่อนหน้า”

“นอกจากนี้ ยังมีการคาดว่าชาวเกากลีจะเยือนต่างประเทศเพิ่มขึ้น เนื่องจากต่างประเทศที่ได้ผ่านจุดสูงสุดของการระบาดโอไมครอนหลายประเทศส่งผลให้มีการผ่อนคลายนโยบายควบคุมโรคระบาดลง”

สนามบินในประเทศ

“ตั้งแต่เดือนหน้าเป็นต้นไป เราจะเพิ่มจำนวนเที่ยวบินระหว่างประเทศรายสัปดาห์ทุกเดือนเดือนละ 100 เที่ยวสำหรับประเทศไทย, อเมริกา, ยุโรป และสิงคโปร์ ซึ่งได้รับการยกเว้นการกักตัวและไม่ต้องขอวีซ่าก่อนเข้าประเทศ และเพิ่มขึ้นไปอีกเดือนละ 300 เที่ยวภายในเดือนกรกฎาคม”

“เราจะปรับเที่ยวบินระหว่างประเทศตามสนามบินในท้องถิ่นให้เป็นมาตรฐานเดียวกันด้วย อาทิ เที่ยวบินระหว่างประเทศที่มีให้บริการเฉพาะที่สนามบินกิมแฮ(김해) และแทกู(대구) จะขยายไปยังสนามบินมูอัน(무안), ช็องจู(청주) และเชจู (제주) ในเดือนหน้า และเราจะกลับมาเปิดให้บริการสนามบินอื่นๆ เช่น สนามบินกิมโป(김포) และ สนามบินยังยาง(양양) ตามลำดับ”

สนามบินในประเทศ

ขอบคุณที่มาจาก : แหล่งข่าว

ยกเลิกผลตรวจ PCR ก่อนเข้าเกาหลี “สำหรับต่างชาติที่ติดโควิดในเกาหลี”

ตั้งแต่วันที่ 7 มีนาคมเป็นต้นมา ชาวเกาหลีที่มีประวัติติดเชื้อโควิด-19 แล้วไม่จำเป็นต้องยื่นใบรับรองผล PCR เชิงลบก่อนเดินทางเข้าเกาหลี ดังนั้นตั้งแต่วันที่ 11 เมษายน ชาวต่างชาติที่ขึ้นทะเบียนพำนัก (ผู้มีวีซ่า) ที่มีประวัติติดเชื้อโควิดก็จะได้รับการยกเว้นการใช้ใบรับรองผล PCR เช่นกัน

ยกเลิกผลตรวจ PCR

หน่วยงานสาธารณสุขเผยชาวต่างชาติที่ขึ้นทะเบียนพำนัก (ผู้มีวีซ่า) ซึ่งพ้นระยะเวลากักกันหลังจากได้รับการยืนยันว่าติดเชื้อโควิด-19 แล้วไม่จำเป็นต้องส่งผลยืนยัน PCR เชิงลบเมื่อต้องการเดินทางเข้าสู่เกาหลี

อย่างไรก็ตาม การได้รับการยกเว้นไม่ต้องใช้ผลตรวจ PCR นั้นเงื่อนไขจะแตกต่างจากคนเกาหลีเล็กน้อยนั่นคือ จะยกเว้นผลตรวจเฉพาะกับต่างชาติที่ติดเชื้อภายในประเทศเกาหลีเท่านั้น ซึ่งเดิมทีหากเป็นชาวเกาหลีหากติดเชื้อจากต่างประเทศและรักษาหายตามเงื่อนไขแล้วก็สามารถได้รับการยกเว้นไม่ต้องมีผลตรวจได้

นี่ถือเป็นการตรวจสอบการอย่างครอบคลุมเพราะสามารถตรวจสอบเอกสารว่าใครติดเชื้อบ้างโดยส่วนมากจะใช้วิธีการเช็คผ่าน เคาน์เตอร์สายการบิน

ยกเลิกผลตรวจ PCR

ดังนั้น ชาวต่างชาติที่ขึ้นทะเบียนพำนัก (ผู้มีวีซ่า) ที่ไม่ต้องส่งคำยืนยัน PCR เชิงลบ จะต้องมีเอกสารยืนยันการติดเชื้อและกักตัว (격리통지서) ที่ออกให้จากภายในเกาหลีและบัตรลงทะเบียนคนต่างชาติ (외국인등록증) และต้องเป็นผู้ที่ได้รับการยืนยันว่าติดเชื้อมาแล้วไม่ต่ำกว่า 10 วันแต่ไม่เกิน 40 วันก่อนวันเดินทางเข้าเกาหลี

[เอกสารที่ต้องจัดเตรียม]
▲ บัตรลงทะเบียนคนต่างชาติ (ใบกาม่า : 외국인등록증) หรือบัตรประจำตัวผู้พำนักถาวร (영주증) ที่ออกในเกาหลี ▲ ใบเอกสารการแจ้งกักตัวหลังการติดเชื้อ(격리통지서) เพื่อยืนยันวันที่ได้รับการยืนยันการติดเชื้อ COVID-19 (วันที่ยืนยันในหนังสือแจ้งต้องอยู่ระหว่าง 10 ถึง 40 วันหลังติดเชื้อ โดยต้องนำมายื่นก่อนเดินทางเข้า)

ยกเลิกผลตรวจ PCR

ขอบคุณที่มาจาก : แหล่งข่าว

4 เม.ย นี้ เริ่มพบปะส่วนตัวสูงสุด 10 คน ร้านอาหาร ร้านกาแฟเปิดถึง 24:00 น.

รัฐบาลเกาหลีได้ตัดสินใจที่จะเพิ่มจำนวนการชุมนุมส่วนตัวเป็น 10 คนโดยจะเริ่มในสัปดาห์หน้า นอกจากนี้จะขยายเวลาเปิดทำการของสถานอำนวยความสะดวกอเนกประสงค์ เช่น ร้านอาหารและร้านคาเฟ่ไปจนถึงเที่ยงคืน

โรคประจำถิ่น

นายกรัฐมนตรีคิม บู-กย็อม (김부겸 국무총리) ได้จัดประชุมเมื่อวันที่ 1 เมษายนและมีการออกประกาศดังกล่าว

โดยมาตรการนี้จะมีผลเป็นเวลา 2 สัปดาห์ ตั้งแต่วันที่ 4 เมษายนไปจนถึง 17 เมษายนนี้

นายกรัฐมนตรีคิมยังกล่าวอีกว่า “หากระบบการรักษาพยาบาลมีการจัดการที่คงความเสถียรในช่วงที่มีผู้มีอาการรุนแรงน้อยลงและการเสียชีวิตคงเสถียรในช่วง 2 สัปดาห์ข้างหน้า เราจะปรับมาตรการควบคุมโรคใหม่”

โรคประจำถิ่น

บางคนคาดการณ์ว่านี่จะเป็นการเว้นระยะห่างทางสังคมครั้งสุดท้ายในเกาหลี

ก่อนหน้านี้ หนังสือพิมพ์วอลล์สตรีทเจอร์นัล (WSJ) คาดการณ์ในรายงานเมื่อวันที่ 30 มีนาคมว่า เกาหลีอาจเป็นประเทศแรกของโลกที่ใช้ระบบโรคประจำถิ่นในกลุ่มโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ (โควิด-19)

โรคประจำถิ่น

 

ยกเลิกการระงับการตรวจลงตราสำหรับบุคคลสัญชาติไทย

ยกเลิกการระงับการตรวจลงตราสำหรับบุคคลสัญชาติไทย (เริ่มดำเนินการ 1 เมษายน 2022 เป็นต้นไป)

K-ETA

ตั้งแต่วันศุกร์ที่ 1 เมษายน เวลา 00.00 น. เป็นต้นไป (อ้างอิงตามเวลาเกาหลี) สนธิสัญญายกเว้นการตรวจลงตราระหว่างประเทศเกาหลีและประเทศไทยจะเริ่มดำเนินการอีกครั้ง ดังนั้น บุคคลสัญชาติเกาหลีและไทยที่มีจุดประสงค์การเดินทางเพื่อท่องเที่ยว เยี่ยมเยียมครอบครัว ประชุมสัมมนา หรือธุรกิจ (ที่ไม่มีการแสวงหาผลกำไร) สามารถเดินทางระหว่างสองประเทศได้ โดยจะสามารถพำนักได้ไม่เกิน 90 วัน

ทว่า ในกรณีบุคคลสัญชาติไทยเดินทางเข้าประเทศเกาหลีจำเป็นต้องมีการขออนุมัติเดินทางเข้าประเทศผ่านระบบ K-ETA  ก่อนการเดินทางเข้าประเทศ (สำหรับผู้เดินทางด้วยจุดประสงค์อื่น ๆ เช่น ทำงาน ศึกษาต่อ อพยพตามคู่สมรส ยังจำเป็นต้องมีวีซ่าตามปกติ) โดยระบบ K-ETA จะเปิดรับลงทะเบียนตั้งแต่วันที่ 30 มีนาคม 2022 เวลา 9.00 น. (อ้างอิงตามเวลาเกาหลี) เป็นต้นไป

K-ETA

นอกจากประเทศไทยแล้ว ยังมีประเทศอื่น ๆ อีก 45 ประเทศที่สามารถเดินทางเข้าประเทศเกาหลีได้โดยไม่จำเป็นมีวีซ่าได้ โดยบุคคลต่างชาติที่ถือสัญชาติดังกล่าวจำเป็นต้องได้รับการอนุมัติการเดินทางเข้าประเทศผ่านระบบ K-ETA ล่วงหน้า เช่นกัน

รายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับระบบการอนุมัติการเดินทางเขาประเทศ (K-ETA) สามารถตรวจสอบได้ในเว็บไซต์ www.k-eta.go.kr

ปัจจุบันมีการเปิดให้บริการ K-ETA Center ตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อสนับสนุนการดำเนินการสมัคร K-ETA โดยทางหน่วยงานสามารถให้คำปรึกษา (ทางอีเมล ดำเนินการวันจันทร์ – ศุกร์ เวลา 9.00 – 18.00 น.) ได้ทั้งภาษาอังกฤษ ภาษารัสเซีย ภาษาไทย และอื่น ๆ สำหรับผู้ที่มีความสนใจสามารถติดต่อสอบถาม หรือขอรับคำปรึกษาได้ทางเว็บไซต์ของ  K-ETA

ขอบคุณที่มาจาก : แหล่งข่าว

ชาวนาครวญ ค่าแรง 80,000-150,000 วอนต่อวัน…ก็ยังไม่พอ “ขืนยังจ้างผีน้อยคงได้เลิกทำการเกษตร”

โอ แจกอน (59)เกษตรกรเลี้ยงหมู 4,000 ตัวในจางซ็องกุน จอลลานัมโด (전남 장성군)

เขากล่าวว่า “เราจ้างแรงงานต่างชาติ4 คนเพื่อมาทำฟาร์มหมู แต่ 2 คนยังไม่ได้กลับเข้ามาในเกาหลีใต้อีกรอบ เนื่องจากวีซ่าของพวกเขาหมดอายุในเดือนกุมภาพันธ์ปีที่แล้ว จริงๆแล้วก็ยังสามารถดำเนินการฟาร์มสุกรได้มากขึ้นเพราะขณะนี้แรงงานต่างชาติสองคนที่เหลือได้รับสิทธิ์ตามมาตรการขยายเวลาวีซ่าแล้ว แต่การขาดแคลนกำลังคนก็ยังไม่เปลี่ยนแปลงอยู่ดี”

ผีน้อย

เกษตรกรต้องเผชิญกับฤดูกาลทำนารอบที่ 3 หลังการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 แม้จะมีการเตรียมพร้อมสำหรับกำลังคน แต่เมื่อพิจารณาถึงสถานการณ์เหล่านี้ที่ทางรัฐบาลเกาหลีได้ขยายเวลาวีซ่าสำหรับแรงงานต่างชาติที่อาศัยอยู่ในเกาหลีชั่วคราวแล้ว พอมาฟังเสียงในพื้นที่ชนบทที่ดังขึ้นเรื่อยๆ กลับพบว่ายังจำเป็นต้องมีนโยบายพื้นฐานเพื่อประกันแรงงานต่างชาติอย่างเร่งด่วน

เมื่อวันที่ 28 มีนาคม กระทรวงยุติธรรม (법무부) และกระทรวงการจ้างงานและแรงงาน (고용노동부) ได้ตัดสินใจขยายระยะเวลากิจกรรมการจ้างงานสำหรับแรงงาน E-9 และ H-2 แรงงานที่ได้รับการขยายเวลาในครั้งแรกจะได้รับการขยายเวลาหนึ่งปี และผู้ที่ได้รับการขยายเวลาแล้วจะได้รับการขยายออกไปอีก 50 วัน

อย่างไรก็ตาม ในพื้นที่ชนบท ชี้ให้เห็นว่ารัฐบาลควรพยายามเพิ่มจำนวนแรงงานต่างชาติเข้ามาในประเทศมากกว่า

ผีน้อย

ทางด้านการเกษตรที่ต้องเก็บเกี่ยวผลผลิตนั้นค่อนข้างจะต่างจากอุตสาหกรรมปศุสัตว์ซึ่งสามารถจัดส่งได้ตลอดทั้งปี สถานการณ์ของเกษตรกรที่ปลูกผักและผลไม้มีความเร่งด่วนเพราะฟาร์มเหล่านี้ต้องจ้างแรงงานต่างชาติตามฤดูกาลเป็นหลัก แต่แรงงานตามฤดูกาลจากต่างประเทศเดินทางเข้ามาล่าช้า ส่งผลให้ตอนนี้พวกเขากำลังจ้างผู้อพยพผิดกฎหมายแทน

เนื่องจากไม่มีกำลังคน แรงงานต่างชาติจึงกำลังกำหนดค่าจ้างกันเอง ค่าจ้างรายวันของแรงงานต่างชาติ ซึ่งเดิมที 80,000 วอนก่อนเกิดโควิด-19 ตอนนี้ได้เพิ่มขึ้นเป็น 130,000 วอน และเพิ่มถึง 150,000 วอนในทุกวันนี้

ดังนั้น เกษตรกรจึงโต้แย้งว่าควรทำให้แรงงานต่างชาติซึ่งปัจจุบันผิดกฎหมายเป็นแรงงานที่ถูกกฎหมายซะ

แต่นั่นยังค่อนข้างยาก อันที่จริง กระทรวงเกษตร อาหาร และกิจการชนบทเองก็กำลังเตรียมที่จะดำเนินการโครงการนำร่องที่จะมีการจัดส่งแรงงานตามฤดูกาลสาธารณะ (แรงงานอาราไบท์อย่างถูกกฎหมาย) อยู่ด้วยเช่นกัน

ขอบคุณที่มาจาก : แหล่งข่าว

E-9 มีเฮ ขยายวีซ่ากว่า 77,094 คน “ได้ฟรีวีซ่า 1 ปีแล้ว รับฟรีอีก 50 วัน”

กระทรวงการจ้างงานและแรงงาน (고용노동부) ได้ประกาศขยายระยะเวลาการจ้างงานสำหรับแรงงานต่างชาติ (E-9 และ H-2)

แรงงานต่างชาติที่ได้รับการขยายระยะเวลาจ้างงานในครั้งนี้ ได้แก่ แรงงานที่พำนักและการจ้างงานสิ้นสุดระหว่างวันที่ 13 เมษายน ถึง 31 ธันวาคม 2022 (พ.ศ. 2565)

E-9

อย่างไรก็ตาม แรงงานต่างชาติที่ได้รับการขยายเวลาหนึ่งปีแล้วนั้น จำกัดเฉพาะผู้ที่พำนักอยู่และกิจกรรมการจ้างงานสิ้นสุดระหว่างวันที่ 13 เมษายนถึง 30 มิถุนายน 2022 (พ.ศ. 2565)

* ในบรรดาแรงงานต่างชาติที่เคยได้รับการขยายเวลาหนึ่งปีก่อนหน้านี้ จะได้รับการขยายเวลาเพิ่มอีก 50 วัน (4 ปี 10 เดือน + 50 วัน + 1 ปี) ทั้งนี้ทั้งนั้นแรงงงานต่างชาติจะไม่ได้รับอนุญาตให้อยู่ต่อเกิน 6 ปี

1. ขยายเวลาการจ้างงาน E-9 สำหรับผู้ที่ยังไม่ได้รับการขยายวีซ่าเลย (ผู้ที่ระยะเวลาการจ้างงานสิ้นสุดระหว่างวันที่ 13 เมษายน ถึง 31 ธันวาคม 2022) = จะได้รับการขยายวีซ่าออกไปเป็นเวลา 1 ปี

2. แรงงาน E-9 ที่เคยได้รับการขยายเวลา 1 ปีแล้ว (ระยะเวลาการเลิกจ้างตั้งแต่วันที่ 13 เมษายนถึง 30 มิถุนายน) = จะได้รับการขยายวีซ่าออกไปเป็นเวลา 50 วัน

3. แรงงาน E-9 ที่ได้รับการขยายวีซ่า 1 ปีมาแล้วและระยะเวลาการจ้างงานสิ้นสุดในระหว่างวันที่ 1 กรกฎาคมถึง 31 ธันวาคมจะไม่ได้รับการขยายระยะเวลาวีซ่ารอบนี้

4. แรงงาน E-9 ที่เคยได้รับการขยายวีซ่า 50 วันและการขยายเวลา 1 ปีก่อนหน้านี้ และอยู่มานานกว่า 6 ปีจะไม่ได้รับสิทธิ์ในการขยายเวลา 50 วันในครั้งนี้

E-9

รัฐบาลเกาหลีจะขยายระยะเวลาวีซ่าโดยอัตโนมัติ ผู้ได้รับสิทธิ์ไม่ต้องยื่นคำร้องเพิ่มเติม

รัฐมนตรีกระทรวงการจ้างงานและแรงงาน อัน คย็อง-ด็อก (고용노동부 장관 안경덕) กล่าวว่า “เราหวังว่าการขยายระยะเวลาการจ้างงานสำหรับแรงงานต่างชาติจะช่วยบริษัทขนาดเล็กและขนาดกลาง รวมถึงหมู่บ้านเกษตรกรรมและประมงที่กำลังประสบปัญหาขาดแคลนแรงงาน”

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ปาร์ค บอม-กเย(법무부 장관 박범계) กล่าวเสริม “โชคดีที่การขยายระยะเวลาวีซ่าซึ่งจะช่วยบรรเทาปัญหาการขาดแคลนแรงงานในพื้นที่การผลิตและชนบทซึ่งได้มีการประสบปัญหาแรงงานเข้าและออกประเทศลำบาก อย่างไรก็ตาม เราจะพยายามออกวีซ่าให้แรงงานต่างชาติได้เดินทางเข้าประเทศโดยเร็ว”

E-9

ขอบคุณที่มาจาก : แหล่งข่าว

แนวโน้มแรงงานภาคการเกษตร “เตรียมรับการขยายฟรีวีซ่า”

รัฐฯมีแผนจะใช้ประโยชน์จากแรงงานต่างชาติอย่างแข็งขัน เพื่อรับมือกับฤดูเกษตรกรรมที่เริ่มวุ่นวายในพื้นที่ชนบท

ขยายฟรีวีซ่า

ตามที่กระทรวงเกษตร อาหารและกิจการชนบท (농림축산식품부) ระบุในวันที่ 26 มีนาคม จะมีการต่ออายุใบอนุญาตการจ้างงาน (E-9) ที่ทำงานในภาคเกษตรกรรมและปศุสัตว์

แผนดังกล่าวนั้นก็คือ จะมีการขยายระยะเวลาการพำนักและส่งเสริมกิจกรรมการจ้างงานแรงงานต่างชาติในระบบ E-9 ในภาคส่วนอุตสาหกรรมการเกษตรและปศุสัตว์ ซึ่งจะขยายเวลาพำนักให้กับผู้ที่สิ้นสุดระยะเวลาพำนักในระหว่างวันที่ 13 เมษายนถึง 31 ธันวาคมปีนี้

รายละเอียดที่แน่นอนจะมีการเปิดเผยหลังการประชุมในวันที่ 28 มีนาคม

นอกจากนี้ กระทรวงเกษตร อาหาร และกิจการชนบท กำลังดำเนินการตามมาตรการเพื่อรองรับอุปสงค์และอุปทานในด้านกำลังคน เพื่อเตรียมพร้อมสำหรับการเพิ่มกำลังคนเข้าสู่พื้นที่ชนบทตั้งแต่เดือนหน้าเป็นต้นไป

อย่างแรกเลย 6 อันดับแรกที่มีความต้องการกำลังคนสูง และ 25 พื้นที่ที่อุปทานและอุปสงค์กำลังคนที่ตกในที่นั่งลำบากในปีที่แล้ว จะได้รับการคัดเลือกเพื่อรองรับอุปทานและอุปสงค์กำลังคนเป็นอันดับต้นๆ

ขยายฟรีวีซ่า

ที่สำคัญคือ สหพันธ์สหกรณ์การเกษตรแห่งชาติ (농협중앙회) จะดำเนินการตั้งศูนย์นายหน้าหากำลังคนในเมืองและขยายขอบเขตของการจัดหางานไปยังเขตเมืองต่างๆในท้องถิ่น ซึ่งอย่างที่ทราบดีแล้วว่าในปีนี้ มีการจัดสรรแรงงานต่างชาติ 8,000 คนภายใต้ระบบอนุญาตการจ้างงาน (E-9) และ 11,472 ที่มาจากแรงงานตามฤดูกาล (C-4, H-8) จะได้รับการจัดสรรไปยัง 86 เมืองและมณฑลที่ต้องการกำลังคน

แรงงานตามฤดูกาลที่มาจากต่างประเทศจะได้รับการว่าจ้างโดยสหพันธ์สหกรณ์การเกษตรแห่งชาติ (농협) ที่ได้รับการคัดเลือกโดยรัฐบาลท้องถิ่น และเป็นหน่วยงานจัดหาคนงานให้กับเกษตรกรตามโครงการนำร่องแรงงานตามฤดูกาลในที่สาธารณะ (공공형 계절근로 시범사업)

เมื่อเกษตรกรยื่นขอจำนวนคนและระยะเวลาที่ต้องการ สหพันธ์สหกรณ์การเกษตรแห่งชาติ (농협) จะส่งแรงงานต่างชาติในสังกัดออกไปตามจุด

ขอบคุณที่มาจาก : แหล่งข่าว

คอนเฟิร์มอย่างเป็นทางการแล้ว 1 เม.ย. นี้ ชาวไทยเข้าเกาหลีแบบฟรีวีซ่า

ในที่สุดสิ่งที่หลายคนตั้งตารอก็มาถึง ชาวไทยที่ประสงค์จะเข้าเกาหลีใต้โดยใช้สิทธิ์ฟรีวีซ่า 90 วัน ผ่านระบบ K-ETA (https://www.k-eta.go.kr/) ได้มีประกาศอย่างเป็นทางการ โดยการลงทะเบียน K-ETA จะมีค่าบริการเพียงแค่ 10,000 วอนเท่านั้น

K-ETA

การเดินทางเข้าต้องมีการตรวจหาโควิดแบบ PCR ภายใน 48 ชั่วโมงก่อนเดินทาง และต้องลงทะเบียน Q-CODE เพื่ออัพเดทข้อมูลการรับวัคซีนก่อนเดินทางเข้าประเทศผ่านเว็บไซต์ https://cov19ent.kdca.go.kr/cpassportal/ เพื่อที่จะใช้สิทธิ์การเข้าประเทศโดยไม่ต้องกักตัว

การลงทะเบียน K-ETA ต้องลงทะเบียนก่อนวันเดินทางอย่างน้อย 24 ช.ม.ขึ้นไปเพื่อเผื่อเวลาการอนุมัติการเดินทางเข้า หากใช้แอปพลิเคชั่น K-ETA โดยตรงจะสามารถลงทะเบียนได้ง่ายขึ้น ในกรณีที่มีบัตรประจำตัวชาวต่างชาติ (ใบกาม่า) ไม่จำเป็นต้องลงทะเบียนผ่านทางระบบ K-ETA

K-ETA

อย่างไรก็ตาม K-ETA นี้ไม่ใช่วีซ่าแต่อย่างใด หากคุณได้รับอนุญาตเดินทางเข้าผ่านระบบก็จริงแต่ยังต้องได้รับการคัดกรองจากเจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมืองอีกครั้งเช่นเดิม ดังนั้นแม้จะได้รับการอนุญาตผ่านระบบ K-ETA ก็ไม่ได้หมายความว่าคุณจะสามารถเข้าเกาหลีใต้ได้ 100%

ในส่วนของเอกสารเพิ่มเติมที่ต้องใช้ในการลงทะเบียน K-ETA สามารถหารายละเอียดได้จาก https://www.k-eta.go.kr/portal/board/viewemailcontact.do (มีภาษาไทย)

K-ETA

ขอบคุณที่มาจาก : แหล่งข่าว

ไทยจะได้สิทธิ์ฟรีวีซ่า เดินมาเกาหลีอีกครั้งหรือไม่?

ในขณะนี้มีการเผยแพร่เอกสารที่ไม่ทราบแหล่งที่มาในประเทศไทย และทุกคนกำลังเข้าใจว่ามันคือเอกสารที่ให้ข้อมูลใหม่เรื่อง “คนไทยไม่ต้องขอวีซ่าเข้าเกาหลี”

ฟรีวีซ่า

เนื้อหาที่แชร์ส่วนใหญ่ไม่มีการระบุแหล่งที่มา และส่วนใหญ่จะแชร์เฉพาะหน้าจอที่ถ่ายไว้เท่านั้น

ทางเราจะมุ่งเน้นถึงแระเด็นการระบุแหล่งที่มาที่อ้างอิงได้โดยหน่วยงานรัฐบาลที่เกี่ยวข้องเท่านั้น

ประการแรก สถานเอกอัครราชทูตเกาหลีในแคนาดาและสถานทูตเกาหลีในออสเตรเลียมีการเปิดเผยข้อมูลด้าน การเข้าประเทศโดยไม่ต้องขอวีซ่า ซึ่งจะกลับมาดำเนินการอีกครั้งตั้งแต่วันที่ 1 เมษายน แต่รายชื่อประเทศที่ได้รับการยืนยันนั้นยังไม่ปรากฏแน่ชัด

ฟรีวีซ่า

ต่อมาทางด้านสถานเอกอัครราชทูตเกาหลีในเอธิโอเปียได้เปิดเผยข้อมูลว่าประเทศไทยรวมอยู่ใน 46 ประเทศที่ได้ทำข้อตกลงยกเว้นการขอวีซ่า

สถานทูตเกาหลีในเอธิโอเปีย

ฟรีวีซ่า

ที่สำคัญที่สุดคือยังไม่มีการแจ้งอย่างเป็นทางการจากกระทรวงการต่างประเทศ (외교부) และสถานทูตสาธารณรัฐเกาหลีในประเทศไทย (주 태국 대한민국 대사관)

แต่อย่างไรก็ตาม ตั้งแต่วันที่ 1 เมษายนนี้ ในเรื่องของประเด็นการเดินทางเข้าเกาหลีใต้ในกลุ่มผู้ที่ฉีดวัคซีนครบโดสจากต่างประเทศจะได้รับการยกเว้นการกักตัวเมื่อเข้าประเทศเกาหลีนั้นเป็นเรื่องที่ได้รับการยืนยันแล้วจริง

แต่กรณีของการยกเลิกฟรีวีซ่าในกลุ่มนักท่องเที่ยวที่ต้องการประเทศชั่วคราวนั้นยังไม่มีการยืนยันข้อมูลแต่อย่างใด

ณ เวลานี้ สถานเอกอัครราชทูตสาธารณรัฐเกาหลีประจำประเทศไทยและเว็บไซต์ K-ETA นั้นยังไม่มีการปรับปรุงหรืออัพเดทข้อมูลใดๆ อย่างไรก็ตาม ผู้ที่ประสงค์จะเดินทางเข้าประเทศแบบฟรีวีซ่าในช่วงนี้ควรจะต้องรออีกสักหน่อยเห็นจะดีกว่า จนกว่าจะมีการยืนยันแน่ชัดจากหน่วยงานรัฐที่เกี่ยวข้อง

โอมิครอนอัตราดับเท่าไข้หวัดใหญ่ “เล็งลดระดับการติดเชื้อลง ระดับ 2”

รัฐบาลเกาหลีประเมินอัตราการเสียชีวิตที่มาจากการติด COVID-19 อยู่ในระดับของไข้หวัดใหญ่ตามฤดูกาล และคาดว่าอาจจะมีการลดระบบการเว้นระยะห่างทางสังคมในปัจจุบัน

ซนย็องแร เจ้าหน้าที่จากหน่วยงานสาธารณสุข กล่าวในการบรรยายสรุปไว้ตั้งแต่วันที่ 15 มีนาคมว่า “การจัดการอัตราการเสียชีวิตมีความสำคัญมากในการตอบสนองต่อ COVID-19 อัตราการเสียชีวิตในช่วงสี่สัปดาห์ที่ผ่านมานั้นต่ำกว่า 0.1% เรียกได้ว่าหากเทียบกับปัจจุบันอัตราการเสียชีวิตนั้นใกล้เคียงกับไข้หวัดใหญ่ตามฤดูกาล”

อัตราการเสียชีวิตของไข้หวัดใหญ่ตามฤดูกาลอยู่ที่ 0.05% ถึง 0.1% และอัตราการเสียชีวิตของ COVID-19 ก็ต่ำกว่า 0.1% เช่นกัน

“มีผู้เสียชีวิตจากไข้หวัดใหญ่ตามฤดูกาล 2,500 ถึง 5,000 รายต่อปี และมีผู้เสียชีวิตจากโรคปอดบวมหลายหมื่นรายต่อปี จึงจำเป็นต้องเปรียบเทียบอัตราการเสียชีวิตโดยรวมของโควิด-19 กับโรคอื่นๆ”

รัฐบาลเกาหลีถือว่าการจัดการอัตราการเสียชีวิตเป็นงานที่สำคัญที่สุด โดยมีผู้ป่วยที่ได้รับการยืนยันจาก COVID-19 มากกว่า 300,000 ราย และผู้เสียชีวิตเกือบ 300 รายทุกวัน

โอมิครอน

จำนวนผู้เสียชีวิตจากโรคโควิด-19 โดยเฉลี่ยต่อวันในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมาอยู่ที่ 229 ราย และรัฐบาลเกาหลีเน้นว่าอัตราการเสียชีวิตจากโรคโควิด-19 นั้นต่ำกว่าประเทศอื่นๆ

เจ้าหน้าที่จากหน่วยงานสาธารณสุขกล่าวว่า “อัตราการเสียชีวิตสะสมในสหรัฐอเมริกาและฝรั่งเศสอยู่ที่ 1.21% และ 0.61% ตามลำดับ และอัตราการเสียชีวิตสะสมในเกาหลีอยู่ที่ 0.15% และกำลังลดลง”

รัฐบาลเกาหลียังคงจัดระเบียบใหม่และตอบสนองต่อการควบคุมโรคและระบบการแพทย์โดยมีเป้าหมายเพื่อลดความรุนแรงและการเสียชีวิต ปัจจุบันมีผู้ป่วยวิกฤตมากถึง 2,000 คน แต่ก็สามารถตอบสนองได้อย่างเสถียรอีกทั้งยังสามารถรองรับผู้ป่วยได้ถึง 2,500 คน”

นอกจากนี้แล้ว วานนี้ (18 มี.ค.) รัฐบาลเองก็กำลังหารือเกี่ยวกับแผนการเปลี่ยนไวรัส COVID-19 ซึ่งถูกกำหนดให้เป็นโรคติดเชื้อระดับที่ 1 มาเป็นโรคติดเชื้อระดับ 2

“เรียกได้ว่าโอมิครอนนั้นต่างจากยุคการระบาดของเดลต้า เพราะปัจจุบันมีอัตราการเสียชีวิตต่ำและผู้ป่วยมีอาการไม่รุนแรงจำนวนมาก ดังนั้นเราจึงกำลังหารือถึงวิธีการบรรเทาระดับการติดเชื้อ จากโรคติดเชื้อระดับ 1 ลงไปสู่โรคติดเชื้อระดับ 2”

โอมิครอน

โรคติดเชื้อในทางกฎหมายจะแบ่งออกเป็นระดับ 1 ถึง 4 ตามอัตราการเสียชีวิตและกำลังการระบาด

โรคติดเชื้อที่มีอัตราการเสียชีวิตสูงหรือมีกำลังในการแพร่เชื้อสูงและเกิดการติดเชื้อเป็นกลุ่มๆ ซึ่งจะถูกจัดให้อยู่ในโรคติดต่อประเภท 1 หากพบการระบาดควรรายงานไปยังหน่วยงานสาธารณสุขทันทีและกักตัวในห้องความดันลบ ฯลฯ

“ตั้งแต่มีโอมิครอนการรักผู้ป่วยฉุกเฉินโรคอื่นๆ อาทิ กระดูกหักหรือไส้ติ่งอักเสบก็ยากที่จะเข้าถึงการรักษา เนื่องจากยังมีหลายกรณีที่จำเป็นและมีเหตุฉุกเฉิน ทางการแพทย์ก็มองถึงความต้องการในการขยายการรักษาแบบตัวต่อตัวและเพิ่มจำนวนเตียงเพื่อรองรับผู้ป่วยเหล่านี้ให้สามารถเข้ารับการรักษาได้ทันท่วงที” เจ้าหน้าที่ปาร์คหัวหน้าแผนกควบคุมโรคกล่าว

ด้วยเหตุนี้จึงได้มีการหารือกันในเชิงลึกเพื่อให้โรงพยาบาลและคลินิกทั่วไปที่มีระบบที่พร้อมรักษาผู้ป่วย COVID-19 ในแต่ละวันสามารถให้การรักษาได้โดยไม่มีการเลือกปฏิบัติ ควบคู่ไปกับการเปลี่ยนผ่านไปสู่โรคติดเชื้อระดับ 2

และถ้าหาก COVID-19 ถูกลดระดับจากโรคติดเชื้อระดับ 1 ลงสิ่งที่ตามมาคือ ผู้ป่วยจะใช้ต้องใช้ประกันสุขภาพแห่งชาติเท่านั้นในการดูแลค่ารักษาพยาบาล ซึ่งเดิมทีในปัจจุบันรัฐบาลจะช่วยจ่ายค่ารักษาเต็มจำนวนให้ฟรีหรือไม่ก็จะมีการจ่ายเพื่อช่วยบรรเทาค่ารักษาพยาบาลร่วมบ้างในบางส่วน

เจ้าหน้าที่สาธารณสุขเผยว่าการปฏิเสธการรักษาผู้ป่วยโควิด-19 ในโรงพยาบาลและคลินิกทั่วไปกลายมาเป็นวัฒนธรรม ซึ่งการปฏิเสธเช่นนี้ควรจะถูกกำจัดออกไป ดังนั้นเราจึงจะทำงานร่วมกับชุมชนทางการแพทย์

“โดยรัฐบาลและองค์กรทางการแพทย์จะทำงานร่วมกันเปิดใช้งานการรักษาโควิดในระบบการรักษารายวัน โดยจะมีการเพิ่มค่าธรรมเนียมประกันสุขภาพหรือมาตรการสนับสนุนการดำเนินงาน เพื่อไม่ให้เกิดข้อเสียในการรักษา”